นิทานความรัก เรื่อง นิทานความรักของแมลงปอ

นิทานความรัก เรื่อง นิทานความรักของแมลงปอ

. . มีเมืองเล็กๆ ที่สวยและสงบสุขเมืองหนึ่ง มีคู่รักคู่หนึ่งที่รักกันมาก
ทุกวันพวกเขาจะพากันไปชม พระอาทิตย์ขึ้นที่ชายหาด
และไปส่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ชายหาดตอนโพล้เพล้
ทุกคนที่เคยพบเจอพวกเขาจะมองด้วยสายตาอิจฉาในความรักของคนคู่นี้เสมอ..

แต่แล้ววันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุรถชนขึ้น
หญิงสาวผู้โชคร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส
เธอนอนเงียบๆอยู่บนเตียงของโรงพยาบาล
วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า เธอก็ยังคงไม่ฟื้นคืนมา
ตอนกลางวัน ชายหนุ่มจะมาเฝ้าอยู่ที่หน้าเตียง
ร้องเรียกคนรักของเขาเสมอ ทั้งๆ ที่เธอไม่ตอบสนองใดๆเลย ตกกลางคืน ชายหนุ่มจะไปสวดภาวนาอ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าที่โบสถ์นอกเมือง เขาร้องไห้จนน้ำตาเหือดแห้งไม่มีจะไหลออกมาอีกแล้ว

ผ่านไป 1 เดือน
หญิงสาวยังคงหลับใหลไม่ฟื้นเหมือนเดิม
ส่วนชายหนุ่มก็ดูจะซูบเซียวขึ้นทุกวัน
แต่ก็ยังคงสวดอ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าอยู่เสมอไม่หยุด
แต่แล้ววันหนึ่งพระผู้เป็นเจ้าก็เกิดเห็นใจในรักของชายหนุ่ม
และตกลงที่จะประทานพรให้แก่เขา พระผู้เป็นเจ้าได้ถามชายหนุ่มว่า

“เจ้ายอมที่จะแลกพรนี้ด้วยชีวิตของเจ้าไหม”
ชายหนุ่มตอบโดยไม่ลังเลว่า “ ผมยอมครับ”
พระผู้เป็นเจ้าพูดว่า “งั้นดีละ ฉันจะให้คนรักของเจ้าฟื้นขึ้นมา
แต่เจ้าต้องแลกกับการกลายเป็นแมลงปอเป็นเวลา 3 ปี เจ้าจะตกลงยอมไหม” ชายหนุ่มได้ฟังดังนั้น แต่ก็ยังคงยืนยันคำตอบเดิม “ผมยอมครับ”

ฟ้าสางแล้ว
ชายหนุ่มได้กลายเป็นแมลงปอสวยงามตัวหนึ่ง
เขาบอกลาพระผู้เป็นเจ้าแล้วรีบบินกลับไปที่โรงพยาบาล
หญิงสาวฟื้นขึ้นมาแล้วจริงๆ มีนายแพทย์หนุ่มยืนอยู่ข้างๆเธอ คุยเรื่องอะไรกันสักอย่างหนึ่ง แต่ช่างน่าเสียดายที่เขาไม่สามารถที่จะได้ยิน..

หลายวันผ่านไป
หญิงสาวแข็งแรงพอที่จะออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว
แต่เธอดูไม่มีความสุขเลย เธอออกตระเวนหาข่าวคราวของชายหนุ่ม
แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าชายหนุ่มหายไปอยู่ที่ไหน
หญิงสาวยังไม่ละความพยายามที่จะตามหาชายคนรักของเธอ
ชายหนุ่มซึ่งอยู่ในร่างของเจ้าแมลงปอได้แต่บินวนเวียนอยู่รอบตัวหญิงสาวไม่ห่าง ทว่าเขาไม่สามารถที่จะส่งเสียง ไม่สามารถโอบกอดเธอ
เขาทำได้แค่เพียงเฝ้ามองดูหญิงสาวไม่ให้คลาดสายตาเท่านั้น

ฤดูร้อนผ่านไปแล้ว
ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดใบไม้ปลิวร่วงหล่นจากต้นไม้ใหญ่
เจ้าแมลงปอจำต้องจากที่นี่ไปแล้ว นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้บินมาเกาะที่บ่าของหญิงสาว เขาอยากใช้ปีกของเขาลูบไล้ใบหน้าของหญิงสาว
อยากใช้ปากเล็กๆ จูบที่หน้าผาก แต่อย่างไรก็ดีร่างเล็กบอบบางในคราบของแมลงปอ ก็ไม่สามารถเรียกร้องความสนใจจากหญิงสาวได้

แค่พริบตา ฤดูใบไม้ผลิก็มาเยือน
เจ้าแมลงปอรีบบินกลับมาหาคนรักของเขา
เพื่อจะพบว่าร่างอันคุ้นตานั้น บัดนี้ได้ยืนเคียงคู่อยู่กับชายหนุ่มรูปร่างสันทัดคนหนึ่ง ภาพๆ นั้นทำให้เจ้าแมลงปอเกือบจะบินตกลงมาจากอากาศเลยทีเดียว ชาวบ้านต่างกล่าวขานถึงเรื่องอุบัติเหตุที่ทำให้หญิงสาวได้รับบาดเจ็บสาหัส ทำให้ได้พบกับแพทย์หนุ่มที่น่ารัก และ ใจดี คนนั้น
และยังกล่าวถึงความรักของคนทั้งคู่ที่เหมือนถูกกำหนดมาอย่างไรอย่างนั้น
แน่นอนพวกเขายังคงพูดถึงหญิงสาวที่สดใสร่าเริงขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากมายนัก

เจ้าแมลงปอรู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก
หลังจากนั้นไม่กี่วัน แมลงปอเห็นแพทย์หนุ่มผู้นั้นพาคนรักของตนไปชายทะเลเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น พลบค่ำก็อยู่ที่ชายหาดเพื่อดูพระอาทิตย์ตก

แต่สำหรับเขาแล้ว
นอกจากบินมาเกาะที่บ่าของหญิงสาวแล้ว เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย
หน้าร้อนของปีนี้ช่างยาวนานนัก เจ้าแมลงปอบินต่ำลงๆ ทุกวันด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวด เขาไม่มีเรี่ยวแรงเพียงพอที่จะบินเข้าใกล้ หญิงอันเป็นที่รัก
ท่าทางการพูดคุยกันอย่างสนิทสนมของคนทั้งคู่ เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของทั้งคู่ ทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวยิ่งนัก

ย่างเข้าฤดูร้อนของปีที่ 3
เจ้าแมลงปอไม่ค่อยไปเฝ้าดูคนรักของเขาแล้ว บ่าของเธอบัดนี้ถูกโอบกอดด้วยมือของแพทย์หนุ่ม ใบหน้าถูกประทับจูบอย่างเบาๆ จากเขาผู้นั้น
ดูท่าทางแล้วไม่มีทางเลยที่หญิงสาวจะมีเวลาที่จะไปคิดถึงแมลงปอที่เจ็บปวดตัวหนึ่ง และไม่มีทางที่จะไปคิดถึงอดีตที่ผ่านไป

วันครบรอบปีที่ 3 ที่พระผู้เป็นเจ้ากำหนดไว้ใกล้มาถึงแล้ว
คนรักของเจ้าแมลงปอกับนายแพทย์หนุ่มได้จัดพิธีแต่งงานขึ้นในวันสุดท้ายนั้นเอง เจ้าแมลงปอค่อยๆ บินเข้าไปในโบสถ์ และไปเกาะที่บ่าของพระผู้เป็นเจ้า เขาได้ยินเสียงของคนรักที่ดังมาจากข้างล่างตอบรับคำสาบานของพระผู้เป็นเจ้าว่า
“ฉันยอมรับ”
เขาเห็นแพทย์หนุ่มคนนั้นสวมแหวนให้คนรักของเขา ตามด้วยจุมพิตที่แสนหวานของคนทั้งคู่ เจ้าแมลงปอปล่อยให้น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลออกมา

พระผู้เป็นเจ้าถามแมลงปอว่า “เจ้ารู้สึกเสียใจไหม”
เจ้าแมลงปอเช็ดน้ำตาแล้วตอบว่า “เปล่า”

พระผู้เป็นเจ้าถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า
“งั้นพรุ่งนี้เจ้าก็ได้กลับเป็นเจ้าคนเดิมแล้ว”
เจ้าแมลงปอส่ายหน้าอย่างช้าๆ ก่อนตอบว่า
“ขอผมเป็นแมลงปออย่างนี้ไปตลอดชีวิตเถอะครับ”

บางบุพเพ(ชะตา) ถูกกำหนดมาเพื่อที่ต้องสูญเสียไป
บางบุพเพ ตอนจบไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด
รักคน ๆ หนึ่ง ไม่จำเป็นต้องได้รับรักตอบ แต่
เมื่อได้รับรักจากใครคนหนึ่งเราต้องดูแลรักษามันไว้อย่างดี

บนบ่าของคุณมีแมลงปอไหม….

นิทานความรัก เรื่อง ชอล์กกับกระดานดำ

นิทานความรัก เรื่อง ชอล์กกับกระดานดำ

แต่เดิม ชอล์ก กับ กระดานดำ ก็รักกันดี เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ต่างคนต่างชอบ และเชื่อมั่นในสิ่งที่อีกคนเป็น แต่อยู่มาวันหนึ่ง ชอล์กก็บังเอิญได้ไปเจอกับไวท์บอร์ด จึงติดใจหลงรักในความขาวสะอาด ในที่สุด ชอล์กก็ตัดสินใจบอกเลิกกับกระดานดำ

กระดานดำเสียใจมากฉันทำผิดอะไร ทำไมชอล์กจึงเปลี่ยนแปลงไปอย่างนี้ เพราะฉันดำอย่างงั้นใช่ไหม? เมื่อคิดได้อย่างนี้ กระดานดำจึงไปหาครีมไวท์เทนนิ่งต่าง ๆ มาใช้ เพราะหวังว่า.. ตัวเองจะได้ขาว

ทางฝ่ายชอล์ก หลังจากบอกเลิกกระดานดำแล้ว ก็ไปคบหากับไวท์บอร์ด แต่ไม่นานเท่าไหร่ชอล์กก็ได้เรียนรู้ว่า.. ตัวเองกับไวท์บอร์ดนั้น เข้ากันไม่ได้เลย ชอล์กเขียนไวท์บอร์ดไม่ติด ไวท์บอร์ดไม่รักชอล์กแม้แต่นิด ชอล์กผิดหวังกับไวท์บอร์ดมาก จึงพาหัวใจช้ำ ๆ กลับไปหากระดานดำ

แต่กระดานดำเปลี่ยนไปแล้ว เธอไม่ดำเหมือนก่อน และเวลาก็ทำให้กระดานดำเข้มแข็งขึ้น หัวใจของกระดานดำก็เปลี่ยนไปแล้วด้วยเช่นกัน กระดานดำไม่ต้องการชอล์กแท่งเดิมอีกแล้ว…

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
อย่าทำร้ายคนที่ใช่… ด้วยความโลเล ช่างเป็นเรื่องเศร้า !!!



นิทานความรัก เรื่อง เด็กหญิงความรักกับนายรองเท้า

นิทานความรัก เรื่อง เด็กหญิงความรักกับนายรองเท้า

ท่ามกลางเมืองที่แสนจะกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย
มีเด็กผู้หญิงคน หนึ่ง ชื่อ “เด็กหญิงความรัก”

ทุก ๆ วัน เด็กหญิงความรักจะเดินทางไปในที่ต่าง ๆ ตามลำพัง ด้วยสองเท้าที่เปลือยเปล่า
โดยไม่สนใจว่าพื้นที่เธอเหยียบย่ำจะสกปรก หรือสะอาด จะร้อนระอุ หรือชื้นแฉะ
หรืออาจจะเต็มไปด้วยกิ่งไม้ หรือเศษแก้ว ต่าง ๆ ที่อาจจะทิ่มแทงเท้าอันบอบบางของเธอ
เด็กหญิงความรัก ยังคงมีความสุขกับการเดินทางด้วยเท้าเปล่า
เธอยังคงเดิน เดิน และเดินไปข้างหน้าเรื่อย ๆ อย่างเดียวดาย
————————————————————————————–
แต่แล้ววันหนึ่งระหว่างการเดิน ทางตามปกติของเด็กหญิงความรัก
เธอเริ่มรู้สึกเจ็บปวดบริเวณเท้าทั้งสอง ข้างจนไม่อยากเดินทางต่อไป
ความรู้สึกเหงาและว้าเหว่ก็เข้ามาหาเธอใน ทันที
ทันใดนั้นเด็กหญิงความรักได้พบกับ “นายรองเท้า”
ซึ่งเป็นเพียง รองเท้าเก่า ๆ คู่หนึ่งที่ไม่ได้สะดุดตาอะไร
นายรองเท้าทักทายเด็กหญิง ความรักอย่างเป็นมิตร

“เท้าเธอคงจะเจ็บมาก ถ้าเธอไม่รังเกียจ ให้ฉันเดินทางไปพร้อม ๆ กับเธอได้ไหม ฉันสัญญาว่าจะปกป้องเธอเอง”

เด็ก หญิงความรักได้ยินเพียงแค่นั้น ความรู้สึกอ้างว้าง เดียวดายที่เคยมีก็มลายหายไปในทันที
เธอจึงตัดสินใจที่จะเดินทางต่อไปใน ทุก ๆ ที่พร้อม ๆ กับ “นายรองเท้า”
————————————————————————————–
แต่ต่อมาไม่นาน เด็กหญิงความรักก็ได้พบกับรองเท้าคู่ใหม่โดยบังเอิญ
รองเท้าคู่นี้แตก ต่างจากนายรองเท้ามากมายนัก
เพราะเขาทั้งใหม่ ทั้งสะอาด และสะดุดตาทุกคนที่พบเห็นด้วยสีสันและดีไซน์ที่นำสมัย
อีกทั้งยังเป็นรอง เท้าแบรนด์เนมที่มีราคาแพงอีกด้วย
เด็กหญิงความรักจึงตัดสินใจที่จะทิ้ง “นายรองเท้า”
แม้ว่าเขาจะสวมใส่สบาย และพร้อมจะก้าวเดินไปกับเธอในทุก ๆ ที่ก็ตาม
เด็กหญิงความรักได้ตัดสินใจสวมใส่รองเท้าคู่ใหม่ (ที่สุดแสนจะ Perfect)
ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่พอดีกับเท้าของเธอ
เพียงเพื่อต้องการ ให้ตัวเองดูดีขึ้นในสายตาของผู้อื่น
เด็กหญิงความรักถึงกับยอมให้รองเท้า กัด จนเท้าของเธอเจ็บปวดทรมานมาก
แต่เธอก็ยังอดทน และพยายามที่จะเดินไปข้างหน้าต่อไป ทั้งที่ในใจเธอนั้นไม่มีความสุขเลย

เพียง ไม่กี่วัน เด็กหญิงความรักก็รู้ดีว่า…..
เธอกับรองเท้าคู่ใหม่นั้นเข้า กันไม่ได้เลย
เพราะหลายครั้งที่เขาทำให้เธอเสียใจ
เขาไม่พร้อมที่จะ เดินทางไปกับเธอในทุก ๆ ที่
เขากลัวการลำบาก เขากลัวถูกแปดเปื้อนจากดิน จากโคลนที่สกปรก
เด็กหญิงความรักกลับมานั่งทบทวนดูเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมา
เธอจึงพบว่าระหว่างเธอกับรองเท้าคู่ใหม่นั้นยังขาด “ความเข้าใจ”
ทำให้ตลอดระยะเวลาการเดินทางทั้งคู่ต้องพบกับปัญหาและ อุปสรรคอยู่เสมอ
ถึงแม้เวลาที่ผ่านมา ใคร ๆ ต่างพากันอิจฉาเด็กหญิงความรัก
ที่เธอได้ครอบ ครองรองเท้าคู่ใหม่ที่เพียบพร้อม
แต่เธอก็เลือกที่ถอดรองเท้าคู่นั้นออก และกลับมาเดิมเท้าเปล่าดังเดิม
————————————————————————————–
มันอาจจะเจ็บเท้าบ้างในบางครั้ง แต่เธอก็สบายใจ
เพราะเธอสามารถเดินทางไปได้ในทุก ๆ ที่ที่เธอต้องการ
เด็ก หญิงความรักเดินทางตามลำพังมาเป็นเวลานานพอสมควร
เธอเริ่มรู้สึกกลัว รู้สึกเหงา และโดดเดี่ยว
เธออยากมีเพื่อนสักคนที่เข้าใจเธอ และพร้อมที่จะเดินทางไปกับเธอในทุก ๆ ที่
ทันใดนั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยตะโกนถามเธอว่า……
“อยากมีเพื่อนร่วมทาง สักคนไหมครับ”
ใช่แล้ว! มันเป็นเสียงของเขา…………. “นายรองเท้า”
เด็ก หญิงความรักดีใจมากจนไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้
เพราะเธอคิดว่าเธอคง ไม่มีโอกาสเจอเขาอีกเลย หลังจากที่เธอตัดสินใจทิ้งเขาไป
นายรองเท้ายังคง พูดประโยคเดิม ๆ กับเธออีกครั้งว่า…

“ถ้าเธอไม่รังเกียจ ให้ฉันเดินทางไปพร้อม ๆ กับเธอได้ไหม ฉันสัญญาว่าจะปกป้องเธอเอง”
เด็ก หญิงความรักยิ้มและตอบกลับไปว่า “ขอบคุณนะ…ฉันสัญญาว่าเราจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป”

“เธอไม่จำเป็นต้อง สัญญาหรอก เพราะถ้าเมื่อใดที่เธอรู้สึกเบื่อ และอยากเป็นอิสระจากฉัน ฉัน ก็พร้อมที่จะให้เธอไป”
นายรองเท้าตอบกลับมาอย่างอ่อนโยน
เด็กหญิงความ รักรู้ในทันทีว่านี่แหละ คือ “ความเข้าใจ” ที่เธอรอคอยมานานแสนนาน
————————————————————————————–
แต่ วันนี้เธอเจอแล้ว และเธอจะเก็บรักษาดูแลมันไว้อย่างดี
ถึงแม้ว่านาย รองเท้าจะเป็นเพียงแค่รองเท้าธรรมดา ๆ คู่หนึ่ง ไม่ได้น่าชื่นชมในสายตาของคนอื่น ๆ
แต่สำหรับเด็กหญิงความรักแล้ว เขาสำคัญต่อเธอมาก
เขาเข้าใจและห่วงใยเธอ ส่วนเธอก็รู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขา……
แค่นี้มันก็มากเพียงพอแล้ว สำหรับเธอ
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เด็กหญิงความรักและนายรองเท้าก็อยู่เคียงข้างกันตลอดไป
ในบางครั้งเราอาจ จะเห็นเด็กหญิงความรักไม่ได้ใส่รองเท้า….แต่อย่าเพิ่งตกใจ!!!!
ลองมอง ดูในมือเธอสิ! นายรองเท้าอาจอยู่ในมือเธอก็ได้
เขาอาจจะต้องการให้เท้า ของเธอได้เป็นอิสระจากการผูกมัดบ้าง
หรือเธออาจจะซักนายรองเท้า แล้วแห้งไม่ทันก็ได้ อย่าคิดมาก !!!!

นิทานความรัก เรื่อง ความรักของนกน้อย

นิทานความรัก เรื่อง ความรักของนกน้อย

ในป่าที่ชื่อความรัก…นกน้อยบินไปตามถนนสายหนึ่ง ถนนสายนั้นที่เจ้านกน้อยไม่เคยรู้ว่าจะเจออะไร หวังเพียงแต่ว่าจะเจอต้นไม้ต้นเล็ก ๆ ระหว่างทางเดินเพื่อที่จะได้หยุดพักนาน ๆ แต่วันแล้ววันเล่า เจ้านกน้อยก็ได้แค่พักเพียงชั่วคราวเท่านั้น ยังหาต้นไม้ที่อบอุ่นในฤดูหนาว และเย็นสบายในฤดูร้อนไม่ได้

แล้ววันหนึ่งเจ้านกน้อยก็บินมาเจอต้นไม้ใหญ่ ผลิดอกออกใบสวยงาม และร่มเย็น ต้นไม้ใหญ่พอให้นอนหลับ ไม่เปียกปอนจากสายฝนกระหน่ำ เพียงแค่อยู่ใต้ร่มเงา เจ้านกน้อยก็มีความสุข ทุก ๆ วันของนกน้อยเริ่มมีความหมาย มันบินไปคาบใบไม้ใบหญ้าหวังจะทำรังบนคาคบของต้นไม้ใหญ่ รังน้อยเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เจ้านกน้อยฮัมเพลงส่งเสียงเจื้อยแจ้วอย่างมีความสุข

หลายวันผ่านไป ขณะที่เจ้านกน้อยกำลังฮัมเพลงให้ต้นไม้ใหญ่ฟังอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงชายคนหนึ่งตะโกนดังลั่น และเอาก้อนหินปามาที่รังเจ้านกน้อย
“ฉันเป็นเจ้าของพื้นที่แถวนี้ เจ้าได้รับอนุญาตให้มาอยู่ที่นี่หรืออย่างไร ลงไปจากต้นไม้นั้นเสีย… ไป”

เจ้านกน้อยทำเป็นหูทวนลม แต่ก็ยังคงไม่ยอมผละจากรังใต้ต้นไม้ใหญ่ ในที่สุดชายคนนั้นทนไมไหว ก็ตะโกนขึ้นพร้อมเงื้อมขวานที่อยู่ในมือขึ้น “ก็ได้เจ้านก ถ้าเจ้ายังไม่ยอมลงจากต้นไม้นี้ ข้าจะฟันต้นไม้ให้เละไปเลย ดูซิเจ้าจะยังอยู่ได้มั้ย”

นกน้อยตกใจเมื่อได้ยินคำพูดนั้น หันกลับมามองลำต้นไม้ใหญ่นั้นด้วยความรัก ถึงแม้ฉันอยากอยู่ตรงนี้ แต่ถ้าต้นไม้ใหญ่นั้นต้องเสียกิ่งก้าน เพราะความอยากได้ของฉัน ต้นไม้นั้นก็คงหมดความสง่างามเสียแล้ว เจ้านกน้อย จึงตัดใจ รีบบินจากต้นไม้นั้นมาในทันที ก่อนที่ชายคนนั้นจะฟันต้นไม้ทิ้ง
แม้นกน้อยจะจากต้นไม้ใหญ่นั้นมาแล้ว แต่ก็ยังคงคิดถึงต้นไม้ต้นนั้นอยู่เสมอ วัน ๆ มันจะคอยวนเวียนมาดูต้นไม้ใหญ่ในวันที่อาทิตย์กำลังอัสดง ทุก ๆ วัน เพื่อหลบสายตาของชายใจร้ายที่คอยจ้องจะไล่มัน

เจ้าค้างคาวที่เห็นพฤติกรรมของนกน้อยแล้ว ก็รู้สึกเวทนาเจ้านกน้อย ที่ไปกลัวกับคำพูดของชายคนนั้น
“ข้าว่าชายคนนั้นโง่แล้ว เจ้านกน้อย… เจ้ากลับโง่เสียกว่า…เจ้ากลัวมันเหรอ มันจะตัดต้นไม้ทิ้งก็ตัดไปสิ ต้นไม้ของมัน มันจะโค่นเพราะอยากจะไล่เจ้า ก็ให้มันทำไป เป็นข้าหน่อยไม่ได้ ข้าจะย้ายรังหนีไปเรื่อย ๆ ให้มันตัดต้นไม้ของมันเสียให้หมดป่าไปเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า ”
“ถ้าเจ้าทำอย่างนั้น เพราะเจ้าไม่มีใจผูกพันกับสิ่งที่เจ้ารักนะ ฉันรักต้นไม้นั้น ถ้ามันจะถูกโค่นเพราะฉัน ฉันก็คงไม่มีความสุข” นกน้อยโต้ตอบกับเจ้าค้างคาว
ค้างคาวก็ยังไม่ลดละ

“แล้วที่เจ้าต้องคอยบินมาดูมันทุกวันนี่น่ะ มันสุขแล้วเหรอ”

“ฉันสุขแล้ว อย่างน้อยฉันก็ยังได้ชื่นชมและมองต้นไม้นั้นเติบโตอย่างสวยงามและสง่า การไม่ได้ครอบครอง ไม่ใช่ว่าต้องเป็นทุกข์เสมอไปหรอกนะ ” นกน้อยตอบเจ้าค้างคาว ก่อนค่อย ๆ บินไปที่เหนือต้นไม้ใหญ่ มันบินรอบ ๆ พร้อมส่งเสียงเพลงเจื้อยแจ้วอย่างที่ทำในทุก ๆ วัน เสมือนการทักทายเพื่อนเก่าที่เคยอาศัยพักพิงในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต มันบินอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ ก่อนเปลี่ยนทิศบินกลับรังนอนที่จากมา เพียงเพื่อหวังว่าจะพบต้นไม้ใหญ่ในวันพรุ่งนี้อีกครั้ง

นิทานความรัก เรื่อง หลง

นิทานความรัก เรื่อง หลง

เด็กชายคนหนึ่งมีเพื่อนเป็นเด็กผู้หญิง เธอชื่อว่า รัก และเด็กชายมีชื่อว่า หัวใจ ทั้งสองมักจะชวนกันไปวิ่งเล่น เล่นไล่จับ เล่นซ่อนหา… ด้วยความใกล้ชิดทั้งสองผูกพันธ์กันมาก จนกระทั่งเด็กชายหัวใจนั้น ไม่อยากจะจากเด็กหญิงรักไปแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว

รักมักจะชวนให้หัวใจเล่นซ่อนแอบอยู่บ่อย ๆ และบ่อยครั้งที่หัวใจตามหารักไม่เจอ เพราะว่ารักซ่อนตัวเก่งเหลือเกิน

ในเวลาที่รักหายไป หัวใจที่ตามหาจนเหนื่อยล้าและหลงทาง ก็จะร้องให้ออกมา…..

รัก ที่แอบมองอยู่ไม่ห่าง ก็ออกมาหาหัวใจด้วยความเป็นห่วง หัวใจบอกว่า รักนั้นใจร้าย ทั้งที่เขาตามหารักจนเหนื่อยล้า ทำไมรักถึงไม่ยอมออกมา ปล่อยให้เค้าเจ็บปวดร้องให้อยู่คนเดียว รักได้แต่ยืนมองนิ่งๆ และตอบกลับไปว่า ” เราก็ไม่ได้หายไปใหนนะ ถึงเราจะแอบแต่ก็ตามนายมาตลอด นายแค่วิ่งหาเราไวไปหน่อย บางครั้งเราเลยตามไม่ทัน เราไม่ได้ไปใหน.. แค่นายหลงทางหาเราไม่เจอ.. ”

หัวใจหยุดร้องไห้และเงยหน้าขึ้นมองรัก.. เขาก็แค่หลงทาง.. รักไม่ได้หายไปใหนเลย เพียงแค่เขาหา รัก ไม่เจอเองก็เท่านั้น หัวใจยิ้ม และจับมือรักเดินกลับบ้านในเย็นวันนั้น อย่างมีความสุข…

“หากว่าความรักนั้นทำให้คุณต้องเจ็บปวด คุณลองมองย้อนกลับไปสิ่ว่า… คุณกำลังเจ็บปวดเพราะคุณหลงรัก หรือคุณเจ็บปวดเพราะว่าคุณกำลังหลงทาง.. ”



นิทานความรัก เรื่อง สายน้ำแห่งความรัก

นิทานความรัก เรื่อง สายน้ำแห่งความรัก

กาลครั้งหนึ่ง…….. ณ เมืองหลับใหล

เมื่อก่อนนี้เมืองแห่งนี้เคยเป็นเมืองแห่งความสุข มีเจ้าหญิงฝาแฝด วิ่งเล่นในสวนดอกไม้ และมีเจ้าชายที่เป็นลูกพี่ลูกน้องคอยดูแล รดน้ำต้นไม้ในสวน คอยระวังภัยให้เจ้าหญิงฝาแฝดทั้งสอง ตั้งแต่เธอยังเล็กจนโตเป็นหญิงสวยงามสง่าทั้งคู่….. เจ้าชายหลงรักเจ้าหญิงพี่ แต่เจ้าหญิงพี่รู้ว่าน้องรักเจ้าชายจึงค่อยๆปลีกตัวออกมา…..จนเจ้าหญิงพี่เริ่มเก็บตัว ไม่พูด ไม่คุยกับใคร ในหนึ่งวันเจ้าหญิงได้แต่ปลูกดอกไม้และชื่นชมสวนใบโคลเวอร์เฝ้านั่งนับกลีบใบโคลเวอร์ทุกใบ เป็นเช่นนี้เรื่อยมา เจ้าชายเองไม่รู้จะทำอย่างไร จึงได้หนีหายไปจากเมืองเพื่อเป็นการจบสิ้นเรื่องราวทั้งหมด เจ้าหญิงน้องก็เศร้าใจที่เจ้าหญิงพี่เปลี่ยนไปมากมาย ไม่รู้ว่านานแค่ไหน ที่ความเงียบเหงาเริ่มเข้าเกาะกินเจ้าหญิงทั้งสอง………..

จนกระทั่ง… วันหนึ่ง วันที่ท้องฟ้ามืดทะมึน ฟ้าทั้งฟ้ากลายเป็นสีเทา เหมือนฝนจะตกก็ไม่ตกมืดครึ้มอยู่เช่นนั้น ท่ามกลางความมืดทะมึน เจ้าหญิงพี่ยืนร้องไห้น้ำตาไหลนองแก้มข้างสวนต้นโคลเวอร์ เจ้าหญิงน้องกำลังใช้มีดดาบไล่ทำลายใบโคลเวอร์เหมือนคนเสียสติ ร่ำไห้ พร้อมกับพึมพำอยู่ในใจว่า “พวกเจ้านี่เองที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป พวกเจ้าไม่ใช่ความหวัง เจ้าไม่ใช่ศรัทธา เจ้าไม่ใช่ความรัก และเจ้าไม่เคยทำให้ใครมีความสุข มันก็แค่เรื่องเพ้อเจ้อ”

จนรุ่งเช้า สวนใบโคลเวอร์ทั้งสวนเหลือแต่ซากใบโคลเวอร์…….

มีคนพบเจ้าหญิงน้องนอนอยู่ข้างๆสวนในสภาพหลับใหล ทำเช่นไรเธอก็ไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้

เจ้าหญิงพี่หายไป……..

เมืองทั้งเมืองอยู่ในความมืดมิด ผู้คนค่อยๆทยอยหลับใหลจนหมดเมือง และเมืองตกอยู่ในความมืด มีเพียงยายแก่คนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ริมเมือง หล่อนวิ่งหนีออกมาทันก่อนที่จะโดนสาป “แม่มดตนหนึ่ง สาปเมืองนี้ไว้ว่า เมืืองนี้จะไม่มีความหวัง เมืองนี้จะไม่มีศรัทธา ไม่มีความรักและไม่มีความสุข ทุกคนที่เข้ามาในเมืองนี้จะต้องโดนสาป” ยายแก่ได้แต่วิ่งออกมาเหมือนคนหวาดกลัวและตะโกนสิ่งที่แม่มดได้สาปแช่งไว้

มีผู้คนมากมาย เจ้าชาย วงศาคณาญาติของเจ้าหญิง ผู้คนที่เจ้าหญิงทั้งสองเคยให้การช่วยเหลือ ต่างพากันเดินทางทดลองเปิดประตูเมือง เพียงแค่ย่างกรายเข้าไปได้ไม่เกิน 10 ก้าวพวกเค้าจะกลายเป็นแมลง ที่ได้แต่บินไปบินมาอยู่ในสวนซากใบโคลเวอร์และออกจากเมืองไม่ได้

เจ้าชายที่หายไปกลับมา……. เค้าได้แต่เสียใจในการกระทำของตนเองที่หนีปัญหา ไม่ยอมพูดกับเจ้าหญิงพี่ว่า ตนเองรักเธอมากมายแค่ไหน …..

ในวันหนึ่งๆ เขาได้แต่เดินทางไปยังป่าทึบเพื่อเก็บใบไม้สีต่างๆ นำมาผูกมัดกับก้อนหินแล้วโยนขึ้นไปเพื่อให้ผ่านกำแพงเมือง……. เขาทำเช่นนั้น วันแล้ววันเล่า……. จนไม่สามารถนับได้ว่ามันผ่านมากี่ร้อยวันแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าเค้าทำเช่นนั้นทำไม

ร่างกายเจ้าชายผ่ายผอม และชราลงทุกวัน แต่สิ่งที่เจ้าชายยังทำคือการนำใบไม้มามัดติดกับก้อนหินโยนเข้าไปในกำแพงเมืองทุกวันๆ

จนค่ำคืนหนึ่ง แม่มดได้ปรากฎกายต่อหน้าเจ้าชายชรา และถามว่า “เจ้ายังมีความหวังและศรัทธาอยู่อีกหรือ” เจ้าชายไม่พูดกับแม่มด เขาหยิบใบไม้แห้งๆเล็กๆใบหนึ่งขึ้นมา ส่งให้กับมือของแม่มด แล้วเดินหนีไป แม่มดแบมือออก เธอรู้ว่ามันหมายถึงอะไร นั่นคือสิ่งที่เธอเคยบอกเจ้าชายไว้ว่า “ใครๆก็ว่าต้องใบโคลเวอร์สี่กลีบถึงจะทำให้มีความสุขได้ แต่เราคิดว่าถึงจะเป็นใบไม้ใบใดๆในโลกนี้ถ้าได้รับจาคนที่เรารัก นั่นก็คือสิ่งที่แทน ความหวัง ศรัทธา ความรักและความสุขทั้งมวลแล้ว”

แม่มดร่ำไห้กับการกระทำของตนเอง ทรุดตัวลงกับพื้นดิน น้ำตาที่ไหลจากดวงตาที่หม่นหมองค่อยๆไหลลงพื้น ทุกผืนแผ่นดินที่น้ำตาแม่มดหยดลงไปได้กลายเป็นสีเขียว ต้นไม้ ดอกไม้ ฟื้นขึ้นมีชีวาอีกครั้ง เหล่าแมลงแปรร่างกลายเป็นมนุษย์เช่นเดิม เจ้าหญิงน้องตื่นขึ้นมา…… เธอรีบวิ่งออกมาหน้าประตูเมืองเพียงเพื่ออยากจะบอกกับเจ้าหญิงพี่ว่า “ที่ผ่านมาเธอเองก็ไม่ได้รักเจ้าชายแบบที่ท่านพี่เข้าใจ” แต่ทุกอย่างสายไป เธอพบแต่แม่น้ำสายหนึ่งที่ทอดยาวระหว่างขุนเขากลางป่าใหญ่ผ่านใจกลางเมือง มองออกไปไม่รู้ว่าแม่น้ำสายนี้ไปสิ้นสุดที่ไหน ริมฝั่งแม่น้ำทั้งสองเขียวชะอุ่มไปด้วยใบไม้สีสรรสดใส พันธุ์ต่างๆ….. “ทุกอย่างสายไปจริงๆ”

ในขณะที่เจ้าหญิงน้องตะลึงงันกับสิ่งที่เธอได้เห็น มีเสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นมาจากแม่น้ำสายนั้น “ไม่เป็นไรน้องพี่ พี่ได้อยู่เคียงคู่กับชายที่รักของพี่แล้ว” เหมือนกับว่าเจ้าหญิงพี่ยิ้มอยู่ในแม่น้ำสายนั้นพร้อมกับเสียงดนตรีที่ขับขานโดยเจ้าชายบรรเลงเป็นเพลงรัก ดังกังวานอยู่ในยามค่ำคืนของทุกคืน…. ทุกคนหลับใหลอย่างมีความสุขและตื่นเช้าอย่างมีความหวัง เพราะพวกเขาศรัทธาในแม่น้ำที่พวกเขาพากันเรียกว่า “สายน้ำแห่งความรัก”

นิทานความรัก เรื่อง การเดินทางของความรัก

นิทานความรัก เรื่อง การเดินทางของความรัก

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเกาะแห่งหนึ่งซึ่งรวมรวมความรู้สึกทั้ง

หมดอาศัยอยู่ด้วยกัน ความสุข ความเศร้า ความรู้ และอื่น ๆ รวมทั้ง

ความรัก วัน หนึ่ง มีประกาศไปยังความรู้สึกทั้งหมดว่า เกาะกำลังจะ

จม ดังนั้น ทั้งหมดจึงได้เตรียม เรือเพื่อที่จะหนีออกจากเกาะ ความรัก

เท่านั้นที่ตัดสินใจจะอยู่บนเกาะ ความรักต้องการที่จะอยู่จนกระทั้ง

วินาทีสุดท้าย เมื่อเกาะเกือบจะจมแล้ว ความรัก จึงตัดสินใจขอความ

ช่วยเหลือ… ความรักขอความช่วยเหลือจากความรวย ความรวยแล่น

เรือผ่านความรวยตอบว่า

‘ไม่ได้หรอก… ฉันรับเธอไม่ได้ เพราะเรือฉันนะเต็มไปด้วยทองและเงิน

แล้ว มันไม่มีที่สำหรับคุณ’

ความเศร้าได้พายเรือใกล้เข้ามา ความรักก็ได้เอ่ยขอความช่วยเหลืออีก

‘ความเศร้า อนุญาตให้ฉันขึ้นเรือคุณนะ’

‘โอ้ความรัก ฉันกำลังเศร้ามากเลย ฉันต้องการอยู่คนเดียว ขอโทษนะ’

ความสุขได้ผ่านความรักไปเหมือนกัน แต่เขาไม่ได้ยินแม้เสียงร้องเรียก

ขอความช่วยเหลือของความรักเพราะมัวแต่ กำลังสุข ทันใดนั้น มีเสียง

หนึ่งดังขึ้นมา

‘มานี่ความรัก ฉันจะรับคุณไปเอง’

เสียงนั้นเป็นของคนแก่คนหนึ่ง ความรักรู้สึกขอบคุณและดีใจเป็นอย่าง

มาก จนลืมถามชื่อว่าใครคือผู้ใจดีผู้นั้น เมื่อพวกเขามาถึงแผ่นดินที่แห้ง

คนแก่ก็จากไปตามทางของเขา ความรักนึกขึ้นมาได้ว่าลืมถามชื่อชาย

แก่คนนั้น ความรักจึงถาม ความรู้และคนแก่คนอื่นๆ ..

‘ใครเหรอที่เป็นคนช่วยฉัน’

ความรู้ตอบว่า

‘เวลา’

ความรักถาม

‘แต่ทำไมเวลาถึงช่วยฉันล่ะ’

ความรู้ยิ้มในความรอบรู้ของตัวเองแล้วตอบความรักว่า

‘ก็เพราะว่า มีเพียงเวลาเท่านั้นที่เข้าใจว่าความรักยิ่งใหญ่แค่ไหน’

————————————————

…เมื่อความรักใด้เข้ามาอยู่ในเกาะแห่งใหม่ก็พบว่าเกาะนี้ช่างอุดม

สมบูรณ์เสียจริง มีไม้ให้เธอสร้างบ้าน มีอาหารให้กินและมีทุกอย่างที่

เธอต้องการ ไม่นาน ไม่นานเธอก็หลงรักเกาะนี้ เธอคิดว่าเกาะ คงรัก

เธอเช่นกัน ทุกวัน เธอจะเดินไปที่ริมหาดด้วยหัวใจเบิกบานแลัวหัน

กลับมาตะโกนบอกเกาะว่า

‘ฉันรักเธอ’

แต่เกาะไม่เคยเข้าใจในสิ่งที่เธอพูดหรอก…เกาะอยู่ใน ฐานะผู้ให้เท่านั้น

แล้ววันหนึ่งความรักก็พบว่าเกาะไม่ใด้ทุกอย่างกับเธอคนเดียวเท่านั้น

ทั้ง ความรวย ความเห็นแก่ตัว ความเศร้า ความสุข ต่างก็ได้รับสิ่งต่างๆ

จาก เกาะเหมือนๆกัน

‘เกาะนี้ช่างสมบูรณ์เสียจริง’ ความรวยรำพึง

‘ฉันจะกอบโกยให้มากที่สุด’ ความเห็นแก่ตัวคิด

ส่วนความสุขไม่คิดอะไรเลยเขามีความสุขกับสิ่งที่ได้รับไปวันๆ…และ

แล้วความเศร้าก็โคจรมาพบความรัก

‘เธอมันโง่…สิ่งที่เธอทำไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอก ดูอย่างฉันสิ ไม่เคย

ได้ รับความรักจากใครเลย’

พูดแค่นี้แล้วความเศร้าก็เดินร้องไห้จากไปความรักรู้สึกสับสน น่า

เสียดายที่เกาะนี้ไม่มีความเข้าใจอาศัยอยู่ด้วไม่เช่นนั้นคงมีใครอธิบาย

สิ่งต่างๆให้ความรักเข้าใจว่าเธอไม่ใช่เจ้าของ เกาะ และเกาะรักเธอไม่

ได้ เธอร้องไห้ มีบางสิ่งเกิดขึ้นกับความรัก เธอได้ ให้กำเนิดความริษยา

และความโกรธ สร้างความปั่นป่วนไปทั่วเกาะ สถานการแย่ขึ้นจนถึง

ขีดสุด มหันตภัยของ ชาวเกาะก็เกิดขึ้น ความเสื่อมนั่นเอง…. แล้ววัน

หนึ่งก็มีประกาศไปยังความรู้สึกทั้งหมดว่า เกาะกำลังจะจม วัฎจักรทั้ง

หมดก็เวียนอีกครั้ง ไม่มีใครช่วยความรักขึ้นเรือ…..เงาของใคร บางคน

พายเรือมาแต่ไกล…เวลา นั่นเอง

‘มานี่ความรักฉันจะรับคุณไปเอง’

‘ไม่…ฉันไม่ไปแล้ว..ฉันจะตายที่นี่…ทำไมเหตุการณ์นี้ต้องเกิดกับฉัน

อีก…’

ความรักพูดทั้งน้ำตา

เวลาถอนหายใจ แล้วตอบว่า

‘มันเป็นเช่นนี้เอง ตั้งแต่ก่อนจักรวาลจะเกิดมีเพืยงฉันและความว่าง

เปล่า เท่านั้น ฉันอยู่มานาน รู้เห็นทุกอย่าง ฉันบอกเธอไม่ได้หรอกว่า

ทำไม แต่ ฉันบอกเธอไม่ได้ดอกว่าทำไม แต่…ความรักเอํย เธอไม่เคยสัง

เกตุเหรอ ว่า ความทุกข์คือเงาของเธอ’

ความรักก้มมองเงาของตัวเองแต่เธอไม่สามารถเห็นอะไร

‘ฉันไม่ใช่พระเอกของเรื่องหรอกนะ ฉันมีหน้าที่พาเธอไปส่งยังเกาะที่

ใกล้ ใกล้ที่สุดเท่านั้น รีบขึ้นมาเถอะฉันต้องไปช่วยคนอื่นอีกเยอะ’

ความรักจำใจขึ้นเรือจนมาถึงเกาะ

‘แล้วเจอกันเมื่อวันนั้นมาถึง’ เวลากล่าว

‘แต่ฉันไม่อยากเจอคุณอีก พยายามค้นหาต่อไปเถิดเมื่อเธอกลายเป็น

ความรักที่แท้เมื่อไรเราจะไม่เจอกันอีก’

‘ทำไมหละ’

‘เพราะรักแท้อยู่เหนือกาลเวลา’

ว่าแล้วเวลาก็พายเรือจากไป วัฎจักรดำเนินไปตามทางของมัน

นิทานความรัก เรื่อง ความรักกับความเชื่อใจ

นิทานความรัก เรื่อง ความรักกับความเชื่อใจ

…มีชายหญิงคู่นึงพึ่งรักกัน…

ทั้งคู่รักกันมากกกก

ผู้ชายให้สัญญากับผู้หญิงว่า …

ผมจะรักคุณตลอดไป

ผู้หญิงจึงบอกกลับว่า…

ชั้นเชื่อคุณ และจะรักคุนอย่างที่รักชั้น ให้ดีที่สุด

ทั้ง 2 คน คบกันไปซักพักนึง

ระหว่างที่ 2 คน…ได้เดินจับมือกัน

อยู่ในสวนสาธารณะแห่งนึง

ได้มีนางฟ้าคน ปรากฏกายลงมา

พร้อมกับบอกว่า…

“เราได้เห็นความรัก บริสุทธิ์จากพวกท่าน เราอยากจะให้ท่าน ได้เห็นอนาคตของท่านทั้ง 2 คน”

ชายหญิงคู่นั้น จับมือกันไว้แน่น และ รุสึกดีใจที่ความรักของเค้าและเธอ

ถึงขนาดนางฟ้ามาให้พร

นางฟ้าจึงพูดขึ้นว่า…

“ท่านจะดูอนาคตของท่านทั้ง 2 นับตั้งแต่นี้หรือไม่”

ชายและหญิงคู่รักมองตากัน แล้วตอบพร้อมกันว่า…

“เราทั้ง 2 ไม่กลัวอนาคตเรามั่นใจในกันและกัน”

นางฟ้าได้ยินดังนั้น

จึงเสกของออกมาเป็น cd 2 แผ่นให้ทั้งคู่ไปดูอนาคต…

หญิงสาวค่อยนำแผ่น cd ที่ได้จากนางฟ้า…ใส่ลงในเครื่องเล่นซีดี

ในภาพแรกเทอเห็น

เทอและแฟนของเทอแต่งงานกัน

เธอยิ้มมีความสุขอย่าง

บอกไม่ถูก

ในภาพหลังๆ หญิงสาวได้เห็นว่า…

“มีรูปของแฟนเทอคบชู้” เทอนั่งร้องไห้ เสียใจ

ทันใดนั้น…มีเสียงประตูเคาะขึ้นที่ห้องของเทอ

เธอรีบปิดเครื่อง cd และ ซับน้ำตา

เธอเปิดประตู

เธอเห็นแฟนของเธอเอง

แฟนเธอยิ้ม

แต่เธอโมโหจึงตบหน้าเค้าอย่างแรง

และ ปิดประตูโดยที่แฟนเธอ งง ๆๆ

เธอนอนร้องไห้…ถึงอนาคตที่จะต้องเกิดแบบใน cd นั้น

หลังจากนั้น… เธอพยายามหนีหน้าแฟนของเธอ

โดยที่แฟนก็ตามง้อ

แฟนของเธอเองก้ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด

เธอจึงพยายามหาทางเลิกกับเขา

จนเธอเลิกกับเค้าได้สำเร็จ

วันหนึ่ง…ได้มีเสียงเคาะประตู

เธอเปิดประตู…แต่ทันใดนั้น

คนที่เคาะประตูก้เดินไปจนลับตาแล้ว

เธอจำได้ดีถึงแผ่นหลังของ

“อดีตชายที่ตัวเองรัก”

เธอมองลงพื้น

พบ cd อีกแผ่นนึงที่นางฟ้าได้ให้กับเค้า…

เธอนำ cd แผ่นนี้ไปเปิด

พบภาพที่เหมือนกันคือ…

ภาพที่ทั้งคู่แต่งงานกันอย่างมีความสุข

แต่ภาพหลังจากแต่งงานคือ…

ภาพที่เธอมีชู้กับผู้ชายคนใหม่

โดยมีแฟนของเธอร้องไห้อยู่ข้าง ๆ … เธอน้ำตาไหลและปิด cd อย่างช้าๆ

เธอค่อยๆ เปิดจดหมาย ที่แนบมากับ cd นี้อ่าน

ข้อความเขียนว่า…

“ผมไม่กลัวอนาคต เรามั่นใจในกันและกัน ขอบคุณ แม้ผมจะเชื่อใน คุณฝ่ายเดียวก็ตาม ลาก่อน”

คำว่าเชื่อใจเท่านั้น ที่ทำให้ คนทั้ง 2 คน คบกันอย่างมีความสุข

แล้วคุณหล่ะเชื่อใจคนรักของคุณมากแค่ไหน ?

นิทานความรัก เรื่อง ความรักกับการรอคอย

นิทานความรัก เรื่อง ความรักกับการรอคอย

ทหารหนุ่มแอบหลงรักเจ้าหญิงเลอโฉมเขาตระหนักถึงความสูงส่งของเธอ เฉกเช่นเดียวกับที่ตระหนักถึงความต่ำต้อยตน แต่เขายังรวบรวมความกล้า เดินเสี่ยงตายเข้าไปบอกเธอว่า…”รัก” และจะอยู่บนโลกต่อไปโดยไม่มีเธอไม่ได้เจ้าหญิงผู้เป็นดวงใจตอบเขาว่า

“ถ้าสามารถรอคอยอยู่ใต้ระเบียงห้องเธอได้ติดต่อกัน 100 วัน 100 คืน เธอจะเป็นของเขาตลอดไป”

ณ ใต้ระเบียง ทหารหนุ่มเฝ้ารอคอยอยู่ตรงนั้น วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า โดยไม่ยอมขยับเขยื้อนกายไปไหน เขารอคอยในสายลมบาดผิว รอคอยในสายฝนกระหน่ำ รอคอยในความหนาวเหน็บของหิมะ วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า โดยมีเจ้าหญิงของเขาเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา เธอเห็นหยาดน้ำตาของเขาพรูพรายเป็นสาย จนกระทั่งในคืนที่ 99

ทหารหนุ่ม หยุดร้องไห้…หยุดรอคอย…หยุดทุกอย่างไว้ แล้วหันหลัง…เดินจากไป

เรื่องนี้ไม่มีตอนจบ แต่มีบางคำถาม บางคำตอบในใจ ความรักของเธอกับเขาอาจจะเหมือน “นาฬิกาทราย” เมื่อฝ่ายหนึ่งเริ่มหมดรักไปในใจอีกฝ่ายหนึ่งกลับรักขึ้นมาใหม่เต็มเปี่ยม แต่บางทีทหารหนุ่มอาจตั้งใจแค่แสดงให้เห็นว่าเขารักเธอจริงแท้แค่ไหน

แค่พิสูจน์ให้เห็น แต่ไม่ต้องการ ครอบครองไว้ หรือบางทีเขาอาจเสียใจ ต้องตัดใจจากไปเพราะรักเขาถูกทำร้ายย่ำยี หรือบางทีเป็นเจ้าหญิงเองที่เสียใจ เพราะไม่เคยมีใครรักเธอได้อีกถึงเพียงนี้…

ความรัก เป็นสิ่งที่ออกแบบไม่ได้
ความรัก เป็นเรื่องที่บังคับใจกันไม่ได้
ความรัก ที่บริสุทธิ์ คือ การให้…ให้โดยที่ไม่หวังว่าจะได้อะไรตอบแทน

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ที่ให้มักจะหวังอยู่ลึก ๆ ที่จะได้ความรักเป็นสิ่งตอบแทนเสมอ และเมื่อเค้าได้ ความรัก กลับมาแล้ว มีเพียงน้อยคนนักที่จะสามารถให้ในลักษณะนี้ได้ตลอดไป

ความอดทนอยู่คู่กับความรักไม่ได้ แต่ความเข้าใจต่างหากที่ควรเคียงคู่กันไป ถูกต้องที่ “เวลา” เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะความรัก การประคองให้รักกันได้ตลอดไป เป็นสิ่งที่ยากกว่าการจะทำอย่างใรให้รักกัน

เจ้าหญิงไม่ผิด และ ทหารผู้นี้ก็ไม่ผิด เพียงแต่เวลาของ ความรัก ของสองคนนี้… ไม่เท่ากันเท่านั้นเอง

เราจะรู้ค่าของสิ่งของสิ่งหนึ่ง เมื่อเราได้รู้ว่า เราได้เสียมันไปแล้ว



นิทานความรัก เรื่อง พระจันทร์สองดวง

นิทานความรัก เรื่อง พระจันทร์สองดวง

นานมาแล้ว สมัยที่โลกมีพระจันทร์ 2 ดวง มีดวงจันทร์ดวงหนึ่งเป็นผู้หญิง ดวงจันทร์ดวงหนึ่งเป็นผู้ชาย และดวงจันทร์สองดวงนี้ต่างก็รักกันมาก ดวงจันทร์ทั้งสองดวงนี้ ไม่เคยแยกห่างจากกัน ทุกคืนที่มองไปบนฟ้า จะเห็นดวงจันทร์ทั้งคู่เคียงข้างกันเสมอ

แต่แล้ววันหนึ่ง ดวงจันทร์ผู้หญิงได้ไปพบดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ผู้หญิงเกิดหลงไหลในแสงเจิดจ้าของดวงอาทิตย์ จึงเลื่อนตัวตามดวงอาทิตย์ไปทีละน้อย ทีละน้อย และก็แยกมาจากอีกดวงนึงในที่สุด

เมื่อค่ำคืนมาถึง จึงมีดวงจันทร์ผุ้ชายเหลืออยู่ดวงเดียว ดวงจันทร์ผู้ชายก็ได้แต่ตามหาดวงจันทร์ผู้หญิงไปทั่งทุกหนทุกแห่ง คืนแล้วคืนเล่าวันเวลาผ่านไป

แต่ดวงจันทร์ผู้ชายไม่สามารถหาดวงจันทร์ผู้หญิงพบ ด้วยความคิดถึงและ อยากพบดวงจันทร์ผู้หญิงให้เร็วที่สุด ทำให้ดวงจันทร์ผู้ชายคิดว่า

“หากเราได้แต่ตามหาแบบนี้คงไม่สามรถได้พบกันอีกแน่ ๆ”

จึงตัดสินใจระเบิดตัวเองเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไปทั่วทั้งจักรวาล เพื่อให้ชิ้นส่วนแต่ละชิ้น ออกตามหาดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งนั้น

เมื่อเวลาผ่านไป…

ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงได้เห้นถึงความจริงว่า แม้ดวงอาทิตย์ จะส่องแสงเจิดจ้า สวยงามปานใด แต่ดวงอาทิตย์ก็มิได้ส่องแสงเจิดจ้า แต่เพียงเธอเท่านั้น
ยังส่องแสงสว่างไปยังดาวดวงอื่นๆอีกมากมาย…

..ดวงจันทร์ผู้หญิงจึงหวนกลับมาหาดวงจันทร์ผู้ชายอีกครั้ง แต่หาเท่าไหร่ก็หาดวงจันทร์ผู้ชายไม่พบ ต่อมาจึงได้รู้ว่า ดวงจันทร์ผู้ชายยอมระเบิดตัวเอง เพียงเพื่อตามหาตน จนกระจัดกระจายเป็นเศษเสี้ยวเล็ก ๆ ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงรู้ว่าไม่มีวันที่จะได้เจอกับดวงจันทร์ผู้ชายอีกต่อไป จึงโศกเศร้า และเสียใจ

แต่ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ของดวงจันทร์ผู้ชาย ที่มีต่อดวงจันทร์ผู้หญิง ทุกคืนจึงพยายามเปล่งประกายแสง ที่ยังเหลือเพียงน้อยนิดของตน ส่งให้ถึงดวงจันทร์ผู้หญิง เกิดเป็นแสงพร่างพรายเต็มฟ้า เคียงข้างดวงจันทร์ จนเกิดเป็นดวงดาวและดวงจันทร์ให้เราเห็นทุกวันนี้

หากเรามองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน วันไหนที่จันทร์สวยสด วันนั้นคุณจะไม่เห็นดวงดาวดวงเล็กดวงน้อยส่องแสง หรือ วันใดที่คุณเห็นกลุ่มดาวเปล่งประกายบนฟากฟ้า วันนั้น คุณก็จะไม่พบดวงจันทร์