นิทานธรรมะ เรื่อง มากกว่าที่ควรจะเป็น

นิทานธรรมะ เรื่อง มากกว่าที่ควรจะเป็น

ครอบครัวหนึ่งมีอาชีพทำนาสำหรับเลี้ยงชีพ ทำให้บ้านของเขามีสิ่งต่าง ๆ เต็มไปหมด หนึ่งในนั้นก็มีหนูจำนวนมากมาอยู่อาศัยด้วย และมีแนวโน้มว่าจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน เมื่อชาวนาเห็นว่าหนูจะทำให้บ้านมีปัญหา จึงได้คิดวิธีจัดการกับหนู สามีและภรรยาได้ข้อสรุปว่าจะไปซื้อกับดักมาดักหนู

ในขณะที่ชาวนาและภรรยาปรึกษากันถึงเรื่องกำจัดหนูอยู่นั้น เผอิญหนูเกิดได้ยินสิ่งที่เจ้าของบ้านหารือกันพอดี ทำให้เกิดความรู้สึกกังวลใจยิ่งนัก เพราะกลัวจะถูกชาวนาฆ่า

หนูตัวหนึ่งมีความเฉลียวฉลาดกว่าเพื่อน ๆ จึงรีบไปบอกพวกพ้องของตนให้ระวังภัยที่จะเกิดขึ้น แล้วก็รีบไปบอกให้ไก่รับรู้ในเรื่องนี้ พร้อมกับขอคำแนะนำและความช่วยเหลือ แต่ไก่กลับพูดอย่างไม่ใยดีว่า

เจ้าหนูเอย ข้าเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เจ้ากำลังเจอด้วย แต่ข้าก็คงไม่สามารถจะช่วยอะไรได้ ที่สำคัญ กับดักนั้นคงไม่มีผลอะไรกับข้าแน่นอน ขอให้เจ้าโชคดีก็แล้วกัน

หนูได้ฟังดังนั้น ก็ไม่ท้อถอยต่อถ้อยคำที่ไก่พูดแต่อย่างใด มันยังคงวิ่งไปหาหมูที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้น เพื่อขอความช่วยเหลือให้ตนและพวกพ้องพ้นภัย หมูก็พูดตัดกำลังใจเช่นกันว่า

สิ่งที่เจ้าพูดมา ข้าคงช่วยอะไรไม่ได้หรอก อย่างไรก็ตามขอให้เจ้าระวังตัวก็แล้วกัน ข้าอยู่ทางนี้จะสวดมนต์ให้ ที่สำคัญกับดักที่เจ้าว่าอันตรายทั้งต่อเจ้าและผู้อื่นนั้น มันคงไม่มีผลใด ๆ กับข้าแน่นอน

เมื่อขอคำปรึกษาจากหมูแต่ไม่มีความคืบหน้า หนูน้อยก็ยังไม่ยอมลดละความพยายามที่จะหาที่พึ่ง มันได้มุ่งหน้าไปหาวัวที่อยู่อีกที่หนึ่งในบริเวณบ้าน ซึ่งเป็นวัวที่ชาวนานำมาเลี้ยงไว้ใช้งาน เมื่อวัวได้ฟังเรื่องเล่าของหนูก็ได้แต่ส่ายหน้า เพราะไม่รู้จะช่วยอย่างไรดี พร้อมกับพูดว่า

เรื่องที่เจ้าพูดมา จริง ๆ ข้าก็อยากจะช่วยเหมือนกัน แต่ก็จนปัญญาที่จะช่วยได้ ข้าว่าปัญหาของหนู พวกหนูนั่นแหละควรจะช่วยกันแก้ไข วัวอย่างข้าคงได้แต่อวยพรขอให้พวกเจ้าพ้นจากอันตรายก็แล้วกัน

เมื่อหนูได้ปรึกษากับสัตว์ที่อยู่อาศัยร่วมบ้านอย่างไก่ หมู และวัว แต่ไม่มีใครแยแสต่อเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะทุกตัวมองว่าไม่ใช่ธุระอะไรของตนเอง จึงไม่คิดที่จะหาทางออกช่วยกัน

ในที่สุด เมื่อพวกหนูไม่สามารถพึ่งใครได้ สิ่งเดียวที่พวกมันสามารถทำได้ก็คือ การเฝ้าเตือนให้พรรคพวกของตนรู้จักระวังตัวในขณะที่วิ่งไปมา หรือเมื่อต้องออกไปหาอาหาร

อยู่ต่อมาในค่ำคืนหนึ่ง ก็มีบางสิ่งมาติดที่กับดักของชาวนา พวกไก่ หมู และวัว ที่อยู่ใกล้ ๆ ได้ยินเสียงของกับดักก็คิดว่าหนูคงติดกับดักแล้วล่ะ ฝ่ายเจ้าของบ้านก็เข้าใจเช่นนั้นเหมือนกัน

เมื่อภรรยาของชาวนาได้ยินเสียงกับดัก ก็คิดว่าหนูคงติดอยู่ในนั้นแน่นอน จึงเดินเข้าไปในที่วางกับดักไว้ เพื่อจะนำหนูไปทิ้งนอกบ้าน แต่สิ่งที่ติดอยู่ที่กับดักกลับไม่ใช่หนู แต่มันคืองูชนิดหนึ่งที่มีพิษร้ายแรงมาก มันถูกกับดักหนีบเข้าที่หาง จึงไม่สามารถเลื้อยหนีไปไหนได้

เมื่อภรรยาของชาวนาเข้าไปยังที่เกิดเหตุโดยไม่ทันระวังตัว เพราะมีความมืดของเวลากลางคืนปกคลุม งูพิษจึงฉกภรรยาของชาวนา เป็นเหตุให้นางล้มลงทันที

พอชาวนาได้ยินเสียงก็รีบไปดูเหตุการณ์ เขาจึงได้ฆ่างูพิษนั้นเสีย แล้วก็รีบนำภรรยาไปส่งที่โรงพยาบาล โชคยังดีที่หมอสามารถช่วยชีวิตไว้ทัน ทำให้นางรอดจากความตายได้หวุดหวิด แต่ถึงกระนั้นก็ยังอยู่ในขั้นที่ไม่ปลอดภัยเท่าใดนัก เพราะยังต้องรอดูอาการอีกทีหนึ่ง

หมอได้แนะนำให้ชาวนาทำซุปไก่ให้ภรรยารับประทานเพื่อบำรุงให้เธอมีร่างกายที่แข็งแรงในเร็ววัน สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นก็คือ ชาวนาได้นำไก่ที่มีอยู่ในบ้านมาทำเป็นอาหาร เพื่อให้ภรรยาและทุกคนในครอบครัวได้รับประทานกัน สิ่งที่ไก่บอกกับหนูว่าไม่ใช่ธุระของตน ก็กลับกลายเป็นเหตุให้ไก่ต้องตายในที่สุด

ในช่วงที่ภรรยารักษาตัวอยู่ เพื่อนบ้านและญาติ ๆ ได้ทราบข่าวก็มาเยี่ยม ชาวนาไม่รู้จะหาอะไรมาทำกับข้าวให้เพื่อน ๆ ได้รับประทาน จึงตัดสินใจฆ่าหมูที่เคยบอกกับหนูว่า ไม่ใช่กงการอะไรที่จะเข้าไปช่วยหนูให้รอดจากกับดัก จึงทำให้หมูต้องตายตามไก่ไปอีกตัว

ในขณะที่การรักษากำลังดำเนินไปด้วยดี จู่ ๆ ก็มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ภรรยาของชาวนามีไข้ขึ้นสูงมาก จนเป็นเหตุให้เธอถึงกับช็อก และถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา

เมื่อต้องจัดงานศพให้แก่ภรรยา สิ่งที่ต้องเตรียมอย่างหนึ่งก็คืออาหารสำหรับเลี้ยงแขกผู้มาร่วมงาน สุดท้ายชาวนาก็ตัดสินใจฆ่าวัวที่เคยพูดกับหนูว่า การแก้ปัญหาเรื่องกับดักหนูนั้น ก็ควรเป็นหน้าที่ของหนู ไม่ใช่ธุระของวัว

เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น บรรดาหนูที่รอดพ้นจากความตาย ก็ได้แต่มองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความสลดใจ พร้อมกับได้ข้อคิดว่า

หากเราสามัคคีกันไว้ รู้จักช่วยเหลือกัน แม้ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ถูกแก้ไขให้หมดไปได้ แต่อย่างน้อยเพราะความสามัคคีที่เรามีอยู่และที่เราได้ช่วยเหลือกัน ก็คงไม่ทำให้ปัญหาลุกลามได้มากถึงเพียงนี้

Bookmark the permalink.

Comments are closed.