นิทานคลาสสิกอมตะ เรื่อง เจ้าบ่าวอสูร

นิทานคลาสสิกอมตะ เรื่อง เจ้าบ่าวอสูร

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีทหารหนุ่มผู้หนึ่งทำการรบพุ่งอย่างกล้าหาญ เมื่อสงครามสิ้นสุด เขาได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับบ้าน ทหารหนุ่มผู้นั้นเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีบ้านให้ย้อนกลับไปหา เขาจึงตัดสินใจที่จะเดินทางแสวงโชคไปในโลกกว้าง

อยู่มาวันหนึ่ง ทหารหนุ่มเดินทางมาพบชายหน้าตาประหลาด เจ้าจะเดินทางไปยังแห่งหนใด พ่อหนุ่ม? คนแปลกหน้าเอ่ยถาม

ข้าไม่มีบ้าน ไม่มีเงินทอง ดังนั้นข้าจะเดินทางท่องโลกกว้างเพื่อแสวงโชค

จากนั้นคนแปลกหน้าก็พูดขึ้นว่า ถ้าเจ้าปฏิบัติตามคำสั่งของข้า เจ้าจะร่ำรวยไปตลอดชีวิต แต่เดี๋ยวก่อน เจ้าเป็นคนขลาดหรือผู้กล้า

ทหารหนุ่มตอบไปด้วยความภาคภูมิใจ ข้าคือผู้กล้า

คนแปลกหน้าจึงถอดเสื้อคลุมออกมายื่นส่งให้ทหารหนุ่ม ตราบใดที่เจ้าห่มคลุมเสื้อตัวนี้ เจ้าจะมีเงินในกระเป๋าไม่ขาดมือ

จำไว้ให้มั่น ในห้วงเวลา 7 ปี นับจากวันนี้เป็นต้นไปเจ้าจะอาบน้ำไม่ได้ ห้ามหวีผม ห้ามตัดเล็บ ห้ามโกนหนวดเครา หากเจ้าฝ่าฝืนเจ้าจะตกเป็นทาสของข้าไปชั่วนิรันดร์ แต่ถ้าเจ้าปฏิบัติได้ดังว่า ชีวิตหลังเจ็ดปี จะเปี่ยมด้วยความมั่งคั่งผาสุก

ทหารหนุ่มรับเสื้อคลุมมาสวมในทันใด เขายินดีปรีดาเป็นที่สุด เมื่อล้วงเข้าไปพบเหรียญทองคำเต็มกระเป๋า ไม่ว่าเขาจะควักเหรียญออกมามากเพียงใดก็ตาม เหรียญทองคำในกระเป๋าก็ไม่พร่องลงสักนิด

ทหารหนุ่มเดินทางท่องโลกด้วยความสุข อิ่มเอิบใจเป็นที่สุด เมื่อซื้อสรรพสิ่งได้ตามปรารถนา ทหารหนุ่มเปี่ยมด้วยน้ำใจ เมื่อพบเห็นผู้ยากไร้ก็จะช่วยเหลือ เขาเดินทางไปทุกหัวระแหง และไม่เคยแล้งเพื่อนน้ำมิตร

ทหารหนุ่มเตือนตัวเองตลอดเวลาไม่ให้หยิบมีดโกนมาโกนหนวดเครา ไม่วักน้ำมาล้างหน้า หรือแม้กระทั่งตัดเล็บของตนเอง จนเวลาผ่านไปสองปี ทหารหนุ่มมอมแมมก็ได้กลายเป็นสัตว์ประหลาดผู้คนเป็นต้องกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศเมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้

อยู่มาวันหนึ่งในห้วงปีที่สี่ ทหารหนุ่มเดินทางมาถึงโรงแรมแหน่งหนึ่ง เจ้าของโรงแรมปฏิเสธไม่ให้เข้าพัก เนื่องจากร่างกายของเขาสกปรกโสโครกคล้ายดั่งสัตว์ประหลาด แต่เมื่อทหารหนุ่มควักเหรียญทองออกมาเต็มกำมือ เจ้าของโรงแรมก็ใจอ่อนจึงอนุญาติให้พักค้างแรมได้ในโรงเลี้ยงม้า

ในระหว่างที่ทหารหนุ่มพักผ่อนอยู่ในโรงเลี้ยงม้า เขาได้ยินเสียงถอนหายใจและเสียงร่ำร้องด้วยความเศร้าสร้อย มีชายหน้าตาอมทุกข์ผู้หนึ่งอยู่ในมุมมืด และชายผู้นั้นก็ต้องหวาดกลัวจนแทบขาดใจ เขาร้องลั่นออกมาเมื่อเห็นอสูรหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวมายืนอยู่ต่อหน้า

ทหารหนุ่มพูดปลอบประโลมด้วยเสียงอ่อนโยน จนชายผู้นั้นคลายความหวาดกลัว เพื่อนรัก ท่านมีทุกข์ใดในใจ? ทหารหนุ่มสอบถาม

ข้าเป็นพ่อค้า ขาดทุนย่อยยับหมดตัว ไม่มีแม้แต่ค่าที่พักเจ้าของโรงแรมคงจะส่งข้าเข้าคุกแน่แท้ ชายผู้นั้นร้องครางออกมา ทหารหนุ่มยิ้มละไม

ไม่ต้องเป็นกังวล ข้าจะช่วยเหลือท่าน ทหารหนุ่มชำระค่าที่พักทั้งหมด และยังมอบทองคำถุงโตให้ยืมติดมือกลับบ้าน พ่อค้าสำนึกบุญคุณทหารหนุ่ม จึงเชื้อเชิญให้เขาร่วมเดินทางกลับบ้านด้วยกัน และให้สัญญาว่าจะยกลูกสาวหนึ่งในสามคนให้เป็นคู่ครอง

ทหารหนุ่มสุดแสนจะยินดี ได้ร่วมเดินทางติดตามพ่อค้ากลับบ้านของเขา เมื่อมาถึงบ้านของพ่อค้า เขาพาทหารหนุ่มเข้าไปในบ้านและแนะนำให้ลูกสาวทั้งสามรู้จัก พ่อค้าผู้นั้นเล่าเรื่องทั้งหมดให้ลูกสาวทั้งสามฟังว่าทหารหนุ่มได้ช่วยเหลืออย่างไรบ้าง และตนสัญญาไว้อย่างไรบ้าง

เมื่อได้ฟังดังนั้น ลูกสาวคนโตแจ้งว่าเธอป่วยไข้ไม่สบาย และผลุนผลันวิ่งออกไปทันที ส่วนลูกสาวคนที่สองร้องอุทานออกมาว่า อะไรกัน จะให้แต่งงานกับเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้นะหรือ ไม่มีทาง

ในขณะที่ลูกสาวคนสุดท้อง เด็กสาวผู้งดงามทั้งหน้าตาและน้ำใจปลอบประโลมบิดาว่า หากคุณพ่อต้องการ ลูกยินดีจะแต่งงานกับผู้มีพระคุณต่อครองครัวของเรา

ทหารหนุ่มปลาบปลื้มใจเป็นที่สุด มอบแหวนให้สาวน้อย จากนั้นก็บอกลา สั่งกำชับว่า อีกสามปีเขาจะย้อนกลับมา เจ้าสาวสุดแสนจะเศร้าสร้อยเมื่อเจ้าบ่าวลาจากไป พี่สาวทั้งสองเฝ้าเยาะเย้ยถากถางน้องสาวอยู่เป็นนิจ น้องสาวคนสุดท้องอดทนข่มกลั้นคอยนับวันที่เจ้าบ่าวจะกลับมาอีกครั้งตามสัญญา

ฝ่ายทหารหนุ่มก็ออกเดินทางเร่รอนไปอย่างไม่มีจุดหมาย เมื่อถึงวันสุดท้ายของปีที่เจ็ด คนแปลกหน้าก็ปรากฏกายขึ้นต่อหน้าทหารหนุ่ม เขาหน้าตาอมทุกข์เพราะผิดหวังที่ไม่ได้ทหารหนุ่มมาเป็นทาส เอาเถิด เจ้าทหารกล้า เจ้าเป็นผู้ชนะ เจ้าเป็นอิสระแล้ว คนแปลกหน้ารับเสื้อคลุมไปแล้วหายวับไปต่อหน้าต่อตา

ส่วนทหารหนุ่มก็รีบไปอาบน้ำ ฟอกเนื้อตัวจนสะอาดหมดจด ตัดเล็บมือเล็บเท้า ตัดผมโกนหนวดโกนเครา ภาพที่ปรากฎในกระจกเป็นชายหนุ่มหน้าตาคมเข้ม ทหารหนุ่มเร่งเดินทางกลับมาหาเจ้าสาวของเขา

ยามไปถึงที่บ้านพ่อค้ากลับไม่มีใครจดจำเขาได้ แต่เมื่อเขาส่งเสียงทักทายออกไป น้องสาวคนเล็กของบ้านก็จำได้มั่นว่าเป็นเจ้าบ่าวของเธอ เธอยินดีปรีดาที่ได้เห็นเจ้าบ่าวหน้าตาคมสันเดินทางกลับมาโดยสวัสดิภาพ

ส่วนพี่สาวทั้งสองก็ทำได้เพียงเศร้าโศกแสนเสียดายว่า น่าจะเลือกเจ้าบ่าวอสูรหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวนั้นเสียแต่แรก

Bookmark the permalink.

Comments are closed.