นิทานธรรมะ เรื่อง วิธีปลูกรักให้งดงาม

นิทานธรรมะ เรื่อง วิธีปลูกรักให้งดงาม

หญิงสาวคนหนึ่งกลุ้มใจเรื่องสามีมาก เพราะหลังจากที่สามีของเธอถูกเกณฑ์เป็นทหารไปรบในสงคราม ครั้นกลับมายังบ้านเกิดของตัวเอง นิสัยใจคอก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าใจหาย ไม่พูดจาเหมือนอย่างเคย เขาเอาแต่นั่งหลบมุมอยู่เงียบ ๆ คนเดียว และมีอาการซึมเศร้าอยู่ตลอดเวลา

แม้ภรรยาจะดูแลเอาใจใส่อย่างไร ทำทุกอย่างเพื่อให้สามีได้กลับมาเป็นชายหนุ่มที่มีความเบิกบานเหมือนครั้งก่อน แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีการเช่นใด อาการของเขาก็ไม่ดีขึ้นแม้เพียงนิด ทำให้หญิงผู้เป็นภรรยาทุกข์ใจในเรื่องนี้อย่างมาก

อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อเห็นว่าตัวเธอไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ร้าย ๆ นี้ได้ จึงไปขอคำปรึกษาจากหลวงพ่อที่เธอเคารพ ครั้นไปถึงวัด เธอได้พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับสามีของตน พร้อมกับใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตา หลังจากสงบสติอารมณ์ได้แล้ว เธอก็ขอคำแนะนำจากหลวงพ่อว่าตนเองควรทำอย่างไรดี

เมื่อหลวงพ่อได้รับฟังปัญหาจบลง ท่านกลับยิ้มอย่างมีความสุข เหมือนหนึ่งว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำให้ชีวิตเป็นทุกข์ได้เลย พร้อมกับให้คำแนะนำว่า

อาการที่สามีเธอเป็นนั้นสามารถรักษาให้หายได้ แต่ต้องอาศัยวัตถุสำคัญมาปรุงเป็นยาให้เขาดื่ม นั่นก็คือ หนวดของเสือโคร่ง

เสือโคร่งเป็นสัตว์ใช่ไหมคะหลวงพ่อ หญิงสาวถามด้วยอาการตกใจเมื่อได้รับฟังคำแนะนำจากหลวงพ่อ

แล้วเธอจะยอมรับที่จะไปหามาให้ไหมล่ะ

ได้ค่ะหลวงพ่อ หนูยอมรับที่จะปฏิบัติตามที่หลวงพ่อแนะนำ หญิงสาวกล่าวรับคำหลวงพ่ออย่างหนักแน่น ทั้งที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

แต่ด้วยความรักที่มีต่อสามีเป็นล้นพ้น เธอจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็จะช่วยเหลือให้สามีคืนมาเป็นคนที่ร่าเริ่งดังเดิม หญิงสาวจึงสร้างกำลังใจให้กับตัวเองเต็มที่ เพื่อที่จะไปหาหนวดเสือโคร่งมาให้ได้

นับว่าเป็นความโชคดีของเธอ เพราะในขณะที่ไปแสวงหาเสือที่ถ้ำแห่งหนึ่ง ก็ได้เจอเสือโคร่งตัวใหญ่อยู่ตัวหนึ่งพอดี ครั้นเสือโคร่งเห็นหญิงสาวมาหา ก็จ้องมองไปที่เธอเหมือนหนึ่งว่ากำลังตรวจสอบดูว่ามาดีหรือมาร้าย ฝ่ายหญิงสาวเองเมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนี้ แทนที่จะแสดงอาการตกใจหรือหวาดกลัว กลับจ้องมองไปที่เสือโคร่งอย่างไม่ละสายตา

สายตาของเธอมองไปที่เสือโคร่ง และแผ่เมตตาแห่งความรักไปสู่เสือโคร่งนั้น ประหนึ่งว่าต้องการเป็นมิตร ในขณะที่เสือเองก็สัมผัสได้ว่าหญิงสาวมาดีไม่ใช่มุ่งร้ายต่อตน จึงนอนสงบนิ่งอยู่ในถ้ำแห่งนั้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ครั้นหญิงสาวเห็นว่าเสือโคร่งไม่โมโหร้าย หรือแสดงกิริยาที่จะทำร้ายตนเอง ก็ขยับเข้าไปใกล้ทีละนิด ๆ ด้วยความอดทน เป็นความอดทนที่มากที่สุดเท่าที่เคยอดทนมา เพื่อสื่อให้เสือรู้ว่าเธอมาอย่างผู้เป็นมิตรไม่ใช่ศัตรู จนเสือรู้สึกคุ้นเคยและพร้อมที่จะให้เธออยู่ในถ้ำด้วย

เมื่อทำความคุ้นเคยกับเสือจนแน่ใจแล้วว่าคงไม่ถูกทำร้ายแน่นอน ในจังหวะที่เสือกำลังนอนหลับอยู่ เธอก็ได้ใช้มือไปกระตุกหนวดเสือ แล้วค่อย ๆ ถอยห่างออกมาด้วยอาการที่สงบนิ่ง และพร้อมที่จะเผชิญปัญหาทุกอย่างที่จะเกิดตามมา ทว่าทุกอย่างก็ดำเนินไปด้วยความปลอดภัย

ครั้นได้หนวดเสือโคร่งมาแล้ว หญิงสาวก็รีบไปหาหลวงพ่อที่วัดทันที ด้วยหวังในใจว่าสิ่งที่เธอทำ จะสามารถช่วยสามีที่เจอเรื่องร้าย ๆ ให้กลับมาเป็นคนที่อยู่กับครอบครัวได้อย่างเป็นสุขเช่นเดิมอีกครั้ง

เมื่อหลวงพ่อได้รับหนวดเสือโคร่งแล้ว แทนที่จะนำไปเป็นส่วนผสมของยารักษาโรค ท่านกลับวางหนวดเสือลงอย่างไม่ไยดี เหมือนกับว่าหนวดเสือนั้นไม่ใช่ส่วนผสมที่จะทำยารักษาโรคได้ พร้อมกับกล่าวว่า

เธอเอาหนวดเสือนั้นไปทิ้งซะ

ทำไมคะหลวงพ่อ หญิงสาวถามด้วยอาการตกใจ และประหลาดใจในคำตอบที่ได้รับ

หลวงพ่อจึงมองมาที่หญิงสาวผู้อาจหาญไปกระตุกหนวดเสือ พร้อมกับพูดให้ข้อคิดว่า

แท้จริงแล้ว คนที่สามารถเยียวยาให้สามีหายจากโรคร้ายได้ดีที่สุด ก็คือภรรยาของเขาเอง ขอให้เธอใช้วิธีการเดียวกันกับที่ไปหาหนวดเสือโคร่งมา เพราะกว่าที่จะได้หนวดมันมา ก็ต้องใช้ความอดทนในการรอคอย อดทนที่จะทำความรู้จักกับเสือ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความกล้าและการรอคอยที่ยาวนาน

การรักษาสามีให้กลับมาเป็นดั่งเดิมก็เช่นเดียวกัน เธอต้องมีความอดทน ต้องรู้จักรอคอยที่จะให้เขากลับมาเป็นเหมือนเดิมให้ได้ เธอต้องรักและเมตตาต่อเขาให้มาก ๆ เพราะสงครามที่เขาเจอมาโหดร้ายเกินกว่าที่จะเยียวยาให้หายดีได้ในเวลาที่สั้น ๆ ดังนั้น เธอจึงต้องใช้ความอดทนให้มากกว่าเดิมหลายเท่า และหมั่นปลูกความรักความเมตตาลงไปในใจของเขาด้วยความเข้าใจแล้ววันที่ทุกอย่างพร้อมบริบูรณ์ เขาก็จะกลับมาเป็นสามีที่ร่าเริงดังเดิม

หนูเข้าใจในคำแนะนำของหลวงพ่อแล้วค่ะ และรู้แล้วว่าต้องปฏิบัติตัวต่อเขาอย่างไร

หญิงสาวกล่าวขอบคุณในคำแนะนำของหลวงพ่อ การแสวงหาทางออกจากปัญหาในครั้งนี้ ทำให้เธอได้ปัญญา คือ ความเข้าใจมาช่วยปรับชีวิตจิตใจของตัวเองมากยิ่งขึ้น ทำให้รู้จักอยู่กับทุกเรื่องราวอย่างมีหลักการ และมีความสุขที่จะเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ อย่างผู้เข้าใจในความจริงที่มีความเปลี่ยนแปลงเข้ามาเป็นตัวแปร

Bookmark the permalink.

Comments are closed.