นิทานธรรมะ เรื่อง เรียนรู้จากความกลัว

นิทานธรรมะ เรื่อง เรียนรู้จากความกลัว

พระราชาองค์หนึ่งต้องการเสด็จไปปฏิบัติภารกิจยังต่างเมือง พระองค์จึงเรียกเสนาบดีคู่ใจร่วมเดินทางไปด้วยหนึ่งคน เส้นทางที่พระองค์เสด็จไปนั้น ต้องอาศัยเรือโดยสารข้ามแม่น้ำไป

พระราชาไม่ต้องการให้เกิดความสับสนวุ่นวายในขณะเดินทาง จึงพร้อมใจกันกับเสนาบดีปลอมตัวเป็นชาวบ้านทั่วไปเพื่อที่จะหลบสายตาผู้อื่น เมื่อมาถึงแม่น้ำที่ต้องโดยสารเรือข้ามฟาก พระราชาได้ลงเรือไปพร้อมกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่ดูอาการแล้วมีความหวาดกลัวต่อการข้ามแม่น้ำเป็นอย่างมาก

ยิ่งเมื่อเรือเริ่มห่างออกจากฝั่ง ชายหนุ่มก็แสดงความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงกับร้องไห้โฮออกมาอย่างน่าสงสาร แม้จะมีคนบอกให้หยุดร้อง แต่ชายหนุ่มก็ไม่ยอมหยุดสักที

ชายหนุ่มที่นั่งร้องไห้ด้วยความกลัวนั้น นั่งอยู่ใกล้กับพระราชาพอดี ครั้นพระองค์เตือนเขาให้รู้จักสงบสติอารมณ์ ทว่าเขาก็ไม่ยอมหยุดร้องไห้สักที พระองค์จึงได้แต่นิ่ง ๆ ไว้ เพราะไม่รู้จะแก้ไขให้เขาหายจากอาการนั้นอย่างไร

เผอิญว่า กะลาสีคนดูแลเรือรู้จักว่าพระองค์เป็นใคร จึงเข้ามากราบทูลขออนุญาตที่จะทำหน้าที่ดูแลการเดินเรือให้เกิดความสงบ

ข้าแต่พระราชา ข้าพระองค์ขออนุญาตช่วยแก้ปัญหานี้ให้สงบเอง

แล้วแต่ท่านเห็นว่าเหมาะสมก็แล้วกัน พระราชาตรัสอนุญาตให้กะลาสีตัดสินใจ

เมื่อขออนุญาตพระราชาแล้ว กระลาสีผู้ดูแลการเดินเรือก็เรียกลูกน้องมา แล้วสั่งให้จับชายหนุ่มที่ร้องไห้ด้วยความกลัว โยนลงไปในแม่น้ำทันที

ชายหนุ่มที่ถูกโยนลงไปในแม่น้ำ เมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนั้นก็ร้องด้วยเสียงที่ดังมากกว่าเดิม แม้เขาจะว่ายน้ำไม่เป็น ก็ยังตะเกียกตะกายที่จะขึ้นมาบนเรือให้ได้ โดยมีพวกลูกเรือคอยดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ชายหนุ่มตะเกียกตะกายดำผุดดำว่ายอยู่ชั่วครู่ จึงได้รับการช่วยเหลือจากพนักงานเดินเรือ หลังจากขึ้นมาจากน้ำแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ เขาไม่ร้องไห้เลย ได้แต่นั่งตัวสั่นหลบอยู่ที่มุมหนึ่งของเรือ โดยไม่ยอมปริปากบ่นอะไร

เมื่อพระราชาเห็นเหตุการณ์สงบลงได้ ก็รู้สึกประหลาดใจว่าทำไมกะลาสีถึงใช้วิธีรุนแรงกับชายหนุ่มขี้กลัวคนนี้ เมื่อเวลาประจวบเหมาะ พระองค์จึงตรัสถามกะลาสีผู้คุมเรือว่า

ทำไมเจ้าถึงทำอย่างนั้นล่ะ?

ข้าแต่พระราชา เหตุที่หนุ่มคนนี้ร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว เพราะว่าเขาไม่เคยได้ชิมรสของความกลัวจริง ๆ เขาจึงแสดงความรู้สึกหวาดหวั่นออกมาให้เห็น แต่เมื่อใดที่เขาได้สัมผัสกับความกลัวจริง ๆ แล้ว ด้วยปัญญาที่แต่ละคนมีอยู่ เขาจะรู้จักเรียนรู้เองว่าเขาควรทำอย่างไร จึงจะอยู่กับความหวาดกลัวอย่างสงบได้

แล้วการที่ท่านโยนเขาลงไปในน้ำ จะช่วยแก้ไขอะไรให้แก่เขา

ข้าแต่พระราชา เมื่อชายหนุ่มถูกพวกข้าพระองค์โยนลงไปในแม่น้ำ ใหม่ ๆ เขาอาจจะตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่เป็นความกลัวสุดขีด เขาจะรู้จักวางตัววางใจในสถานการณ์ที่ตัวเองต้องเกี่ยวข้องกับมัน เห็นได้จากว่าเมื่อถูกโยนลงไปในแม่น้ำแล้ว พอขึ้นมาจากน้ำ เขาได้เรียนรู้ว่า การที่เขาร้องไห้ไม่เป็นผลดีต่อตัวเอง แต่การเลือกที่จะรู้จักสงบสติอารมณ์ แล้วอยู่อย่างผู้รู้จักปรับตัวให้ได้ต่างหาก จึงจะทำให้สถานการณ์ที่เลวร้ายผ่อนคลายลงได้

มันเป็นอย่างนี้เองหรือ พระราชาตรัสอุทานอย่างเข้าใจ ในสิ่งที่กะลาสีได้ตัดสินทำลงไป

Bookmark the permalink.

Comments are closed.