นิทานอีสป เรื่อง ขนนก

นิทานอีสป เรื่อง ขนนก

นกนางแอ่นและนกกาถกเถียงกันว่าระหว่างมันทั้งสอง ใครจะงดงามกว่ากัน ในที่สุดนกกาก็ยุติการโต้แย้งดังกล่าว โดยพูดว่า

ขนของเจ้าจะขึ้นดกและสวยงามเพียงแต่ในฤดูร้อนเท่านั้น แต่ขนของข้าจะปกป้องความหนาวเย็นให้ข้าทุกฤดูหนาวทีเดียว



นิทานอีสป เรื่อง ท้าพิสูจน์

นิทานอีสป เรื่อง ท้าพิสูจน์

นกกาสองตัวต้องการพิสูจน์ว่าใครจะบินได้สูงกว่ากัน จึงตกลงว่าจะบินแข่งกันโดยต่างฝ่ายต่างต้องบินแบกถุงใบหนึ่งไปด้วยตลอดทาง ถุงดังกล่าวต้องมีขนาดเท่ากันและมีของหนึ่งอย่างใส่ไว้เต็ม

นกกาตัวแรกเลือกแบบถุงนุ่น มันหัวเราะเยาะเมื่อเห็นคู่แข่งของมันเลือกแบกถุงเกลือซึ่งหนักกว่าถุงนุ่นมาก

เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว คู่แข่งขันทั้งสองก็เริ่มออกบินขึ้นไปในท้องฟ้า แต่แล้วฝนก็ตกลงมาตามที่นกกาตัวที่สองคาดหมายไว้ แล้วเกลือในถุงก็เริ่มละลาย ขณะเดียวกันนุ่นก็เริ่มอุ้มน้ำ

เมื่อเวลาผ่านไป ถุงเกลือก็เบาขึ้น ๆ นกกาตัวที่สองจึงสามารถบินพาถุงเกลือขึ้นไปในท้องฟ้าได้อย่างง่ายดาย ส่วนถุงนุ่นก็หนักมากขึ้น ๆ จนนกกาตัวแรกไม่มีแรงพอที่จะยกมันมาจากพื้นดิน มันจึงต้องยอมรับความพ่ายแพ้ไปในที่สุด



นิทานอีสป เรื่อง นกเขาและนกกา

นิทานอีสป เรื่อง นกเขาและนกกา

นกเขาตัวหนึ่งซึ่งถูกขังอยู่ในกรงกำลังแสดงความยินดีกับตัวเองที่สามารถฟักไข่ออกมาเป็นลูกนกได้หลายตัวแล้ว

ขณะนั้นมีนกกาตัวหนึ่งบินผ่านมาเห็นเหตุการณ์นี้ จึงพูดกับนกเขาว่า หยุดพร่ำเพ้อเสียทีสหายของข้า ยิ่งเจ้าฟักไข่ออกมาเป็นลูกนกได้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีทาสเพิ่มจำนวนให้เจ้าร้องไห้คร่ำครวญและเสียใจกับพวกเขามากขึ้นเท่านั้น

นิทานอีสป เรื่อง นกนางแอ่นและนกกา

นิทานอีสป เรื่อง นกนางแอ่นและนกกา

นกนางแอ่นตัวหนึ่งคุยโวกับกาเกี่ยวกับชาติกำเนิดของมันว่า ครั้งหนึ่งข้าเป็นเจ้าหญิง เป็นพระราชธิดาของกษัตริย์แห่งกรุงเอเธนส์ แต่สามีของข้าใช้ให้ข้าทำงานอย่างโหดร้าย และตัดลิ้นของข้าทิ้งเพราะข้าทำความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วเทพธิดาจูโนก็เมตตาช่วยทำให้ข้ากลายเป็นนกเพื่อคุ้มครองข้าไม่ให้ได้รับบาดเจ็บอีก

เจ้าพูดเรื่องไร้สาระได้ขนาดนี้เชียวรึ นกกาพูด ข้าคิดไม่ออกว่าเจ้าจะเป็นอย่างไรหากไม่ถูกตัดลิ้นทิ้ง

นิทานอีสป เรื่อง นกกาสองพี่น้อง

นิทานอีสป เรื่อง นกกาสองพี่น้อง

นกกาสองพี่น้องอาศัยอยู่ในรังเดียวกัน วันหนึ่งมีรูโหว่รูหนึ่งเกิดขึ้นในรัง

นกกาตัวพี่คิดว่า น้องชายของข้าจะต้องซ่อมแซมรังแน่ ๆ และนกกาตัวน้องก็คิดว่า พี่ชายของข้าจะต้องซ่อมแซมรังแน่ ๆ

ผลที่ได้รับคือ ไม่มีนกตัวใดซ่อมแซมรัง และรูโหว่นั้นก็ใหญ่มากขึ้น ๆ

นกกาตัวพี่คิดว่า คราวนี้น้องชายของข้าต้องซ่อมแซมรังแน่ ๆ เขาจะอาศัยอยู่ในรังที่เสียหายเช่นนี้ได้อย่างไร และนกกาตัวน้องก็คิดว่า คราวนี้พี่ชายของข้าต้องซ่อมแซมรังแน่ ๆ เขาจะอาศัยอยู่ในรังที่เสียหายเช่นนี้ได้อย่างไร

เมื่อฤดูหนาวมาถึง ลมทิศตะวันตกเฉียงเหนือก็พัดครวญครางและเกล็ดหิมะตกลงมาอย่างหนาแน่นและรวดเร็ว นกกาสองพี่น้องกอดกันกลมอยู่ในรังที่เสียหายด้วยร่างกายสั่นเทา นกทั้งสองร้องว่า หนาวเหลือเกิน หนาวเหลือเกิน

นกกาตัวพี่คิดว่า แน่นอนว่าน้องชายของข้าไม่สามารถทนความหนาวเย็นเช่นนี้ได้ เขาจะต้องซ่อมแซมรังแน่ ๆ และนกกาตัวน้องก็คิดว่า พี่ชายของข้าจะสามารถทนความหนาวเย็นนี้ได้อย่างไร เขาจะต้องซ่อมแซมรังแน่ ๆ

แต่นกทั้งสองก็ไม่ได้ทำสิ่งใดนอกจากกอดกันแน่นมากขึ้น

ลมเริ่มพัดแรงขึ้น ๆ และหิมะก็ตกหนักขึ้น ๆ ทุกที

ในที่สุด รังนกก็ถูกลมพัดลงมากองอยู่บนพื้นดิน และนกกาทั้งสองตัวก็ต้องสิ้นใจตายเพราะทนความหนาวเย็นไม่ไหว

นิทานอีสป เรื่อง นกกาและนกเรเว็น

นิทานอีสป เรื่อง นกกาและนกเรเว็น

นกการู้สึกริษยานกเรเว็นอย่างมาก เพราะมนุษย์ถือว่านกเรเว็นเป็นนกแห่งโชคลาง นกเรเว็นสามารถส่งสัญญาณบอกลางดีหรือลางร้ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ มนุษย์จึงเชื่อถือและชื่นชมนกเรเว็นมาก นกกาปรารถนาอย่างยิ่งที่จะมีชื่อเสียงเช่นเดียวกับนกเรเว็น

วันหนึ่งนกกาเห็นนักเดินทางกลุ่มหนึ่งกำลังเดินมาตามถนน จึงบินไปเกาะที่กิ่งต้นไม้ข้างถนนต้นหนึ่งและส่งเสียงร้องดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ บรรดานักท่องเที่ยวรู้สึกหวาดกลัวเสียงที่ได้ยินอยู่ไม่น้อยเพราะหวั่นเกรงว่าจะเป็นเสียงร้องบอกลางร้าย

แต่แล้วนักท่องเที่ยวคนหนึ่งก็เห็นนกกา จึงพูดกับเพื่อนร่วมเดินทางทั้งหมดว่า ไม่มีอะไรหรอกสหาย เราสามารถเดินทางต่อไปได้โดยไม่ต้องหวาดกลัวสิ่งใด เพราะนั่นเป็นเพียงเสียงร้องของนกกาท่ไม่มีความหมายอะไรเลย

นิทานชาดก เรื่อง กากินน้ำทะเล

นิทานชาดก เรื่อง กากินน้ำทะเล

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภพระอุปนันทเถระผู้ไม่รู้จักพอแล้วเที่ยวสอนภิกษุอื่นให้รู้จักพอ จึงตรัสพระคาถาว่า ” บุคคลควรตั้งตนไว้ในคุณอันสมควรก่อน แล้วพึงสั่งสอนผู้อื่นในภายหลัง บัณฑิตจะไม่พึงเศร้าหมอง ” แล้วได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า…

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นเทวดารักษาสมุทร สมัยนั้นมีกาน้ำตัวหนึ่งบินเที่ยวหากินอยู่ในมหาสมุทรนั้นมักร้องห้ามฝูงนกฝูงปลาว่า ” ท่านทั้งหลาย จงดื่มกินน้ำทะเลเพียงเล็กน้อยนะ ช่วยกันประหยัดน้ำทะเลด้วย ”

เทวดาเห็นพฤติกรรมของมันแล้วจึงถามไปว่า ” ใครนะ ช่างบินวนเวียนอยู่แถวนี้ เที่ยวร้องห้ามฝูงนกฝูงปลาอยู่ ท่านจะไปเดือดร้อนอะไรกับน้ำทะเลด้วยละ ”

มันจึงตอบว่า ” ข้าพเจ้าคือกาผู้ไม่รู้จักอิ่ม ปรารถนาจะดื่มน้ำทะเลผู้เดียว กลัวว่าน้ำทะเลจะหมดก่อน จึงต้องร้องห้ามอย่างนั้น ”

เทวดาได้ฟังเช่นนั้นจึงกล่าวเป็นคาถาว่า ” ทะเลใหญ่นี้จะลดลงหรือเต็มอยู่ก็ตามที ที่สุดของน้ำแห่งทะเลใหญ่นั้นที่บุคคลดื่มแล้ว ใคร ๆ ก็รู้ไม่ได้ ทราบว่า สาครอันใคร ๆ ไม่อาจดื่มให้หมดสิ้นไปได้ ”

ว่าแล้วก็แปลงร่างเป็นรูปที่น่ากลัวขับไล่กาน้ำนั้นให้หนีไป

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
อย่าไปพะวงอะไรกับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะจะทำให้จิตฟุ้งซ่านไปเปล่า ๆ



นิทานชาดก เรื่อง กากับนกเค้า

นิทานชาดก เรื่อง กากับนกเค้า

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภการทะเลาะกันของกากับนกเค้า เรื่องมีอยู่ว่า ในสมัยนั้น กาจะทำร้ายนกเค้าในเวลากลางวัน นกเค้าจะทำร้ายกาในเวลากลางคืน ทำให้บริเวณวัดเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดนก พวกภิกษุได้กวาดซากศพของนกกาไปทิ้งเป็นจำนวนมาก เพื่อคลายความสงสัยของพวกภิกษุ พระองค์ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า…

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในครั้งปฐมกัลป์พวกสัตว์ทั้งหลายได้เลือกผู้นำของตนเองกล่าวคือ พวกมนุษย์เลือกชายผู้มีรูปร่างสวยงาม มีมารยาทเรียบร้อยและมีสติปัญญาเป็นพระราชา พวกสัตว์ ๔ เท้าเลือกราชสีห์เป็นหัวหน้า พวกปลาเลือกปลาอานนท์เป็นหัวหน้า

ฝ่ายพวกนกมาประชุมกันที่ป่าแห่งหนึ่งแล้วทำการคัดเลือกหัวหน้า ฝูงนกเสนอให้นกเค้าขึ้นเป็นหัวหน้า แต่มีกาตัวหนึ่งพูดคัดค้านขึ้นว่า ” ท่านทั้งหลาย หน้าตาของนกเค้าขนาดยังไม่โกรธก็ยังเป็นเช่นนี้ ถ้าเขาโกรธขึ้นมาจะดูได้หรือ ผู้ที่จะเป็นหัวหน้าจะต้องหน้าตาดูดีกว่านี้ ข้าพเจ้าไม่เห็นดีด้วย ”

แล้วกล่าวเป็นคาถาว่า

” ขอความเจริญรุ่งเรืองจงมีแก่ท่านทั้งหลาย การแต่งตั้งนกเค้าให้เป็นใหญ่ ข้าพเจ้ายังไม่ชอบใจ ท่านจงมองดูหน้านกเค้าที่ยังไม่โกรธดูซิ ถ้านกเค้าโกรธจะทำหน้าอย่างไร ”

ว่าแล้วก็บินร้องไปในอากาศว่า ” ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วย ๆ ” ฝ่ายนกเค้าโกรธมากที่ถูกกาว่าร้ายได้บินไล่กานั้นไป ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมากากับนกเค้าได้จองเวรกันและกันจนถึงปัจจุบัน สุดท้ายพวกนกได้เลือกหงส์ทองให้เป็นหัวหน้านก

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
เป็นผู้นำคนหน้าตาจะต้องยิ้มแย้มเบิกบานเป็นที่สบายใจของลูกน้องและผู้พบเห็น



นิทานชาดก เรื่อง กาเทียมหงส์

นิทานชาดก เรื่อง กาเทียมหงส์

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภพระเทวทัตผู้แสดงท่าทางเอาอย่างพระองค์แล้วถึงความพินาศ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า…

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพระราชา ครองเมืองมิถิลา แคว้นวิเทหะ สมัยนั้น พญาหงส์ตัวหนึ่ง มีเมียตัวหนึ่งเป็นนางนกกา ทำรังอยู่ที่ต้นตาล ใกล้โรงอาหาร มีลูกด้วยกันตัวหนึ่ง เป็นตัวผู้หน้าตา่ไม่เหมือนพ่อแม่ จึงตั้งชื่อว่า วินีลกะ เพราะมันมีสีค่อนข้างคล้ำ

อนึ่ง พญาหงส์นั้นมีลูกหงส์อยู่ก่อนแล้ว ๒ ตัว ลูกหงส์เห็นพญาหงส์ไปถิ่นมนุษย์ บ่อยนักจึงถามพ่อว่าไปทำไม พญาหงส์จึงบอกลูกว่า “ลูกรัก..พ่อไปเยี่ยมน้องของพวกเจ้าชื่อวินีลกะที่เกิดจากนางนกกานะ” ลูกถามว่า “พวกเขาอยู่ตรงไหนละครับพ่อ ” พ่อตอบว่า “อยู่ยอดต้นตาลตรงโน้น ใกล้เมืองมิถิลาจ้าลูก” ลูกพูดว่า “พวกผมจะไปพาเขามานะครับพ่อ” พ่อห้ามว่า “อย่าไปเลยลูก ถิ่นมนุษย์มันมีภัยอันตรายรอบด้าน พ่อจะพาเขามาเอง”

ลูกหงส์ทั้งสองหาเชื่อคำของพ่อไม่ ได้อาสาไปนำนกวินีลกะมา จึงพากันไปที่ต้นตาลนั้น ให้นกวินีลกะจับคอนไม้อันหนึ่งแล้ว ช่วยกันคาบปลายไม้คนละข้าง บิินผ่านเมืองมิถิลามา

ขณะนั้น พระราชากำลังประทับบนราชรถเทียมม้าสีขาวปลอด ๔ ตัว ทรงทำประทักษิณพระนครอยู่ นกวินีลกะเห็นเช่นนั้นแล้วก็นึกในใจว่า “เราก็ไม่ต่างจากพระราชาเลยนะ ได้นั่งบนรถเทียมหงส์เลียบพระนคร” จึงพูดเปรย ๆ ขึ้นว่า “ม้าอาชาไนยพาพระเจ้าวิเทหะผู้ครองเมืองมิถิลาให้เสด็จไป เหมือนหงส์สองตัวพาเราผู้ชื่อว่าวินีลกะไปจริง ๆหนอ” ลูกหงส์พอได้ฟังคำนั้นแล้วโกรธ ตั้งใจว่าจะปล่อยให้มันตกลงไปเสียก็กลัวพ่อจะตำหนิเอา จึงอดทนไว้พามันไปจนถึงรังแล้วเล่าให้พ่อฟัง พญาหงส์โกรธจัดตวาดว่า “เจ้าวิเศษกว่าลูกเราเชียหรือ จึงเปรียบเปรยลูกเราเหมือนม้าเทียมรถ เจ้าช่างไม่รู้จักประมาณตนเอง ที่นี่ไม่ใช่ที่อยู่ของเจ้า เจ้าจงกลับไปหาแม่เจ้าเถิด” แล้วกล่าวเป็นคาถาว่า

“เจ้าวินีลกะ เจ้ามาอยู่อาศัยซอกเขาอันมิใช่พื้นเพเดิมของเจ้า เจ้าจงไปอยู่อาศัยสถานที่ใกล้หมู่บ้านเถิด นั้นเป็นที่อยู่อาศัยของแม่เจ้า”

แล้วสั่งให้ลูกหงส์นำมันกลับไปปล่อยไว้ที่เดิม

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
อย่ายกตนข่มท่าน จะนำความลำบากมาให้

นิทานอีสป เรื่อง นกอินทรีกับกา

นิทานอีสป เรื่อง นกอินทรีกับกา

นกอินทรีตัวหนึ่งจ้องมองฝูงแกะอยู่บนหน้าผาสูง เมื่อได้โอกาสโผลงมาโฉบจับลูกแกะด้วยกรงเล็บอันแข็งแรง กาตัวหนึ่งเฝ้าดูอยู่ก็คิดทำอย่างนกอินทรีบ้าง จึงตั้งท่าแข็งขัน พุ่งบินพร้อมกางกรงเล็บตะปบลูกแกะ แต่กรงเล็บของเจ้ากากลับเกี่ยวติดขนแกะจนแน่น สลัดอย่างไรก็ไม่หลุด

คนเลี้ยงแกะมาพบเข้าจึงตัดปลายปีกของเจ้ากา เพื่อไม่ให้บินหนีแล้วนำไปให้ลูกของตนเล่น

พ่อจ๋า นี่มันนกอะไรเหรอจ้ะ

เจ้านกตัวนี้คงคิดว่าตัวเองเป็นนกอินทรีล่ะสิ แต่พ่อว่ามันเป็นเพียงกาที่ไม่เจียมตัวเท่านั้นแหล่ะ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ผู้ไม่รู้จักประมาณตน ย่อมพบแต่ความเดือดร้อน



ดู นิทานอีสป เรื่อง นกอินทรีกับกา บน Youtube ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=HOr2Ju_Zs3I