NITHAN TUBE – แหล่งรวมนิทาน

แหล่งรวมนิทานดี ๆ นิทานแปลก ๆ นิทานไม่เหมือนใคร มีนิทานครบอยู่ที่นี่

นิทานอีสป เรื่อง ชายชราและความตาย

นิทานอีสป เรื่อง ชายชราและความตาย ชายชราคนหนึ่งเดินแบกฟืนมัดใหญ่มาเป็นระยะทางไกล แต่แล้วเขาก็เหนื่อยมากจนต้องโยนมัดฟืนลงบนพื้นดินเนื่องจากเกิดท้อแท้ใจอย่างที่สุด เขาจึงร้องขอให้ความตายมาช่วยนำเขาออกไปจากความทุกข์ยากแสนสาหัสที่เขากำลังเผชิญอยู่ ฉันพลันนั้น ความตายก็เข้ามายืนอยู่ข้างหน้าเขาและถามเขาว่าต้องการสิ่งใด ได้โปรดท่าน ชายชราพูด โปรดช่วยทำอะไรให้สักอย่าง โปรดช่วยข้ายกฟืนมัดนี้แบกขึ้นบนบ่าอีกครั้งหนึ่งเถิด

Continue Reading

นิทานชาดก เรื่อง ตายเพราะปาก

นิทานชาดก เรื่อง ตายเพราะปาก ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุชื่อโกกาลิกะ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพราหมณ์ในตระกูลอุทิจจพราหมณ์ เมื่อเรียนจบศิลปะทุกอย่างจากเมืองตักกสิลา แล้วบวชเป็นฤาษี ได้เป็นอาจารย์ผู้ให้โอวาทแก่ฤาษี ๕๐๐ ตน ในที่นั้น มีฤาษีขี้โรคผอมเหลืองผู้หนึ่ง วันหนึ่ง ท่านกำลังนั่งฝ่าฝืนอยู่ ได้มีฤาษีปากมากผู้หนึ่งเข้ามานั่งใกล้ๆ แล้วพูดว่า ” ท่านจงฟันอย่างนี้ จงฟันตรงนี้ ” ทำให้ฤาษีขี้โรคโกรธแล้วกล่าวว่า ” ท่านไม่ใช่อาจารย์สอนศิลปะการฝ่าฟืนของผมนะ ” จึงฟันดาบสนั้นเสียชีวิตด้วยมีดฝ่าฟืนนั่นเอง และในที่ไม่ไกลจากที่อยู่ของฤาษี มีนกกระทาตัวหนึ่งอาศัยอยู่ที่จอมปลวก ทุกเช้าเย็นมันจะขึ้นไปยืนขันเสียงดังลั่นอยู่บนจอมปลวกนั้นเป็นประจำทุกวัน เป็นเหตุให้พรานผู้หนึ่งมาจับมันไปเป็นอาหาร ฤาษีพระโพธิสัตว์ไม่ได้ยินเสียงมันขันจึงถามหมู่ฤาษี เมื่อทราบเหตุการณ์นั้นแล้ว ได้กล่าวคาถานี้ท่ามกลางหมู่ฤาษีว่า ” คำพูดที่ดังเกินไป รุนแรงเกินไป และพูดเกินเวลา ย่อมฆ่าคนผู้มีปัญญาทรามเสีย เหมือนเสียงฆ่านกกระทา ที่ขันดังเกินไป ” นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การพูดมากไม่ดี ควรพูดตามกาลเทศะ และพูดแต่ที่ดี ดู นิทานชาดก เรื่อง ตายเพราะปาก บน […]

Continue Reading

นิทานชาดก เรื่อง ตายเพราะไม่เรียน

นิทานชาดก เรื่อง ตายเพราะไม่เรียน ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุผู้ว่ายากรูปหนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นเนื้อตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในป่า ใกล้เมืองพาราณสี มีเนื้อน้องสาวอยู่ตัวหนึ่ง วันหนึ่ง เนื้อน้องสาวได้พาลูกเนื้อมาหาพี่ชาย แล้วมอบให้พี่ชายสอนมายาของเนื้อให้ เนื้อผู้ลุงจึงบอกให้เนื้อผู้หลานมาหาในวันพรุ่งนี้เพื่อจะสอนมายาของเนื้อ แต่เนื้อผู้หลานไม่มาตามนัดตามเวลาที่พูดกันไว้ เวลาผ่านไปถึง ๗ วัน เนื้อผู้หลาน ผู้ไม่มีประสบการณ์และยังไม่ทันได้เรียนรู้มายาของเนื้อ ท่องเที่ยวหากินไปจึงติดบ่วงนายพรานถูกฆ่าตาย แม่เนื้อผู้น้องสาวจึงร้องไห้ไปหาพี่ชายต่อว่าสอนหลานยังไง เขาจึงบอกว่า ” เจ้าอย่าเสียใจต่อบุตร ผู้ไม่รับโอวาทสั่งสอนนั่นเลย บุตรของเจ้าไม่เรียนเอามายาของเนื้อเอง ไม่มีความประสงค์จะเรียนรู้และตั้งอยู่ในโอวาทเลย ” แล้วได้กล่าวเป็นคาถาว่า ” แม่ขราทิยา ฉันไม่สามารถจะสั่งสอนเนื้อตัวนั้น ผู้มีกีบเท้า ๘ กีบ มีเขาคดตั้งแต่โคนจรดปลาย ผู้ล่วงเลยโอวาทเสียตั้ง ๗ วันได้ ” นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ผู้ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่และครูอาจารย์ มักพบกับความฉิบหาย

Continue Reading

นิทานชาดก เรื่อง เต่าตายเพราะปาก

นิทานชาดก เรื่อง เต่าตายเพราะปาก ในสมัยหนึ่งพระพุทธเจ้าประทับอยู่วันเชตวัน เมืองสาวัตถีทรงปรารภพระโกกาลิกะผู้เดือดร้อนเพราะปาก ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นอำมาตย์ผู้สอนธรรมแก่พระเจ้าพรหมทัตผู้ครองเมืองพาราณสี โดยปกติพระราชาเป็นคนพูดมาก อำมาตย์พยายามหาอุบายกล่าวตักเตือนพระองค์อยู่แต่ก็ยังหาไม่ได้ สมัยนั้นที่สระแห่งหนึ่งในป่าหิมพานต์มีเต่าตัวหนึ่งอาศัยอยู่ มันเป็นเพื่อนกันกับลูกหงส์ ๒ ตัว วันหนึ่ง ลูกหงส์ได้มาเยี่ยมเต่าและชักชวนมันไปเที่ยวที่ถ้ำทองด้วย โดยให้เต่าคาบไม้ตรงกลางแล้วหงส์จะคาบปลายทั้งสองข้างบินไป ก่อนไปได้ตกลงกับเต่าว่า “สหาย ท่านต้องอดทนไม่พูดอะไรกับใครจนกว่าจะถึงถ้ำของเรานะ มิเช่นนั้นท่านจะร่วงลงพื้นดินแน่ๆ จะหาว่าเราไม่เตือน” เต่ารับคำอย่างมั่นเหมาะพอหงส์บินผ่านเมืองพาราณสี เด้กชาวบ้านได้พากันชี้และตะโกนว่า “เฮ้ ๆ พวกเรามาดูหงส์หามเต่า เร็ว ๆ” เต่าได้ฟังเช่นนั้นโกรธจึงปล่อยไม่เอ่ยปากว่า “เจ้าเด็กร้าย เราต่างหากหามหงส์ไป” มันได้ร่วงตกลงไปตายที่ท้องพระลานหลวง ขณะนั้นอำมาตย์กำลังเข้าเฝ้าพระราชาอยู่พอดี พอมีเสียงคนว่า “มีเต่าตกจากอากาศมาตายตัวหนึ่ง”เท่านั้น พร้อมด้วยพระราชาได้ไปที่นั้น พระราชาตรัสถามถึงสาเหตุที่เต่าตกลงมาตายอำมาตย์โพธิสัตว์ได้โอกาสจึงให้โอวาทพระราชาเป็นคาถาว่า “เต่าพออ้าปากจะพูด ได้ฆ่าตนเองแล้วหนอ เมื่อคาบท่อนไม้อยู่ดีแล้ว กลับฆ่าตนเองเสียด้วยคำพูดของตนเองนั่นแหละ ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐในหมู่วีรชน บุรุษผู้เป็นบัณฑิต เห็นเหตุวันนี้แล้วควรพูดให้ดี ไม่ควรพูดให้เกินเวลา ขอพระองค์ทรงทอดพระเนตรเต่าผู้ถึงความพินาศเพราะพูดมาก” พระราชาทราบว่าอำมาตย์พูดถึงพระองค์จึงตรัสถามว่า “ที่ท่านพูดหมายถึงเราใช่ไหม ?” อำมาตย์โพธิสัตว์จึงกราบทูลว่า”มหาราชเจ้า..ไม่ว่าพระองค์หรือใครคนไหนๆ เมื่อพูดเกินประมาณย่อมถึงความพินาศกันทั้งนั้น” ตั้งแต่วันนั้นมา พระราชาได้ทรงตรัสแต่น้อยลง […]

Continue Reading

นิทานชาดก เรื่อง อุบายหนีตาย

นิทานชาดก เรื่อง อุบายหนีตาย ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถีทรงปรารภพระปัญญษบารมีของพระองค์ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญาวานร มีลิงเป็นบริวารหลายหมื่นตัว อาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง ในที่ไม่ไกลจากหมู่บ้านแห่งหนึ่ง บางคราวก็มีคนมาอยู่ บางคราวก็เป็นหมู่บ้านร้าง ที่กลางหมู่บ้านนั้น มีต้นมะพลับต้นหนึ่ง มีผลสุกอร่อยมาก ฝูงลิงจะมากินผลมะพลับสุกในคราวที่ไม่มีคนมาอยู่เสมอๆ เพราะติดใจในรสชาติของมัน ต่อมาในปีหนึ่ง ถึงฤดูมะพลับมีผล ได้มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งมาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านนั้น ฝูงลิงก็คิดจะมากินผลมะพลับอีก จึงมอบให้ลิงตัวหนึ่งไปดูลาดเลา มันไปดูแล้วกลับมาบอกเพื่อนๆ ว่า “ขณะนี้ผลมะพลับกำลังสุกเต็มต้นเลย แต่มีอุปสรรคเพราะมีชาวบ้านมาอยู่ด้วย พวกเราจะทำอย่างไรดี” พวกลิงพอทราบว่ามีผลมะพลับสุกก็กระตุ้นความอยากกินยิ่งขึ้น จึงเข้าไปรายงานพญาวานร พญาวานรถามว่า “บ้านมีคนอยู่หรือไม่” พวกมันตอบว่า “มีอยู่ขอรับท่าน” พญาวานรพูดว่า “ถ้าเช่นนั้น ก็ไม่ควรไป เพราะมีอันตรายมาก” พวกลิงเสนอว่า “พวกเราไปกินในเวลาเที่ยงคืนสิ ชาวบ้านหลับหมดแล้ว อันตรายก็ไม่มี” พญาวานรจึงเห็นด้วย ลิงทั้งฝูงได้ไปแอบอยู่หลังแผ่นหินใหญ่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนั้น พอถึงเวลาเที่ยงคืน ชาวบ้านหลับมหดแล้ว จึงพากันไปขึ้นต้นมะพลับ กินผลมะพลับสุก ขณะนั้น บังเอิญว่ามีชายคนหนึ่งเกิดปวดท้องถ่ายอุจจาระ ได้ลงจาดเรือนเห็นฝูงลิงกำลังกินผลไม้อยู่ จึงตะโกนปลุกชาวบ้านให้มาจับลิง ชาวบ้านต่างลุกขึ้นถือหอกถือธนูและอาวุธต่างๆ […]

Continue Reading

นิทานชาดก เรื่อง ไม่รู้เวลาตาย

นิทานชาดก เรื่อง ไม่รู้เวลาตาย ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดตโปทาราม เมืองราชคฤห์ ทรงปรารถพระสมิทธิเถระ ผู้ถูกนางเทพธิดาชักชวนให้เสพกาม ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นฤาษีบำเพ็ญเพียรฌานสมาบัติอยู่ใกล้สระน้ำในป่าหิมพานต์ วันหนึ่งท่านได้บำเพ็ญเพียรตลอดทั้งคืนพอสว่างแล้วจึงไปอาบน้ำในสระเสร็จแล้วได้มายืนอาบแดดอยู่ ในขณะนั้นมีเทพธิดานางหนึ่งมองเห็นรูปโฉมความงามของร่างกายท่านแล้วเกิดความรักและมีความกำหนัดขึ้น จึงพูดเชิญชวนเสียแล้ว ท่านเสพกามเสียก่อนแล้วจึงออกบวชจะไม่ดีกว่าหรือ ท่านอย่าได้ปล่อยให้วัยและเวลาเสพกามล่วงเลยไปเสีย ขอเชิญท่านมาเสพกามเถิด” ฤาษีโพธิสัตว์ได้ฟังเช่นนั้นจึงกล่าวตอบเป็นคาถาว่า “เราไม่รู้เวลาตายของตนเลย เวลาตายยังปกปิดอยู่หาปรากฎไม่ เพราะเหตุนั้น เราจึงไม่บริโภคกามมาเที่ยวภิกขาจารอยู่ ขอเวลาบำเพ็ญสมณธรรมอย่าล่วงเลยเราไปเสีย บุคคลแม้เป็นอติบัณฑิต ก็ไม่รู้ถึงฐานะ ๕ อย่าง อันไม่มีนิมิตรในโลกนี้ คือ ชีวิต ๑ พยาธิ ๑ เวลา ๑ ที่ตาย ๑ ที่ไป ๑” เทพธิดาได้ฟังคำนั้นแล้วเกิดความละอายใจ ก็หายร่างไปจากที่ตรงนั้นทันที นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าได้ประมาทในวัยและชีวิตเพราะเราไม่รู้ว่าเราจะตายในวันไหน ควรรีบเร่งทำความดีแข่งกันกับวันและเวลาเถิดท่านทั้งหลาย

Continue Reading

นิทานชาดก เรื่อง หาที่ตาย

นิทานชาดก เรื่อง หาที่ตาย ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภพราหมณ์อุปสาฬกะ ผู้เข้าใจว่ามีป่าช้าบริสุทธ์ เรื่องมีอยู่ว่า พราหมณ์คนนี้มีทรัพย์สมบัติมากแต่เป็นคนเจ้าทิฏฐิ ถึงบ้านจะอยู่ติดกับวัดเชตวัน แต่ก็ไม่เคยถวายอะไรแก่พระพุทธเจ้าเลย เข้าทำนองใกล้เกลือกินด่าง เขามีลูกชายอยู่คนหนึ่งเป็นคนฉลาด มีความรู้ดี พอพราหมณ์แก่ชราลง วันหนึ่งจึงเรียกลูกชายมาหาแล้วพูดว่า “ลูกรัก ถ้าพ่อตายแล้ว เจ้าอย่าเอาศพพ่อไปเผาในป่าช้าที่ปะปนกับคนอื่นนะ ให้เอาศพพ่อไปเผาในป่าช้าใหม่ที่ไม่เคยเผาใครมาก่อนเลยนะ” ลูกชายพูดว่า “พ่อครับ ผมไม่รู้ว่าจะุถูกใจพ่อหรือเปล่า ทางที่ดีพ่อพาผมไปเลือกสถานที่ไว้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้จะดีกว่า” วันนั้นพราหมณ์กับลูกชายจึงแสวงหาที่เผาศพ ออกจากเมืองมุ่งตรงไปที่ยอดเขาคิชกูฏ เลือกได้ที่แห่งหนึ่งแล้วก็ลงจากยอดเขามา ในเวลารุ่งอรุณของวันนั้นพระพุทธเจ้าทรงตรวจดูอุปนิสัยของสรรพสัตว์ ได้ทอดพระเนตรเห็นอุปนิสัยดสดาปัตติมรรคของพ่อลูกคู่นั้น ดังนั้น พระองค์จึงเสด็จไปประทับนั่งรอสองพ่อลูกลงจากเขามา พอพวกเขาเดินลงมาถึงที่ประทับจึงตรัสถามว่า “ไปไหนกันมาละท่านพราหมณ์” ลูกชายจึงกราบทูลเนื้อความให้ทรงทราบ พระพุทธองค์ตรัสว่า “ถ้าเช่นนั้น เราจะไปดูสถานที่ตรงนั้นด้วย” ว่าแล้วก็พาสองพ่อลูกกลับขึ้นเขาไปดูสถานที่นั้นอีกครั้ง พอขึ้นไปถึงที่นั้น ลูกชายจึงชี้ให้ดูและกราบทูลว่า “ตรงระหว่างภูเขาสามลูกนี่แหละพระเจ้าข้า” พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “พ่อหนุ่ม พ่อของเจ้ามิใช่จะเลือกป่าช้าเผาในบัดนี้เท่านั้น แม้ในอดีตก็เคยมาแล้วและที่ตรงนี้ก็เคยเผาเขามาแล้ว ๑๔,๐๐๐ ชาติด้วย” จึงทรงนำอดีตนิทานมาสาธก และตรัสพระคาถาว่า “พราหมณ์ชื่อว่าอุปสาฬกะ ได้ถูกพวกญาติเผาในสถานที่นี้ จำนวน ๑๔,๐๐๐ ชาติแล้ว […]

Continue Reading

นิทานชาดก เรื่อง ตายเพราะปาก

นิทานชาดก เรื่อง ตายเพราะปาก ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภพระโกกาลิกะผู้เดือดร้อนเพราะปากไม่ดี ได้ตรัสอดีตนิทานมาสธก ว่า… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นชายหนุ่มชื่อตักการิยะ ไปศึกษาเล่าเรียนศิลปวิทยาอยู่ในสำนักของพราหมณ์ ปุโรหิตคนหนึ่งในเมืองพาราณสี ท่านปุโรหิจเป็นคนตาเหลือง มีเขี้ยวงอกออกมา ภรรยาของท่านได้คบชู้กับคนตาเหลืองมีเขี้ยวงอกออกมาเหมือนกัน ท่านห้ามปรามภรรยาให้เลิกพฤติกรรมนั้นเสียแต่ก็ไม่เป็นผล จึงคิดหาวิธีฆ่าชายชู้นั้นได้อย่างหนึ่ง อยู่มาวันหนึ่งท่านเข้าเฝ้าพระราชากราบทูลว่า “ขอเดชะมหาราชเจ้า เมืองนี้เป็นเมืองชั้นเลิศในชมพูทวีป พระองค์ก็เป็นอัครราชา แต่ประตูเมืองด้านทิศใต้สร้างไว้ไม่เป็นมงคล ต้องรื้อประตูเก่าแล้วสร้างประตูใหม่ตามมงคลฤกษ์ พระเจ้าข้า” พระราชารับสั่งให้สร้างประตูใหม่ตามนั้น เมื่อรื้อประตูเก่าสร้างใหม่แล้ว ท่านพราหมณ์ได้กราบทูลอีกว่า “ขอเดชะ ประตูเสร็จแล้ว พรุ่งนี้เป้นวันฤกษ์ดี ต้องทำพลีกรรมบวงสรวงประตูเชิญเทพยาดาผู้มีศักดิ์ใหญ่มาสถิต ด้วยการฆ่าพราหมณ์บริสุทธิ์คนหนึ่งผู้มีตาเหลือง มีเขี้ยวงอก นำเลือดเนื้อมาบวงสรวงแล้วนำใส่อ่างฝังไว้ใต้ประตู จึงจักเกิดสวัสดีมงคลแก่พระองค์แก่เมือง พระเจ้าข้า” พระราชารับสั่งให้ทำตามนั้น ทำให้ท่านดีใจว่า “พรุ่งนี้ละเป็นวันตายของศัตรูเรา” เมื่อกลับไปถึงบ้านแล้วก็อดที่จะพูดไม่ได้ จึงบอกภรรยาว่า “อีชั่ว ตั้งแต่นี้ไปมึงจะชมชื่นกับใครเล่า พรุ่งนี้กูก็จะฆ่าชู้มึงแล้ว ภรรยาเถียงว่า “เขาไม่มีความผิด จะุฆ่าเขาเพราะเหตุอะไรเล่า” ท่านตอบว่า “พระราชารับสั่งให้กูทำพลีกรรมประตูเมืองด้วยเลือดเนื้อของพราหมณ์ผู้มีเขี้ยวและตาเหลือง ชายชู้มึงมีเขี้ยวและตาเหลืองมิใช่รึ” นางจึงรับส่งข่าวไปให้ชายชู้ทราบและกำชับให้รีบหนีไปที่อื่นและชวนผู้มีลักษณะเช่นเดียวกันหนีไปด้วย ชายชู้ได้รีบหนึและส่งข่าวเลื่องลือไปทั่วเมือง เป็นเหตุให้พราหมณ์ที่มีเขี้ยวและตาเหลืองพากันหนีไปที่อื่นหมด ในวันรุ่งขึ้นปุโรหิตที่ไม่รู้ว่าศัตรูหนีไปแล้ว […]

Continue Reading