นิทานคลาสสิกอมตะ เรื่อง รถยนต์กายสิทธิ์

นิทานคลาสสิกอมตะ เรื่อง รถยนต์กายสิทธิ์

หมู่บ้านเชอร์รี เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ผู้คนอาศัยอยู่ด้วยความสุข จนกระทั่งมีนายบ็องเข้ามาอยู่ด้วย

ในฤดูใบไม้ผลิ ต้นเชอร์รีจะออกดอกสีชมพูบานสะพรั่งไปทั่วทุกหนทุกแห่ง แลดูงดงามยิ่งนัก เมื่อฤดูร้อนมาถึง ลูกเชอร์รีก็จะสุก พวกชาวบ้านก็จะช่วยกันเก็บลูกเชอร์รีอย่างสนุกสนาน เพื่อทำขนมรับประทานกับครีม

แต่เมื่อนายบ็องมาที่หมู่บ้าน เขาก็ทำตัวให้เป็นที่เดือดร้อนรำคาญใจแก่เพื่อนบ้าน นายบ็องพูดมากจนไม่มีใครอยากฟัง เขาเที่ยวขอยืมของใช้ของชาวบ้าน นอกจากนี้นายบ็องยังชอบพูดนินทาว่าร้ายพวกชาวบ้านอีกด้วย เขาเป็นคนที่น่าเบื่อเหลือแสน

นั่นแน่ะ นายบ็องเดินมาแล้ว โกโบพูดกับลิตเติลฟีต

เร็ว ๆ เข้าเถอะ รีบวิ่งหนีไปให้พ้นก่อนที่เขาจะเห็นเราเถิด! นายบ็องจะต้องมาขอยืมอะไรเราสักอย่างแน่ แล้วคนทั้งสองก็วิ่งหนีไปแต่ก็ช้าไปเสียแล้ว เพราะนายบ็องเห็นคนทั้สองำลังวิ่งไปพอดี เขารีบวิ่งตามไปบ่นอะไรต่อมิอะไรให้โกโบกับลิตเติลฟีตฟังจนได้

นายบ็องชอบดูของใหม่ ๆ ที่ชาวบ้านในหมู่บ้านเชอร์รีซื้อมา เมื่อโกโบเอาวิทยุเครื่องใหม่มาที่บ้าน นายบ็องก็ไปเคาะประตูบ้านโกโบพอโกโบเปิดประตูบ้าน นายบ็องก็เดินเข้าไปทันทีโดยที่โกโบยังไม่ทันเชื้อเชิญ นายบ็องเฝ้าหมุนปุ่มวิทยุเปิดปิดอยู่ตลอดเวลาทั้งวันจนกระทั่งเย็น แม้ว่าโกโบที่น่าสงสารอยากจะลองเปิดวิทยุฟังเองบ้างก็ทำไม่ได้

เมื่อทิพโทซื้อจักรยานใหม่มา นายบ็องก็ไปขอยืมจักรยานคันนั้นมาขี่ไปเยี่ยมป้าของเขาที่เมืองเฮย์โฮ พอนายบ็องนำรถจักรยานมาคืนก็ปรากฏว่ากระดิ่งรถหักเสีย

เธอควรจะใช้เงินค่ากระดิ่งอันใหม่ให้ฉัน ทิพโทพูดอย่างโกรธเคือง แต่นายบ็องก็หัวเราะเฉยเสีย เขาเดินจากไปไม่สนใจคำพูดของทิพโท แล้วก็เข้าบ้านปิดประตูดังปัง ทิพโทก็เลยต้องเเสียเงินซื้อกระดิ่งรถคันใหม่เอง

ต่อมานายบ็องนำหินลูกกลิ้งสำหรับใช้แล้วสวนมาจากคุณนายเยลลี่โดยไม่ขออนุญาตเสียก่อน แล้วทำหินลูกกลิ้งตกหายไปในสระน้ำที่หมู่บ้าน ทุก ๆ คนต่างหมดความอดทนกับการกระทำของนายบ็อง พากันพูดว่าจะต้องจัดการกับนายบ็องเสียที

นายบ็องทำหินลูกกลิ้งหล่นลงไปในสระน้ำได้อย่างไรกัน? โกโบถามด้วยความประหลาดใจ วันนั้นเขาไปธุระเสียจึงไม่ได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้น

คืออย่างนี้นะ นายบ็องไปเอาหินลูกกลิ้งไปคืนวันหนึ่ง ขณะที่คุณนายเยลลี่นอนหลับอยู่ ทิพโทเล่าเรื่องให้โกโบฟัง เธอก็รู้อยู่แล้วว่า บ้านของคุณนายเยลลี่น่ะอยู่บนเนินเขา ขณะที่นายบ็องกำลังจะเดินลงจากเนินเขา เขาจามโดยแรงจนกระทั่งปล่อยให้หินลูกกลิ้งหลุดจากมือ มันกลิ้งไปตามเนินเขาโดยเร็ว แล้วก็หล่นโครมลงไปในสระ

และสระนั้นก็ทั้งกว้างใหญ่และลึกมาก เราหาลูกกลิ้งไม่พบมันก็เลยหายไป ลิตเติลฟีตพูด

ถ้าเช่นนั้นก็ถึงเวลาที่เราจะต้องจัดการกับนายบ็องนี่เสียที โกโบพูดพลางขมวดคิ้ว

ตัวพิกซี่น้อยซึ่งมีชื่อว่าดัมเบลหัวเราะคิกคัก คนอื่น ๆ จึงหันไปมองดู เป็นอะไรล่ะ โกโบถาม

ฉันคิดอะไรได้อย่างหนึ่งน่ะสิ ดัมเบลตอบ ป้าของฉันมีรถยนต์คันหนึ่ง และป้ามักจะให้ฉันใช้รถค้นนั้นได้ เมื่อฉันประพฤติตัวดี ฉันจะเอารถยนต์คันนี้มาที่นี่ดีไหม จะได้ให้ทุก ๆ คนนั่งรถเล่นให้สนุก ยกเว้นนายบ็องมาขอยืมไปขับเอง

แล้วจะได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาล่ะ โกโบถาม

เราจะเอายันต์ที่จะทำให้รถวิ่งเตลิดไปใส่ไว้บนที่นั่ง ดัมเบลตอบพลางหัวเราะคิกคัก พอนายบ็องขึ้นไปนั่งบนรถ มันก็จะพาเขาวิ่งเป็นไมล์เชียวแหละ พอมันวิ่งไปได้ร้อยไมล์ แล้วมันก็จะหกคะเมนเทตัวนายบ็องออกไป แล้วแล่นกลับมาหาเราที่นี่

พวกชาวบ้านได้ยินดังนั้นก็พากันจ้องมองดัมเบลด้วยความดีใจความคิดของดัมเบลฟังดูแล้วเข้าท่าดีไม่น้อย ดัมเบลจึงไปยืมรถยนต์ของป้าเขาทันทีไม่ช้าดัมเบลก็กลับมาพร้อมด้วยรถยนต์คันนั้น รอยยิ้มอย่างอิ่มอกอิ่มใจปรากฏอยู่บนใบหน้าเล็ก ๆ ที่ซุกซนของดัมเบล เขาบีบแตรเสียงดังลั่น ทำให้ทุก ๆ คนพากันวิ่งออกไปดู

ฉันจะให้พวกเธอนั่งรถเล่นทีละคน ดัมเบลตะโกนบอกพวกชาวบ้าน ดังนั้นโกโบจึงขึ้นรถเป็นคนแรก แล้วขับรถไปเที่ยวหนึ่ง ต่อมาก็ถึงคราวของลิตเติลฟีตและทิพโท หลังจากนั้นนายบ็องก็เดินฝ่าฝูงคนเข้ามา แล้วตะโกนว่าเขาอยากจะขับรถเล่นบ้าง

ไม่หรอก ฉันจะไม่ให้เธอขับรถของฉัน ดัมเบลพูดเสียงดัง ฉันไม่อยากให้รถของฉันตกหายไปในสระหรอกนายบ็อง เธอมักจะทำของที่ยืมมาตกหายไปในสระไม่ใช่หรือ?

ดังนั้น นายบ็องจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ขับรถยนต์ เขาโกรธมากเพราะนายบ็องแน่ใจว่าเขาสามารถจะขับรถยนต์สีน้ำเงินค้นเล็กนั้นได้ดีเท่า ๆ กับดัมเบล

เอาล่ะ ดัมเบลร้อง เมื่อทุก ๆ คนนอกจากนายบ็องได้ขับรถเล่นรอบ ๆ หมู่บ้านจนพอใจแล้ว วันนี้พอก่อน ฉันจะเอารถจอดไว้ให้ปลอดภัยที่ข้าง ๆ กำแพงนี้ ฉันจะไปกินอาหารค่ำเสียที

ดัมเบลเอารถยนต์จอดไว้ข้าง ๆ กำแพงใกล้บ้านของนายบ็อง แต่ก่อนที่เขาจะลงจากรถ ดัมเบลก็เอายันต์ที่ทำให้รถวิ่งเตลิดไปวางไว้บนที่นั่งคนขับ ยันต์นั้นมีลักษณะคล้าย ๆ กระดาษแสตมป์สีเหลืองชิ้นเล็ก ๆ ดัมเบลหัวราะคิกคัก แล้วก็กระโดดลงจากรถไปกินอาหารค่ำ

เมื่อทุก ๆ คนไปกันหมด นายบ็องก็วิ่งออกจากบ้านของเขาตรงไปที่รถยนต์ รู้สึกดีใจที่เห็นมันจออยู่ใกล้บ้านของเขา นายบ็องรีบขึ้นไปบนรถแล้วจับพวงมาลัยไว้ ฉันจะทำให้เจ้าดัมเบลเห็นว่า ฉันจะต้องได้ขับรถคันนี้เล่นเช่นเดียวกับคนอื่น นายบ็องพูด แล้วเขาก็สตาร์ทรถออกไป พอชาวบ้านได้ยินเสียงรถบนต์ ก็พากันวิ่งออกมาดูนอกบ้านว่าเกิดอะไรขึ้น

ลาก่อน บ็อง ลาก่อนนะ บ็อง พวกชาวบ้านร้องตะโกนพลางโบกมือด้วยความยินดี บ็องมีท่าทางประหลาดใจ

นายบ็องตั้งใจจะขับรถไปรอบ ๆ หมู่บ้าน แต่ดูเหมือนว่ารถค้นนั้นจะไม่ยอมวิ่งไปตามที่นายบ็องต้องการจะให้มันไป รถยนต์วิ่งไปตามถนนใหญ่ บ็องพยายามจะให้รถวิ่งกลับไปในหมู่บ้าน แต่รถค้นนั้นไม่ยอมกลับ

บรื้น!!! เสียงรถยนต์ดังสนั่นก้อง รถยนต์คันนั้นแล่นต่อไปข้างหน้าเสียงเครื่องยนต์ยังคงดังไม่หยุดคล้ายกับจะหัวเราะเยาะนายบ็อง

ลาก่อน บ็อง ไปเสียได้ก็ดี โล่งอกไปทีพวกเรา ชาวบ้านในหมู่บ้านเชอร์รีร้องตะโกนตามหลังบ็องไป

นายบ็องเริ่มตกใจ เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้ขับรถยนต์คันนี้เลย ดูเหมือนมันจะพาเขาไปมากกว่า นายบ็องนั่งรถไปตามถนนใหญ่สู่เนินเขา ข้ามไปลงที่เชิงเขาอีกด้านหนึ่ง รถก็แล่นไปเร็วขึ้นทุกที ๆ

เมื่อรถยนต์แล่นไปไกลแล้ว พวกชาวบ้านมองไม่เห็นนายบ็องอีกก็พากันจับมือล้อมวงเต้นระบำไปรอบ ๆ ด้วยความยินดี นายบ็องไปแล้ว พวกชาวบ้านร้องเพลง ทีนี้เราจะได้อยู่เป็นสุขกันเสียที

คืนนั้น รถกายสิทธิ์ก็แล่นกลับมายังหมู่บ้านเชอร์รีอย่างช้า ๆ ราวกับว่ามันรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย ทุกคนพากันต้อนรับรถกายสิทธิ์ เขาตบฝากระโปรงเบา ๆ เป็นการทักทาย และเอาริบบิ้นผูกพวกมาลัยให้เป็นการเอกอกเอาใจรถกายสิทธิ์เป็นการใหญ่

และพวกชาวบ้านก็ไม่ต้องพบนายบ็องอีกจริง ๆ นายบ็องถูกรถกายสิทธิ์พาไปทิ้งลงบนกองขยะในเมืองปีศาจ ซึ่งอยู่ไกลออกไปกว่าร้อยไมล์ ขณะนี้นายบ็องเป็นคนใช้ของครอบครัวปีศาจครอบครัวหนึ่ง เขาโดนกดขี่ทารุณอย่างน่าสงสาร แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากจะนึกเสียใจ ที่เคยประพฤติตัวไม่ดีจนโดนนำมาทิ้งเช่นนี้

Bookmark the permalink.

Comments are closed.