นิทานคลาสสิกอมตะ เรื่อง พระราชาผยองยศศักดิ์

นิทานคลาสสิกอมตะ เรื่อง พระราชาผยองยศศักดิ์

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพระราชาพระองค์หนึ่งนามว่า โรเบิร์ต ทรงคิดว่าไม่มีใครในโลกจะมีอำนาจและยิ่งใหญ่ไปกว่าพระองค์เลย

ครั้งหนึ่งพระราชาโรเบิร์ตทรงเสด็จเข้าไปในโบสถ์ ประทับนิ่งคิดเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสมบัติที่เป็นของพระองค์ ทรงคิดไปเรื่อยเปลื่อยก็บังเอิญได้ยินเสียงเพลงดังแว่วมาว่า พระเป็นเจ้าจะถอดผู้เรืองอำนาจลงจากเก้าอี้ ให้ต้องลอยลงต่ำ ต่ำลงทุกที

พระราชาผู้ทระนงทรงพิโรธมาก ตรัสกับพระองค์เองว่า ไม่มีอำนาจอันใดจะฉุดพระองค์ให้ตกลงจากบัลลังค์ได้ พระองค์ทรงตรัสซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น จนกระทั่งบรรทมหลับไป

พระองค์ทรงตื่นบรรทมในยามดึก รู้สึกพระองค์ว่าทรงอยู่แต่เดียวดาย ความมืดครอบคลุมทั่วบริเวณโบสถ์ แต่ยังพอมีแสงเทียนวับ ๆ แวม ๆ เป็นแห่ง ๆ เท่านั้น พระราชาคลำทางไปยังประตู ปรากฏว่าปิดสนิทแน่นหนา จึงทรงเคาะและตะโกนเรียกคนมาด้วยพระสุรเสียงอันดัง ทรงตะโกนออกไปเท่าใดก็ปรากฏแค่เพียงเสียงสะท้อนกลับก้องวังเวง ในความมืดเท่านั้น

ต่อมาไม่นาน คนดูแลโบสถ์ได้ยินเสียงดังผิดปกติ นึกว่าขโมยจึงจุดตะเกียงเดินมา พอถึงหน้าโบสถ์ก็ตะโกนถามว่า ใครอยู่ข้างใน

พระราชาโรเบิร์ตทรงตะโกนตอบอย่างกริ้วโกรธว่า เราเอง พระราชา เมื่อประตูเปิดออก คนเฝ้าโบสถ์ตกใจที่เห็นร่างใหญ่โตประหลาดน่ากลัว ไม่ทันแม้แต่จะเปร่งเสียงออกมา ก็เผ่นหนีไปในความมืด โดยไม่สนใจหมวกหรือเสื้อคลุมกายที่ร่วงหล่นแต่อย่างใด

พระราชาโรเบิร์ตไม่ฉลองพระองค์โอ่อ่า แม้แต่หมวกก็ไม่มีพระองค์ทรงรีบเร่งเข้าประตูวัง ผ่านทหารยามและมหาดเล็กด้วยความละอาย วิ่งขึ้นบันใดไปตามห้องต่าง ๆ จนมาถึงห้องเลี้ยงแขกซึ่งสว่างไสว ในห้องนั้นมีผู้คนแขกเหรื่อเต็มไปหมด

พระราชาโรเบิร์ตต้องประหลาดพระทัยยิ่งนักที่มีกษัตริย์องค์หนึ่งหน้าตารูปร่างเหมือนพระองค์ ประทับอยู่บนบัลลังก์ของพระองค์เอง พระราชาองค์นั้นทรงฉลองเสื้อคลุม มงกุฎ และแหวนที่พระองค์เคยสวมมาก่อน

พระราชาโรเบิร์ตทรงเงียบอึ้งตรัสอะไรไม่ออก ได้แต่จ้องนิ่งงันไปอยู่อย่างนั้น ทันใดนั้นก็ทรงได้ยินเสียงกษัตริย์เทวดาซึ่งแปลงกายลงมาองค์นั้นตรัสถามอย่างสุภาพว่า เจ้าเป็นใคร มาทำไมที่นี่

พระราชาโรเบิร์ตเดือดดาลสุดแสนจะทนทาน ตรัสออกไปว่า เราเป็นกษัตริย์ จะมาทวงสิทธิ์ส่วนที่เป็นของเราคืน ทันใดนั้นบรรดาผู้คนแขกเหรื่อ ณ ที่นั้นต่างลุกฮือขึ้นชักดาบตรงเข้ามา

เทวราชาจึงทรงห้ามคนเหล่านั้นและตรัสว่า อย่าเลย เจ้าไม่ใช่กษัตริย์ แต่เป็นตัวตลกของพระราชา ต่อไปนี้จงสวมหมวกติดพรวนอย่างตัวตลก มีลิงคอยจูงเจ้าแล้วคอยฟังคำสั่งจากหัวหน้ามหาดเล็กเมื่อถูกเรียกตัว

พระราชาโรเบิร์ตขู่คำรามก้อง แต่กลับไม่ได้รับการสนใจจากใครในที่นั้นเลย นอกจากนี้พระองค์ยังถูกหัวเราะเยาะเย้ย ถูกจับโยนออกจากห้องเสวย เหล่าข้าราชสำนักและมหาดเล็กบางคนตะโกนเยาะเย้ยตามหลังออกมาว่า พระราชาจงเจริญ

เช้าวันรุ่งขึ้น พระราชาโรเบิร์ตทรงตื่นขึ้นพร้อมกับแสงเงินแสงทองส่องฟ้าทรงดีพระทัยว่าคงแค่ฝันไป เมื่อตื่นขึ้นมาเวลานี้ก็ทรงเป็นกษัตริย์อีกครั้ง แต่เมื่อพลิกตัว เสื่อฟางหบาย ๆ ก็ดังกรอบแกรบ พระองค์อยู่ในชุดเครื่องแต่งตัวของตัวตลกหลวง มีหมวกและลูกพรวนเล็ก ๆ มีลิงตัวใหญ่น่าเกลียดนั่งตัวสั่นเทาตรงมุมหนึ่ง

ไม่ใช่ความฝันเสียแล้ว โลกอันสวยสดที่ทรงนึกถึงเมื่อตื่นนอนใหม่ ๆ พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เทวราชาปกครองบ้านเมืองต่อมาอย่างราบรื่นผาสุก ขณะเดียวกัน ตลกที่น่าสงสารก็นึกถึงความตกต่ำเปลี่ยนแปลงของตนอย่างเงียบ ๆ แต่ก็ยังคงทระนงในเกียรติอยู่เสมอ ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร

เมื่อพบเทวราชา และได้รับการถามว่า พระองค์ยังเป็นกษัตริย์หรือเปล่า พระราชาโรเบิร์ตทรงเชิดหน้าตอบว่า เราคือกษัตริย์ ตัวเราคือกษัตริย์

สามปีผ่านไป พระเชษฐาของพระราชาโรเบิร์ตทรงส่งสาส์นมาเชิญให้ไปเยี่ยมที่กรุงโรม เทวราชารับสาส์นด้วยความพอพระทัย ได้ราชทานสิ่งของมีค่าให้ผู้ส่งสาส์นเป็นอันมาก แล้วเสด็จไปกรุงโรม พร้อมด้วยคณะผู้ถือสาส์น ทรงม้าบังเหียนทองคำในขบวน

พระราชาโรเบิร์ตก็เสด็จมาด้วยในฐานะตัวตลกหลวง พระองค์เดินไปพร้อมกับลิงที่คอยจูงให้เดินไปในขบวน เป็นที่ขบขันแก่ฝูงคน

ทางกรุงโรมจัดการต้อนรับเทวราชาอย่างมโหฬาร เมื่อขบวนของเทวราชาผ่านไปตามถนน กลุ่มชนก็ฮือกันเข้ามาดู จนกระทั่งขบวนมาถึงพลับพลาต้อนรับ เมื่อพระราชาโรเบิร์ตตัวตลกมองไปเห็นพระเชษฐาอยู่บนพลับพลาก็รีบตรงไปตะโกนกราบทูลว่า น้องเป็นกษัตริย์ จงมองดูน้องเถิด น้องคือราชาแห่งซิซิลี มีพระนามว่าโรเบิร์ต

พระราชาแห่งกรุงโรมทรงมองมายังตัวประหลาดที่ใส่หมวกและติดลูกพรวนกรุ๋งกริ๋ง สงสัยว่าคนบ้าอย่างนี้น่าจะเก็บตัวเอาไว้ในราชสำนัก ตลกหลวงโรเบิร์ตได้รับความอับอาย รีบหลบหน้าฝูงชนที่เยาะเย้ย

เมื่อถึงเทศกาลวันอีสเตอร์ เทวราชาปรากฏพระองค์ ณ ที่ใด ชาวเมืองต่างก็พากันจุดเทียนสว่างไสวไปทุกที่ที่พระองค์ไป ทั่วทั้งนครก็สว่างไสวทั้งหมด ดวงใจของชาวเมืองปลอดโปร่งแจ่มใส เพราะความเมตตากรุณาของเทวราชา

แม้แต่ตัวตลกโรเบิร์ตก็รู้สึกในอำนาจที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ขณะที่คุกเข่าลงกับพื้นถนนอย่างนอบน้อม แหงนหน้ามองแสงแพรวพราวงดงามนั้น เมื่อการเสด็จเยี่ยมชาวเมืองสิ้นสุดลง เทวราชาก็ตรัสเรียกพระราชาโรเบิร์ตเข้าไปใกล้ ๆ สองต่อสอง ตรัสถามเรียบ ๆ ว่า ท่านยังเป็นกษัตริย์อยู๋หรือ?

พระราชาโรเบิร์ตค้อมศีรษะลงอย่างขลาด ๆ ตอบว่า พระองค์ทรงทาบดีว่า ข้าพเจ้าเป็นใคร ขอประทานอภัยในบาป ความโลภ และความหลงไหลในลาภยศสรรเสริญของข้าพเจ้าด้วยเถิด

เทวราชาทรงยิ้มน้อย ๆ แสงสว่างเจิดจ้าไปทั่วห้อง พระราชาโรเบิร์ตทรงได้ยินเสียงเพลงลอยมาแต่ไกลเหมือนเมื่อครั้งทรงได้ยินในโบสถ์แล้วบรรทมหลับไป พระเป็นเจ้าจะถอดผู้เรืองอำนาจลงจากเก้าอี้ ให้ต้องลอยลงต่ำ ต่ำลงทุกที

ขณะที่พระราชาโรเบิร์ตฟังเสียงที่คุ้นหูอยู่นั้น ก็มีเสียงหนึ่งแว่วว่า เราคือเทวทูต และพระองค์คือพระราชา เราได้ช่วยปกครองบ้านเมืองแทนพระองค์มานานพอสมควร บัดนี้ถึงเวลาจะมอบคืนให้พระองค์ซึ่งเคยทระนงตัวมาก แต่บัดนี้ได้ทรงอ่อนน้อมถ่อมตนลงแล้ว คงจะปกครองบ้านเมืองต่อไปได้

เมื่อพระราชาโรเบิร์ตทรงเงยพระพักต์ขึ้น เทวราชาก็หายไปแล้วเหลือเพียงพระองค์เดียวในฉลองพระองค์ขนเออร์มินและทองคำที่เคยทรง เมื่อพวกมหาดเล็กเข้ามาก็พบว่าพระราชาโรเบิร์ตกำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นห้องสวดมนต์อยู่เงียบ ๆ

Bookmark the permalink.

Comments are closed.