นิทานอีสป เรื่อง นกฉลาด

นิทานอีสป เรื่อง นกฉลาด

ครั้งหนึ่ง นกพิราบป่าตัวหนึ่งบอกนายพรานทั้งหลายที่อาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่งว่า บรรดาเสือในป่าใหญ่ใกล้ละแวกนั้นกำลังอพยพมาอยู่ในป่านี้เป็นจำนวนมาก เพราะป่านั้นกำลังแห้งแล้งทำให้พวกมันไม่มีน้ำกิน

เมื่อได้ฟังเช่นนั้น พรานป่าทั้งหลายก็ตกใจยิ่งนัก ต่างช่วยกันโค่นต้นไม้เป็นการใหญ่เพื่อใช้ทำรั้วล้อมบ้านกันไม่ให้เสือเข้าไปได้

เมื่อนกพิราบเห็นบรรดานายพรานทำเช่นนั้นก็แนะนำว่า ข้าคิดว่าพวกท่านควรหนีออกจากป่าไปเดี๋ยวนี้จะดีกว่า เพราะเสือเหล่านั้นเดินทางมาเกือบถึงแล้ว ขืนมัวตัดต้นไม้อยู่ พวกท่านจะต้องตกเป็นเหยื่อของเสือกันทุกคนอย่างไม่ต้องสงสัย



นิทานอีสป เรื่อง วาทะของพุ่มไม้หนาม

นิทานอีสป เรื่อง วาทะของพุ่มไม้หนาม

สุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตัวหนึ่งกำลังถูกฝูงสุนัขล่าเนื้อไล่ล่ามาอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้าตาจน มันจึงมุดเข้าไปหลบอยู่ใต้รั้วพุ่มไม้หนามข้างทางซึ่งเต็มไปด้วยหนามแหลมคม

เจ้าหมาพวกนั้นไม่มีทางตามข้าเข้ามาในพุ่มไม้หนามเหล่านี้ได้แน่ ๆ สุนัขจิ้งจอกพูดกับตัวเอง แต่ฉับพลันนั้น มันก็เหยียบหนามแหลมอันหนึ่งเข้าเต็มกำลัง

เป็นการกระทำที่สกปรกมาก สุนัขจิ้งจอกแยกเขี้ยวคำรามลั่น เจ้าเป็นไม้หนามชนิดไหนกัน ข้าเข้ามาหาเจ้าเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เจ้ากลับใช้หนามแหลมทิ่มแทงข้าให้ได้รับความเจ็บปวด

เดี๋ยวก่อน สหายสุนัขจิ้งจอก พุ่มไม้หนามตอบ ข้าสิควรเป็นฝ่ายโกรธเจ้า เจ้าวิ่งหางตกมาขอความช่วยเหลือข้าเอง ข้าไม่ได้ขอให้เจ้าวิ่งมาหาข้าใช่ไหม เจ้าก็รู้อยู่ว่าข้ามีหนามแหลมคม และเจ้าก็มุ่งหมายจะให้หมาล่าเนื้อพวกนั้นได้รับบาดเจ็บจากหนามแหลมทั้งหลายของข้า แต่เมื่อตัวเจ้าเองถูกหนามแหลมตำเข้าเพียงอันเดียว ก็โวยวายถึงขนาดนี้ ข้าหวังว่าคราวหน้าหมาเหล่านั้นจะจับเจ้าได้

สุนัขจิ้งจอกจึงได้แต่ยกขาที่ถูกหนามแหลมตำขึ้นเลียเพื่อบรรเทาควมเจ็บปวด



นิทานอีสป เรื่อง ขนนก

นิทานอีสป เรื่อง ขนนก

นกนางแอ่นและนกกาถกเถียงกันว่าระหว่างมันทั้งสอง ใครจะงดงามกว่ากัน ในที่สุดนกกาก็ยุติการโต้แย้งดังกล่าว โดยพูดว่า

ขนของเจ้าจะขึ้นดกและสวยงามเพียงแต่ในฤดูร้อนเท่านั้น แต่ขนของข้าจะปกป้องความหนาวเย็นให้ข้าทุกฤดูหนาวทีเดียว



นิทานอีสป เรื่อง สุนัขล่าเนื้อและคนเลี้ยงแพะ

นิทานอีสป เรื่อง สุนัขล่าเนื้อและคนเลี้ยงแพะ

สุนัขล่าเนื้อตัวหนึ่งใช้กลยุทธ์ล่อลวงกระต่ายป่าตัวหนึ่งให้ออกมาจากพุ่มไม้ มันวิ่งไล่กวดกระต่ายป่าไปไกลมากทีเดียว แต่กระต่ายป่าก็วิ่งได้เร็วกว่ามันและสามารถหนีรอดจากการตกเป็นอาหารของมันได้

ชายเลี้ยงแพะคนหนึ่งเดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้า จึงพูดจาเยาะเย้ยสุนัขที่ให้กระต่ายป่าผอมกระกร่องตัวหนึ่งวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปได้

สุนัขล่าเนื้อโต้ตอบว่า เจ้าลืมไปแล้วรึว่าการวิ่งไปเอาอาหารมากินนั้นใช้ลีลาแบบหนึ่ง ส่วนการวิ่งหนีเอาชีวิตรอดนั้นต้องใช้ลีลาอีกแบบหนึ่ง



นิทานอีสป เรื่อง ดวงอาทิตย์แต่งงาน

นิทานอีสป เรื่อง ดวงอาทิตย์แต่งงาน

นานมาแล้ว ในฤดูร้อนปีหนึ่งซึ่งอากาศร้อนจัดมาก มีข่าวแพร่กระจายในทั่วบรรดาสัตว์ว่าดวงอาทิตย์กำลังจะแต่งงาน นกและสัตว์ทั้งมวลในป่าต่างดีใจเมื่อได้ยินข่าวนี้ ยิ่งกว่านั้นพวกกบยังตัดสินใจว่าจะจัดงานฉลองข่าวดีนี้ขึ้น

แต่แล้วคางคกเฒ่าตัวหนึ่งก็หยุดยั้งความคิดที่จะจัดงานฉลองนั้น มันชี้แจงว่าแท้ที่จริงข่าวดังกล่าวจะนำความเศร้าโศกมาให้สัตว์ทั้งหลายมากกว่าความสนุกสนานรื่นเริง

แม้แต่ดวงอาทิตย์เพียงดวงเดียวยังสามารถทำให้หนองน้ำและบึงทั้งหลายที่พวกเราอาศัยอยู่แห้งผากจนแทบจะทนไม่ไหวอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้แล้ว คางคกเฒ่ากล่าว แล้วพวกเราจะเป็นอย่างไรถ้าดวงอาทิตย์แต่งงานแล้วมีดวงอาทิตย์น้อย ๆ ออกมาช่วยกันส่องแสงสว่างอีกหนึ่งโหล



นิทานอีสป เรื่อง แมวและไก่

นิทานอีสป เรื่อง แมวและไก่

เมื่อแมวได้ข่าวว่าไก่ทั้งหลายป่วย จึงเอาหนังนกยูงมาสวมและออกไปเยี่ยมไก่เหล่านั้น มันพูดกับไก่เหล่านั้นว่า โอ สหายไก่ที่รัก ขอให้พวกเจ้ามีสุขภาพแข็งแรง เป็นอย่างไรกันบ้าง อาการดีขึ้นบ้างไหม

ไก่ทั้งหลายตอบว่า พวกเรามักเจ็บป่วยเสมอยามเมื่อเห็นหน้าเจ้า



นิทานอีสป เรื่อง ชื่อเสียงของเสือ

นิทานอีสป เรื่อง ชื่อเสียงของเสือ

เสือตัวหนึ่งเก็บสะสมเนื้อสัตว์อร่อย ๆ ไว้ในถ้ำของมันมากมาย หนูฝูงหนึ่งแอบเข้าไปขโมยเนื้อสัตว์เหล่านี้มากินเสือโกรธมากที่ไม่สามารถจับหนูทั้งหลายได้ จึงไปขอคำปรึกษาจากลิง ลิงแนะนำให้เสือหาแมวมาเลี้ยงไว้ตัวหนึ่ง แต่เสือก็สั่นหัวและพูดว่า

ข้าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ถ้าข้าทำเช่นนั้นก็หมายความว่า ตัวข้าซึ่งเป็นราชาแห่งสัตว์ยังมีความสามารถไม่เท่าแมวตัวเล็กนิดเดียว การกระทำเช่นนั้นจะทำลายชื่อเสียงของข้า ไม่ ข้าจะไม่ทำเช่นนั้น ข้าจะไม่ทำเช่นนั้นเป็นอันขาด

นับแต่นั้นมา เสือก็ทำเป็นไม่เห็นการกระทำของหนูเหล่านั้นและปล่อยให้พวกมันขโมยเนื้อสัตว์กินกันตามอำเภอใจ



นิทานอีสป เรื่อง กบจอมโว

นิทานอีสป เรื่อง กบจอมโว

กบตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากดินโคลนในบึงแห่งหนึ่ง แล้วประกาศก้องไปทั่วบึงว่ามันสามารถรักษาโรคได้ทุกชนิด

มานี่สิพี่น้องทั้งหลาย มาดูหมอที่มหัศจรรย์ที่สุดในโลกที่นี่สิ กบร้อง ไม่มีผู้ใดเก่งเทียบข้าได้แม้แต่เทพแอสคูลาปีอุส หมอประจำตัวของพระมหาเทพจูปิเตอร์

เหตุใดเจ้าจึงบังอาจแสร้งทำเป็นสามารถรักษาผู้อื่นได้ สุนัขป่าตัวหนึ่งร้องทักท้วง ในเมื่อตัวเจ้าเองยังไม่สามารถรักษาโรคเดินโขยกเขยกและผิวหนังที่เต็มไปด้วยตุมแผลและรอยย่นของเจ้าได้



นิทานอีสป เรื่อง ฝูงแกะและสุนัข

นิทานอีสป เรื่อง ฝูงแกะและสุนัข

แกะฝูงหนึ่งบ่นกับคนเลี้ยงแกะว่าเขาลำเอียงเพราะปฏิบัติกับพวกมันและสุนัขของเขาแตกต่างกันมาก

การกระทำของนายแปลกประหลาดเหลือเกิน แกะทั้งหลายต่อว่า พวกเราคิดว่านายไม่ยุติธรรมกับพวกเราเลย ทั้ง ๆ ที่พวกเราให้ลูก ขน และนมแก่นาย แต่นายไม่เคยให้อะไรพวกเราเลยนอกจากหญ้า และแม้แต่หญ้า พวกเราก็ต้องไปหากินกันเอง ถึงแม้นายไม่ได้อะไรจากสุนัขสักอย่าง แต่นายก็ให้มันกินเศษอาหารอร่อย ๆ จากโต๊ะอาหารของนายอยู่เสมอ

เมื่อสุนัขได้ยินคำตัดพ้อต่อว่าดังกล่าวของฝูงแกะ จึงพูดเสียงดังลั่นว่า ใช่ พวกเจ้าพูดถูกต้องมากทีเดียว แต่หากไม่มีข้า พวกเจ้าคงไปอยู่ที่ไหนกันแล้ว พวกขโมยอาจเอาพวกเจ้าไปแล้ว พวกสุนัขป่าอาจกินพวกเจ้าเสียแล้ว หากข้าไม่เฝ้าดูพวกเจ้าอยู่ตลอดเวลาพวกเจ้าจะต้องหวาดกลัวภยันอันตรายมากจนไม่กล้าเล็มหญ้ากินแน่ ๆ

เมื่อฝูงแกะตรึกตรองดูก็ต้องยอมรับว่าสุนัขพูดความจริง นับแต่นั้นมา พวกมันไม่เคยต่อว่านายของมันอีกเลย



นิทานอีสป เรื่อง มาตรฐานการเลือก

นิทานอีสป เรื่อง มาตรฐานการเลือก

วันหนึ่ง สิงโต กระต่าย และหนูพากันไปหาที่อยู่ในภูเขาใหญ่มหึมาลูกหนึ่ง เมื่อไปถึง หนูก็หาที่อยู่ได้ทันทีเพราะมีรูเล็ก ๆ ลึกเข้าไปในภูเขาพอที่ตัวมันจะเข้าไปอาศัยอยู่ได้อย่างง่ายดาย ส่วนกระต่ายก็พบโพรงหินลึกที่เชิงเขา โพรงนั้นใหญ่พอที่มันจะเข้าได้อย่างสบาย มันจึงได้ที่อยู่เช่นเดียวกับหนู

ส่วนสิงโตพบถ้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในภูเขาใหญ่มหึมาลูกนั้นแต่ยังไม่พอใจเพราะคิดว่าเล็กเกินไป จึงเดินหาต่อไป เมื่อพบถ้ำที่ใหญ่กว่าเดิม ก็ยังติว่าเล็กเกินไปอีก แล้วก็เดินหาต่อไปอีก และไม่ว่าจะพบถ้ำใหญ่กว่าที่ผ่านมาสักกี่แห่งก็ไม่เคยพอใจ ในที่สุด เมื่อเดินหาจนทั่วภูเขาแล้ว มันก็ต้องจำใจเลือกถ้ำที่ใหญ่กว่าถ้ำใด ๆ ทั้งหมดในภูเขาใหญ่มหึมานั้นเป็นที่อยู่ของมัน