นิทานคลาสสิกอมตะ เรื่อง นักรบแห่งไอร์แลนด์

นิทานคลาสสิกอมตะ เรื่อง นักรบแห่งไอร์แลนด์

บริอาน โบโร เป็นนามของกษัตริย์นามกระเดื่องของไอร์แลนด์สมัยโบราณ ได้ครองราชย์อยู่เป็นเวลานานปี เป็นที่จดจำกันในหมู่ชาวไอร์แลนด์ในฐานะที่ทรงเป็นจอมกษัตริย์นักรบ ซึ่งมีชัยชนะเหนือพวกเดนส์ ปลดปล่อยไอร์แลนด์ให้เป็นอิสระชั่วกัลป์ ทั้งยังให้ปลอดภัยจากศัตรูที่มารุกรานและกระทำการอันทารุณร้ายกาจต่อชาวไอร์แลนด์

ในสมัยโบราณ มีประเพณีอย่างหนึ่งคือ เด็กผู้ชายจะต้องได้รับการอบรมเลี้ยงดูให้ห่างไกลจากครอบครัวของตน จึงปรากฏเสมอว่าหนุ่มชาวไอร์แลนด์ต้องไปฝึกฝนอบรมในราชสำนักของกษัตริย์ที่ครองอาณาจักรใกล้เคียงใช้ชีวิตวัยต้นท่ามกลางภยันตรายในการต่อสู้และสงคราม เพื่อฝึกปรือให้เกิดพลังแบบทหาร เป็นนักรบกล้าหาญ และยิ่งกว่านั้น ต้องรักชาติบ้านเมืองของตน พร้อมจะป้องกันไว้ด้วยชีวิตและเกียรติยศของตน

สำหรับบริอาน โบโร เมื่อได้ผ่านการฝึกปรืออบรมเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว พระองค์ก็กลับมาสู่ราชสำนักของพระบิดา ขณะที่คณะของพระองค์เดินทางกลับผ่านมาถึงแม่น้ำแชนนอน บริอานได้สั่งบริวารของตนเป่าเขาสัตว์ให้ดังขึ้น เพื่อบอกกษัตริย์เคนเนดี้ผู้เป็นบิดาให้รู้ว่าพระโอรสกำลังเสด็จมาแล้ว

แต่ก่อนจะได้เป่าเขาก็ต้องสะดุ้งไปตาม ๆ กัน ปรากฏว่าทางด้านหลังภูเขามีเสียงประหลาดเกิดขึ้นราวกับเสียงแห่งข่าวร้าย ทุกคนพากันพิศวงเมื่อเห็นสาวงามนางหนึ่งปรากฏขึ้น เธอมีผมสีทองยาวสลวยประบ่า ก่อนที่บริอานจะกล่าวอะไร เธอก็ชิงกล่าวขึ้นก่อนว่าเธอมิใช่เทพธิดาหรือนางไม้ที่ไหน อย่าได้ตกใจเลย เธอคือพี่สาวโดยนับเป็นญาติกัน อยากจะมาต้อนรับหลังจากไม่ได้พบกันเป็นเวลาแสนนาน

สาวงามก้าวเข้ามาคำนับและกล่าวขึ้นว่า เวลานี้พระบิดาของบริอาน หรือพระราชาเคนเนดี้กำลังคอยฟังเสียงเป่าเขา บอกการมาของบริอานอย่างกระวนกระวาย เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายจากพวกเดนส์

บริอานจึงถามว่า เธอใช่ไหมที่ทำให้พวกเราตกใจด้วยเสียงเพลงเตือนอันตราย เป็นการต้อนรับการกลับคืนสู่บ้านเกิดเมืองนอนครั้งนี้

ใช่ค่ะ แต่เสียงเพลงของสตรีคงไม่น่าสะพรึงกลัวเหมือนเสียงพวกเดนส์จริง ๆ หรอก สาวงามพูดยิ้ม ๆ

บริอานจึงให้คนเป่าเขาสัตว์ขึ้น แล้วรีบข้ามแม่น้ำตรงไปยังปราสาทของพระบิดา

ที่ปราสาท เมื่อบริอานไปถึงก็มีงานเลี้ยงเป็นการใหญ่ เป็นการให้เกียรติในการกลับมาคราวนี้ของบริอาน ขณะกำลังร่าเริง สนุกสนานอยู่นั้น ก็มีข่าวมาว่าพวกเดนส์กำลังเจ้าโจมตีพวกสกุลคาส ซึ่งกษัตริย์เคนเนดี้คุ้มครองอยู่

พระราชาตรัสว่า ลูกของเรามาถึงเวลาประจวบเหมาะดีแท้ เวลานี้เราต้องการคนกล้าหาญ คนมีฝีมือเข้มแข็ง ผู้มีหัวใจแข็งแกร่ง พร้อมจะเข้าเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งกล้า ระหว่างนั้นก็มีเสียงซุบซิบกันว่าคราวนี้จะสู้หรือจะหนี

บริอานกล่าวออกไปอย่างเหลืออดว่า แล้วเราจะมาคอยอะไรกันเล่า เราไม่มีเวลาเหลืออีกต่อไปแล้ว ถ้าท่านพ่ออนุญาต ลูกจะถือโอกาสยกคนไปตรึงอยู่ที่ป้อมปราการบรรณาการ ต่อสู้กับผู้รุกราน ณ บัดนี้

คำพูดนั้นเองก่อให้เกิดกำลังใจกล้าแกร่งอย่างประหลาดแก่แม่ทัพนายกองทั้งหลาย ทุกคนร้องเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องสู้ และด้วยดวงใจที่กล้าหาญ แม่ทัพนายกองพร้อมด้วยผู้เป็นหัวหน้าก็ยกทัพไปรวมกันที่ฝั่งแม่น้ำแชนนอน ณ ที่นั่นเองก็จะมองเห็นแสงไฟบนยอดเขารอบ ๆ ส่งแสงเรื่อเรืองรอง

การสู้รบเป็นไปอย่างดุเดือด พระราชา เจ้านาย และแม่ทัพนายกองต่างตกอยู่ในวงล้อมข้าศึกที่โหดเหี้ยม ในจำนวนนั้น มีพระราชาแคนเนดี้และโอรสสององค์ได้รวมอยู่ด้วย

เวลาผ่านไปหนึ่งวันเต็ม ๆ บริอานก็สามารถป้องกันป้อมบรรณการไว้ได้ สามารถขับไล่ทัพพวกเดนส์เตลิดข้ามหุบเขาไป

มีนิทานเล่ากันว่า ระหว่างการปะทะอันดุเดือดที่สุดนั้น มีเรือลำหนึ่งล่องมาตามแก่งน้ำ หญิงสาวงามผู้มีผมสีทอง แต่งกายด้วยเสื้อผ้าขาวบริสุทธิ์ ผู้เป็นญาติของบริอาน นำเสบียงมาส่งให้บริอาน พวกเดนส์ต่างพากันตะลึงงันยิ่ง เมื่อได้ยินเสียงเพลงของเธอกังวาลแจ้งกลบเสียบรบอันดุเดือด จึงเสียกำลังใจรีบหนีไปสิ้น

เมื่อกษัตริย์เคนเนดี้สิ้นพระชนม์แล้ว มาฮอนซึ่งเป็นพี่ชายของบริอานได้รับแต่งตั้งเป็นกษัตริย์ต่อไป พี่ ๆ น้อง ๆ เห็นว่าการรบซึ่ง ๆ หน้าในที่โล่งจะสู้พวกเดนส์ไม่ได้ จึงวางอุบายใหม่คือถอยหนีไปจากฝั่งแม่น้ำแชนนอน เข้าไปอยู่ในป่าแบบกองโจร คอยดักตีชิง ปล้นกองทัพพวกเดนส์ ซึ่งปกครองดินแดนภาคใต้ของไอร์แลนด์

ต่อมาไม่นาน กษัตริย์มาฮอนทรงเบื่อหน่ายที่จะประทับในป่าต่อไป จึงทำสัญญาสงลศึกกับเดนส์ แต่บริอานไม่ยอมแพ้ ยังคงทำการสู้รบต่อไปอย่างดุเดือด จนเป็นที่หวาดเกรงของพวกเดนส์อย่างยิ่ง แต่บริอานเองก็ต้องประสบความเศร้าใจท้อแท้ใจบ่อย ๆ ที่ต้องสูญเสียผู้คนไปคนแล้วคนเล่า จนเหลือผู้คนอยู่ไม่มากนัก

วันหนึ่งบริอานก็ได้ยินเสียงร้องเรียกชื่อเขาให้ออกจากป่ากลับเข้าเมืองเสียที เป็นเสียงของพี่สาวนับญาติของเขานั่นเอง เธอเป็นผู้เดียวที่ใจกล้าหาญ สามารถนำข่าวคราวจากกษัตริย์มาฮอนมาแจ้งให้ทราบว่าพระองค์ประสงค์จะพบบริอาน

บริอานหัวหน้าหนุ่มผู้กล้าหาญ เสี่ยงชีวิตรอดพ้นจาการจับกุมของกองทัพเดนส์เข้าไปพบกษัตริย์มาฮอนผู้พี่ บริอานพยายามกล่อมใจพี่ให้สู้เพื่ออิสระภาพอีกสักครั้งหนึ่ง แล้วคบไฟใหญ่จำนวนมากก็จุดขึ้นที่ยอดเขาวทั่วไปแสดงว่าพวกราชสกุลคาสเตรียมพร้อมที่จะสู้ใหม่เพื่ออิสรภาพ

ในที่สุดพระเจ้าลิเมอริคกษัตริย์พวกเดนส์ส่งสาส์นมายังกษัตริย์มาฮอนขอให้รื้อป้อมค่ายปลดปล่อยทหาร แล้วให้จับบริอานโจรนอกกฏหมายตีตรวนส่งตัวให้กษัตริย์แห่งลิเมอริคพร้อมด้วยเครื่องบรรณาการ คำตอบที่ได้รับจากกษัตริย์มาฮอนคือการปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง และบริอานก็ไม่ยอมแพ้

ดังนั้นการสู้รบจึงเกิดขึ้นอย่างดุเดือดกว้างขวาง พี่น้องต่อสู้อย่างกล้าหาญในสงครามอันยิ่งใหญ่ บริอานเป็นผู้นำทัพและมีชัยขับไล่พวกเดนส์ให้ล่าถอยไปจนยึดแคว้นลิเมอริคกลับคืนได้ แทนที่ตัวเองจะต้องถูกจับเป็นเชลย

เมื่อกษัติรย์มาฮอนสิ้นพระชนม์ชีพแล้ว บริอานก็ได้เป็นกษัตริย์ครองสามแคว้น และต่อมาก็ได้ครองไอร์แลนด์ทั้งหมด

ในระยะเวลาอันรุ่งเรืองยาวนานของกษัตริย์บริอานนั้น พระองค์ทรงบำเพ็ญตนเพื่อประเทศและประชาชนอย่างใหญ่หลวง มีพระทัยเมตตาปวงชน ได้รับความนิยมยกย่องจากไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ทั้งหลาย ฝ่ายข้าศึกศัตรูก็เกรงขาม

พระเจ้าบริอานครองราชมาช้านาน จนทรงพระชรามาก ในสงครามครั้งสุดท้ายกับพวกเดนส์ศัตรูเก่าที่เมืองโกลนดาฟ พระองค์ถูกลอบปลงพระชนม์ขณะทางคอยฟังข่าวศึกอยู่ในเต็นท์ที่ประทับกลางสนามรบ

ผลสุดท้ายปรากฎว่า ฝ่ายไอร์แลนด์เอาชนะพวกเดนส์อย่างถอนรากถอนโคน ตั้งแต่นั้นมาไอร์แลนก็มีแต่ความสงบสุขไม่มีการรบกวนจากศัตรูอีกเลย

Bookmark the permalink.

Comments are closed.