นิทานธรรมะ เรื่อง อยู่กับความจริงที่เป็น

นิทานธรรมะ เรื่อง อยู่กับความจริงที่เป็น

พระราชาองค์หนึ่ง หลงคิดว่าตัวเองเป็นคนที่หน้าตาดีกว่าใคร ๆ พระองค์เข้าใจว่าทุกสัดส่วนในร่างกายนี้ ช่างมีเสน่ห์ชวนน่าหลงไหลยิ่งนัก เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะรอบกายของพระองค์มีแต่คนคอยกล่าวเยินยอถึงความหล่อไม่สร่างของพระองค์อยู่ตลอดเวลา จึงทำให้พระราชาเข้าใจตามคำชมนั้นจริง ๆ

เรื่องที่พระองค์ลุ่มหลงในร่างกายของตัวเอง เพราะถูกคนรอบข้างยุยงส่งเสริมดังไปทั่วเมือง ฝ่ายคณะราชบัณฑิตที่อยู่ในเมืองก็รู้สึกกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งนัก แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะกล่าวเตือนพระองค์ในเรื่องนี้

เมื่อเหตุการณ์ดำเนินมาเนิ่นนาน สิ่งที่ตามมาก็คือการบริหารบ้านเมืองของพระองค์ด้อยคุณภาพลง เพราะท่านมัวแต่หลงในคำเยินยอ ที่คนประจบสอพลอคอยป้อนคำหวานให้ เป็นเหตุให้บ้านเมืองที่เคยอยู่อย่างสงบสุข กลายเป็นเมืองที่ถูกแทนที่ด้วยความอ่อนแอในทุก ๆ ด้าน

ในที่สุด เมื่อเหตุการณ์มาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจ เหล่าราชบัณฑิตที่เห็นว่าเหตุการณ์จะบานปลายไปเรื่อย ๆ จึงได้ไปเชิญนักปราชญ์เฒ่าท่านหนึ่ง ผู้ที่พระราชาให้เคารพศรัทธา เพื่อให้ท่านช่วยเหลือพระราชา และช่วยเมืองให้พ้นจากภัยในครั้งนี้

ฝ่ายชายชราผู้เป็นมหาปราชญ์ได้พิจารณาแล้วว่า สิ่งที่พระราชาทำลงไป เพราะหลงในคำของคนพาล จึงรับปากที่จะช่วยคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้น บรรดาผู้ห่วงใยในบ้านเมืองทั้งหมด จึงขอเข้าเฝ้าพระราชาพร้อมกัน

เมื่อพระราชาได้เห็นบุคคลที่ตนเคารพมาเยี่ยมก็ดีใจ พระองค์ได้ตรัสสั่งให้บริวารต้อนรับอาจารย์ของตนเป็นอย่างดี เมื่อถึงเวลาประจวบเหมาะ ปราชญ์ผู้เฒ่าจึงกล่าวขึ้นว่า

ข้าแต่พระราชาผู้เป็นที่รักของปวงประชา ข้าได้ยินมาว่าพระองค์เอาแต่ลุ่มหลงในร่างกายของพระองค์เอง จนลืมบริหารบ้านเมืองให้ดำรงอยู่อย่งผาสุก ทำไมเหตุการณ์ถึงเป็นเช่นนี้ไปได้

ท่านอาจารย์ ที่มีคนชมว่าข้าเป็นผู้มีรูปโฉมที่งดงามนั้น เมื่อข้าพิจารณาตามคำของเหล่าอำมาตย์ที่ชมข้า ถ้อยคำดังกล่าวก็เป็นความจริงตามนั้น หรือท่านเห็นเป็นประการใด พระราชาตรัสโต้ตอบ

แต่ในสายตาของข้าแล้ว ไม่เห็นว่าพระองค์จะมีรูปโฉมที่งดงามเลย เพระนับวันอายุและร่างกายของพระองค์ก็มีแต่เสื่อมโทรมไปเรื่อย ๆ ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เสื่อมตามกาลเวลา ขอให้พระองค์เข้าใจในความจริงข้อนี้ด้วย และได้โปรดตื่นจากความลุ่มหลงในร่างกายเสียเถิด

เมื่อได้ฟังถ้อยคำของอาจารย์กล่าวเช่นนั้น พระราชาก็รู้สึกไม่พอใจยิ่งนัก และเพื่อจะยืนยันในความงามของรูปโฉมของตน พระองค์จึงเรียกเหล่าอำมาตย์หน้าห้องเข้ามาพบ แล้วถามพวกเขาในเรื่องความงามในร่างกายของพระองค์ว่าเป็นเช่นใด

เหล่าอำมาตย์ผู้คอยรับใช้ใกล้ชิด ต่างก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันทันทีว่า

พระองค์ช่างมีรูปโฉมที่งดงาม เกินกว่าจะหาใครมาเปรียบเทียบได้ในแผ่นดินนี้ จะหาใครมาเทียบเท่าความงามแห่งเรือนกายเท่าพระองค์นั้นไม่มีเลย

เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ปราชญ์เฒ่าจึงให้อำมาตย์นำน้ำมาชามหนึ่ง แล้วให้พวกเขาดูพร้อมกัน และสั่งให้ออกไปข้างนอกทั้งหมด หลังจากนั้นท่านผู้เฒ่าก็ให้พระราชาเทน้ำออกจากชามครึ่งหนึ่ง โดยไม่ให้อำมาตย์ขี้ประจบเหล่านั้นรู้เห็นด้วย

เมื่อเทน้ำออกแล้ว ก็ให้พระราชาเรียกคนเหล่านั้นเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกับให้พระองค์ตรัสถามด้วยตนเอง ฝ่ายพระราชาจึงตรัสถามเหล่าอำมาตย์ผู้เฝ้าสรรเสริญพระองค์ว่า

หลังจากที่พวกเจ้าออกไปแล้วกลับเข้ามาใหม่ ชามน้ำที่วางอยู่นี้เหมือนตอนแรก หรือแตกต่างไปจากเดิม

เหมือนเดิมทุกประการพะยะค่ะ ที่ดูดีไปกว่านี้ก็คือน้ำนี้ช่างดูเหมือนน้ำศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก

เหล่าอำมาตย์ตอบพร้อมกันด้วยไม่ต้องคิดอะไรอีกครั้งหนึ่ง เพราะพวกเขาคิดว่า อย่างไรเสียพระราชาก็ต้องเชื่อในถ้อยคำของพวกตนอยู๋ดี

เมื่อการถามและตอบสิ้นสุดลง พระราชาก็ถึงกับตกใจในสิ่งที่ได้รับรู้ พระองค์จึงได้ตื่นขึ้นมาเพื่อรับรู้ความจริงในบัดดล เมื่อเป็นเช่นนี้พระองค์จึงตรัสสั่งเหล่าอำมาตย์ให้ออกไปข้างนอกทันที แล้วกล่าวกับอาจารย์ของตนด้วยความสลดใจว่า

ท่านอาจารย์ ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ไปได้ พวกเขาล้วนแต่กล่าวคำโกหกกันทุกคนเลย

ฝ่ายปราชญ์เฒ่าผู้ผ่านการเรียนรู้ชีวิตมานาน เห็นพระราชามีอาการซึมเศร้าในทันทีที่ได้รับรู้ความจริง จึงกล่าวให้ข้อคิดแก่พระองค์ว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นที่รักของปวงประชา เหตุที่อำมาตย์เหล่านั้นกล่าวคำสรรเสริญพระองค์อยู่ตลอดเวลา ก็เพราะเขาต้องการเป็นที่โปรดปราน และหวังลาภสักการะที่พระองค์จะมอบให้กับเขา หากไม่มีหลักในการดำรงชีวิต พระองค์ก็จะตกเป็นทาสของความหลง ที่มีคนอื่นคอยป้อนให้อยู่เช่นนี้ตลอดไป

ข้าควรทำอย่างไรดีท่านอาจารย์ พระราชาตรัสถามเพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหาที่พระองค์สั่งสมมานาน

อาจารย์ผู้ต้องการเห็นลูกศิษย์ตื่นขึ้นมาจากความหลงจึงกล่าวขึ้นว่า

ก็ไม่เห็นจะยากอะไรเลย ขอแค่พระองค์รู้จักตั้งสติในการรับฟังถ้อยคำจากคนอื่นในแต่ละครั้ง มีสติปัญญาเป็นคู่มือในการพิจารณา ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ย่อมไม่สามารถครอบงำพระองค์ให้ลุ่มหลงได้อีกต่อไป

ข้าจะจดจำคำสอนของท่านไว้ และจะบริหารบ้านเมืองด้วยใจที่เป็นธรรม จะไม่ลุ่มหลงร่างกายของตนเหมือนอดึตที่ผ่านมาอีก ข้าขอสัญญา

พระราชาตรัสกับอาจารย์ของตนด้วยวาจาที่หนักแน่นประหนึ่งว่าสำนึกผิดในสิ่งที่เคยหลงใหลมาตลอด

เมื่อทุกอย่างถูกคลี่คลายในทางที่ดี พระราชาก็ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เป็นไปในทางที่ถูกต้อง พระองค์ได้เข้าใจว่าร่างกายของคนเรานั้น ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เสื่อมลงเป็นธรรมดา ทำให้พระองค์ไม่หลงมัวเมาในรูปโฉมเหมือนเคย ที่สำคัญพระองค์ได้กลับมาใส่ใจบริหารบ้านเมืองยิ่งกว่าเดิม ทำให้ประชาชนของพระองค์มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

Bookmark the permalink.

Comments are closed.