นิทานอีสป เรื่อง สุนัขป่าและสุนัขจิ้งจอก

นิทานอีสป เรื่อง สุนัขป่าและสุนัขจิ้งจอก

ลูกสุนัขป่าตัวหนึ่งแข็งแรงมากกว่าและมีขนาดใหญ่กว่าลูกสุนัขป่าตัวอื่น ๆ มาก ทั้งยังมีความว่องไวและมีพละกำลังเป็นเลิศ สัตว์ทั้งหลายต่างพร้อมใจกันขนานนามมันว่า สิงโต

ลูกสุนัขป่ามีความภาคภูมิใจในขนาดตัวมหึมาของมันมาก และคิดว่าสัตว์ทั้งหลายเรียกมันว่า สิงโต ด้วยความจริงใจ มันจึงออกจากฝูงสุนัขป่าและไปคบค้าสมาคมกับสิงโตอย่างเปิดเผย

สุนัขจิ้งจอกชราตัวหนึ่งเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว จึงพูดกับลูกสุนัขป่าผู้หลงตัวเองว่า ขออย่าให้ข้าทำอะไรที่น่าขบขันเนื่องจากความหยิ่งผยองและการหลอกลวงตัวเองอย่างที่เจ้าทำเลย จริงอยู่ที่เจ้าดูเหมือนสิงโตในฝูงสุนัขป่า แต่ในฝูงสิงโต เจ้าก็ยังดูเหมือนสุนัขป่าตัวหนึ่งอยู่นั่นแหละ



นิทานอีสป เรื่อง ผู้รักอิสรภาพ

นิทานอีสป เรื่อง ผู้รักอิสรภาพ

สุนัขป่าที่หิวโหยและผอมซูบซีดตัวหนึ่งกำลังเดินเตร็ดเตร่ไปรอบหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในไม่ช้ามันก็พบสุนัขบ้นที่มีขนเรียบเป็นมันและได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีตัวหนึ่ง มันถามสุนัขตัวนั้นว่า

บอกข้าซิว่าพวกเจ้าได้อาหารมาจากไหน

คนให้อาหารพวกเรา สุนัขบ้านตอบ

จริงหรือไม่ว่าเจ้าต้องทำงานหนักให้พวกเขา

ไม่จริง งานของเราไม่หนักเลย สุนัขบ้านแย้ง พวกเราเพียงแต่เฝ้าบ้านให้นายตอนกลางคืนเท่านั้น

แล้วคนก็เลี้ยงดูพวกเจ้าดีอย่างนี้เชียวรึ สุนัขป่าร้องด้วยความประหลาดใจ ข้าอยากทำงานอย่างเจ้าบ้าง เพราะพวกข้าหาอาหารได้ยากเหลือเกิน

มากับข้าสิ สุนัขบ้านชวน นายของข้าจะให้อาหารเจ้ากินแน่ ๆ

สุนัขป่าดีใจมาก มันรีบไปกับสุนัขบ้านเพราะหวังจะได้ทำงานให้คน ขณะที่สุนัขป่ากำลังเดินเข้าประตูบ้านของนายของสุนัขบ้านนั่นเอง มันก็สังเกตเห็นว่าขนรอบคอของสุนัขบ้านร่วงหายไปเป็นรูปวงกลม

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นล่ะ

อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก สุนัขบ้านพูด

เจ้าหมายความว่าอย่างไร

มันเกิดจากโซ่ ข้าถูกล่ามโซ่ไว้ในเวลากลางวัน โซ่จึงเสียดสีทำให้ขนรอบคอของข้าร่วงหลุดไป

ถ้าเช่นนั้นข้าขอลาก่อนละนะเพื่อน สุนัขป่าพูด ข้าจะไม่มีวันไปอยู่กับคน ข้ายอมหิวเสียดีกว่าที่จะสูญเสียอิสรภาพของข้าไป



นิทานอีสป เรื่อง หนูเมืองและหนูชนบท

นิทานอีสป เรื่อง หนูเมืองและหนูชนบท

หนูเมืองมาเยี่ยมหนูชนบทที่รังของมัน หนูชนบทอาศัยอยู่ในท้องทุ่งแห่งหนึ่ง มันนำอาหารทุกอย่างที่มีอยู่ออกมาต้อนรับแขก มีทั้งถั่วและข้าวสาลี หนูเมืองแทะเล็มอาหารเหล่านั้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดกับหนูชนบทว่า

เจ้าผอมมากเพราะต้องกินอาหารแย่ ๆ พวกนี้ ลองไปดูว่าพวกเราในเมืองอยู่กันอย่างไรบ้างสิ

ดังนั้นหนูชนบทจึงไปเยี่ยมเยียนหนูเมือง หนูทั้งสองรออยู่จนถึงเวลากลางคืน แล้วหนูเมืองก็นำแขกของมันไปยังห้องอาหารแห่งหนึ่งโดยใช้วิธีลอดตัวขึ้นไปตามร่องแตกในพื้นกระดาน สัตว์ทั้งสองปีนขึ้นไปบนโต๊ะอาหารซึ่งมีอาหารอยู่เต็ม หนูชนบทไม่เคยเห็นอาหารที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามเช่นนั้นมาก่อนเลย

เจ้าพูดถูก หนูชนบทกล่าว อาหารของพวกเราแย่มาก ข้าจะย้ายมาอยู่ในเมืองกับเจ้า

แต่แล้วก็มีชายคนหนึ่งเดินถือเทียนเข้ามาในห้องอาหารและวิ่งไล่ตามหนูเมืองและหนูชนบทมาอย่างกระชั้นชิดจนหนูทั้งสองแทบจะหนีลงไปทางร่องในพื้นกระดานไม่ทัน

ข้าคิดว่า รังของข้าที่ท้องทุ่งนั้นดีกว่า ข้าอาจจะไม่ได้กินเนื้อสัตว์หวาน ๆ อย่างพวกเจ้า แต่ก็ไม่เคยต้องตกใจกลัวอย่างเมื่อกี้นี้มาก่อนเลย



นิทานอีสป เรื่อง นกอินทรีติดกับดัก

นิทานอีสป เรื่อง นกอินทรีติดกับดัก

นกอินทรีตัวหนึ่งบินไปติดตาข่ายดักนกของนายพราน มันดิ้นรนอย่างกล้าหาญเพื่อให้ได้รับอิสรภาพ แต่ก็ไร้ผลเพราะการกระทำดังกล่าวกลับทำให้ปีกของมันหักทั้งสองข้าง

เมื่อนกกระจอกฝูงหนึ่งเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวก็พากันบินเข้าไปแนะนำนกอินทรีว่า

เข้าบินผิดทาง นกกระจอกตัวหนึ่งพูด

เจ้าจะต้องบินต่ำเกินไปแน่ ๆ นกกระจอกอีกตัวหนึ่งวิจารณ์

เท่าที่ข้ารู้ นกกระจอกตัวที่สามออกความเห็น เจ้าไม่รู้วิธีบินเลย มิฉะนั้นเจ้าจะไม่มีวันติดกับดักตั้งแต่แรกเช่นนี้

นกอินทรีนิ่งเงียบโดยไม่ยอมพูดจาแม้แต่คำเดียว



นิทานอีสป เรื่อง สุนัขป่าและนายพราน

นิทานอีสป เรื่อง สุนัขป่าและนายพราน

สุนัขป่าตัวหนึ่งขโมยกินแกะตัวหนึ่ง บรรดานายพรานจึงจับสุนัขป่าตัวนี้มาและเริ่มทุบตีมัน

สุนัขป่าร้องว่า เหตุใดท่านจึงทุบตีข้าอย่างไร้เหตุผลเช่นนี้ มันไม่ใช่ความผิดของข้าที่ข้ามีขนสีเทา พระผู้เป็นเจ้าทรงเนรมิตข้าให้เป็นเช่นนั้น

แต่นายพรานเหล่านั้นตอบว่า เราไม่ได้ทุบตีสุนัขป่าเพราะมันมีขนสีเทา แต่เพราะมันกินแกะของเราเข้าไปต่างหาก



นิทานอีสป เรื่อง เสือดาวและสุนัขจิ้งจอก

นิทานอีสป เรื่อง เสือดาวและสุนัขจิ้งจอก

วันหนึ่งเสือดาวและสุนัขจิ้งจอกถกเถียงกันว่า ระหว่างมันทั้งสองใครจะงดงามกว่ากัน เสือดาวคุยโวเกี่ยวกับความงดงามของจุดต่าง ๆ จำนวนนับไม่ถ้วนบนลำตัวของมัน

แต่สุนัขจิ้งจอกก็โต้แย้งว่า เจ้ามีจุดงดงามอยู่ทั่วลำตัวก็จริงอยู่ แต่การมีความสามารถรอบตัวไม่ดีกว่าการมีร่างกายที่เต็มไปด้วยจุดหรือ



นิทานอีสป เรื่อง หงส์และนกกระสา

นิทานอีสป เรื่อง หงส์และนกกระสา

นกกระสาตัวหนึ่งถามหงส์ซึ่งกำลังร้องเพลงขณะที่ใกล้จะสิ้นใจว่าเหตุใดจึงร้องเพลงผิดฤดูกาลอย่างมากเช่นนี้

ทำไมล่ะ หงส์ตอบ ในเมื่อขณะนี้ข้ากำลังเข้าสู่ภาวะที่ไม่ต้องตกอยู่ในห้วงอันตรายจากกับดัก ปืน หรือความหิวโหยอีกต่อไป แล้วเจ้าจะไม่ให้ข้ายินดีได้อย่างไรกัน



นิทานอีสป เรื่อง เด็กชายและแมงป่อง

นิทานอีสป เรื่อง เด็กชายและแมงป่อง

เด็กชายคนหนึ่งกำลังไล่จับแมลงชนิดหนึ่งซึ่งเกาะอยู่ตามกำแพง เมื่อจับแมลงเหล่านี้ได้จำนวนมากแล้ว เขาก็เห็นแมงป่องตัวหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เขาเข้าใจว่ามันคือแมลงที่เขากำลังไล่จับอยู่

และเมื่อเด็กชายเอื้อมมือไปจับแมงป่อง มันก็ยกเหล็กในของมันขึ้นและพูดว่า หากเจ้าจับข้า เจ้าไม่เพียงแต่สูญเสียข้าไป แต่จะต้องสูญเสียแมลงทั้งหมดที่เจ้าจับได้แล้วด้วย



นิทานอีสป เรื่อง ลูกแกะและสุนัขป่า

นิทานอีสป เรื่อง ลูกแกะและสุนัขป่า

เมื่อรู้ตัวว่ากำลังถูกสุนัขป่าไล่ตามมา ลูกแกะก็รีบวิ่งไปซ่อนตัวอยู่ในที่ปลอดภัยในวัดแห่งหนึ่ง

สุนัขป่าร้องบอกลูกแกะว่าหากลูกแกะถูกพระในวัดนั้นจับตัวได้ พระจะต้องฆ่ามันอย่างแน่นอน

แต่ลูกแกะตอบว่า ปล่อยให้เป็นไปเช่นนั้นเถิด ข้าอยากถูกจับไปเป็นเครื่องบรวงสรวงในวัดนี้มากกว่าถูกเจ้าสวาปาม



นิทานอีสป เรื่อง ม้าและคนเลี้ยงม้า

นิทานอีสป เรื่อง ม้าและคนเลี้ยงม้า

คนเลี้ยงม้าเจ้าเล่ห์คนหนึ่งขโมยข้าวโอ๊ตและอาหารม้าอื่น ๆ ไปขายอยู่เป็นประจำ อย่างไรก็ตาม เขาก็ใช้เวลาหลายชั่วโมงแต่งตัวและแปลงขนให้ม้า เพื่อให้มันแลดูสวยงามอยู่เสมอ

มัาตัวนั้นไม่พอใจการกระทำของคนเลี้ยงม้า จึงพูดกับเขาว่า หากท่านต้องการให้ข้าแลดูสวยงามอยู่เสมอ จงแต่งตัวให้ข้าน้อยลง แต่จงให้อาหารข้าให้มากขึ้น