นิทานธรรมะ เรื่อง เพราะเข้าถึง จึงเข้าใจ

นิทานธรรมะ เรื่อง เพราะเข้าถึง จึงเข้าใจ

ยายคนหนึ่งชอบไปวัดเป็นประจำ ไม่ว่าจะไปทำบุญ หรือไปปฏิบัติธรรม คุณยายถือว่าเป็นบุคคลต้นแบบในการนำพาลูกหลานให้รู้จักทำความดี จนลูกหลานก็มีจิตใจฝักใฝ่ในธรรมกันเป็นส่วนมาก

แต่ก็มีบ้างที่ยังสงสัยว่าทำไมยายต้องไปวัด หรือไปปฏิบัติธรรมทุกวันพระ โดยเฉพาะในช่วงเข้าพรรษา หรือวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ทำไมบางครั้งถึงกับไม่ยอมหลับนอนตลอดทั้งวันทั้งคืนก็มี คำถามนี้ติดอยู่ในใจของหลานชายคนหนึ่งตลอดมา

อยู่มาวันหนึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คุณยายก็ได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดเช่นเคย ที่พิเศษกว่านั้นก็คือ ทุกคนที่ไปปฏิบัติธรรมได้ตั้งจิตอธิฐานว่าจะไม่ยอมนอนตลอดวันและคืน กิจกรรมในวันนั้นจะมีพระสงฆ์ผลัดเปลี่ยนกันมานำพาปฏิบัติ และขึ้นธรรมาสน์เทศน์สลับกันไปจนถึงรุ่งอรุณของวันต่อไป

พอรุ่งเช้าของวันใหม่ ผู้ปฏิบัติธรรมต่างก็กลับบ้านของตน ฝ่ายคุณยายก็ได้เดินทางกลับบ้านด้วยใบหน้าที่อิ่มเอิบประหนึ่งว่ามีความสุขเหลือเกิน แม้คืนที่ผ่านมาจะไม่ได้นอนเลยสักนิด แต่เพราะจิตที่อิ่มในธรรม จึงทำให้คุณยายรู้สึกเป็นสุขอย่างมาก

เมื่อกลับมาถึงบ้าน หลานชายช่างสงสัยก็วิ่งเข้าไปรับของจากยาย ครั้นยายนั่งพักเรียบร้อยแล้ว จึงถามด้วยความสงสัยว่า

ยายไปวัดมา เหนื่อยไหม?

ไม่เหนื่อยหรอก มันอิ่มใจ ก็เลยไม่เหนื่อย เพราะเมื่อคืนนี้ได้ฟังพระเทศน์ทั้งคืน แต่ละท่านเทศน์ได้สาระจับใจดีมาก ๆ

ยายพูดไปและยิ้มไป เหมือนกับว่าสิ่งที่ได้รับฟังจากพระนั้น ช่างเป็นสิ่งที่พิเศษยิ่งนัก

ด้วยความอยากรู้ที่มากกว่าปกติ หลานชายจึงถามยายต่อไปอีกว่า

แล้วพระท่านเทศน์เรื่องอะไรล่ะยาย?

ยายจำไม่ได้หรอก รู้แต่ว่าท่านเทศน์ดีมาก

เมื่อยายพูดเช่นนี้ หลานชายก็รู้สึกประหลาดใจในคำตอบนั้น เหมือนกับว่าคุณยายไปวัดฟังธรรมมา แต่กลับไม่ได้ความรู้อะไรติดตัวมาเลย หลานชายจึงกล่าวขึ้นว่า

ยายไปฟังธรรมมา และพูดว่าพระท่านเทศน์ดีมาก แต่พอถามว่าท่านเทศน์เรื่องอะไร และดีอย่างไร ยายก็ตอบให้ผมรับรู้ไม่ได้ แสดงว่ายายคงไม่ได้อะไรแน่นอน

คุณยายผู้ผ่านการใช้ชีวิตมานาน เมื่อได้ฟังถ้อยคำแห่งความสงสัยของหลานชาย ครั้นจะสอนให้หลานได้เข้าใจในสิ่งสำคัญที่ตามองไม่เห็น จึงกล่าวขึ้นว่า

ถ้าหลานอยากรู้ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ให้หาตะกร้ามาใบหนึ่ง แล้วนำตะกร้านั้นไปตักน้ำมาให้ได้ แล้วยายจะบอกให้รู้ว่ายายได้อะไรมาบ้างจากการฟังธรรม

คุณยาย ตะกร้าจะตักน้ำได้อย่างไร? หลานแย้งในสิ่งที่คุณยายบอกให้ไปทำ

ลองไปทำตามที่ยายบอกก็แล้วกัน คุณยายยังยืนยันในเจตนาเดิม

ด้วยควมเคารพต่อผู้ใหญ่ หลานชายจึงได้ปฏิบัติตามคำกล่าวของยาย แต่ในขณะเดียวกัน ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าตะกร้าจะตัดน้ำได้อย่างไร เพราะเมื่อเขาจุ่มตะกร้าลงไปในน้ำแล้วยกขึ้นมา สิ่งที่ติดมาด้วยก็คือตะกร้าที่เปียกเท่านั้น แม้จะทำกี่ครั้ง เขาก็ไม่สามารถตักได้เลย

แต่เมื่อได้ปฏิบัติตามคำกล่าวของยายแล้ว หลานชายขี้สงสัยก็หิ้วตะกร้าใบที่เปียกนั้นมาหาคุณยาย แล้วบอกให้รับรู้ว่ามันไม่สามารถตักน้ำมาได้ คุณยายมองหน้าหลานชายด้วยความเมตตา แล้วกล่าวว่า

ถ้าอย่างนั้น หลานลองสลัดตะกร้าที่เปียกน้ำนั้นสิ

เมื่อได้รับคำสั่งจากยาย หลานชายก็สลัดตะกร้าที่เปียกน้ำเต็มแรง น้ำที่ติดอยู่กับตะกร้าก็กระเซ็นออกจากที่ยึดเกาะจำนวนมาก เมื่อเป็นเช่นนี้ ยายจึงยกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อสอนหลานชายให้เข้าใจในสิ่งสำคัญที่ตามองไม่เห็นว่า

หลานรัก การที่ยายให้หลานนำตะกร้าไปตักน้ำมาให้นั้นแท้จริงแล้ว ยายต้องการให้ลานรู้ว่า บางสิ่งที่เราบอกว่าไม่ได้อะไรเลยจากสิ่งนั้น ๆ ที่จริงแล้วก็มีบางสิ่งที่เราได้จากมัน เหมือนกับที่ยายบอกว่าไปฟังธรรมแล้วได้อะไร แม้ยายจะไม่สามารถบอกให้รู้ว่ามันเป็นอย่างไร แต่ใจที่ยายสัมผัสกับสิ่งที่ไม่มีตัวตนนั้น ก็บอกให้รู้ว่าจิตภายในของยายสัมผัสกับอะไรได้บ้าง จิตใจของยายเหมือนกับตะกร้า ยายพูดไม่ถูกหรอกว่าได้อะไรมาบ้าง เหมือนกับที่ตะกร้าไม่สามารถอุ้มน้ำได้ แต่จิตใจของยายก็บอกให้รู้ว่า มีสิ่งดี ๆ คอยหล่อเลี้ยงให้ยายมีความสงบสุขอยู่ภายใน เป็นความสุขที่รับรู้ได้เฉพาะตนเอง บอกใครให้รับรู้ก็ไม่กระจ่างชัดเหมือนกับที่เราสัมผัสเอง

ผมเข้าใจแล้วครับคุณยาย

หลานชายช่างสงสัยเริ่มมองเห็นภาพของความดีงามที่ยายไปประสบพบเจอมา อย่างน้อยเขาก็เห็นคุณค่าจากสิ่งที่ยายเฝ้าเพียรทำให้ดู อยู่ให้เห็น และเพียรบอกให้ลูกหลานได้ปฏิบัติตาม ทำให้เขาทิ้งความสงสัยที่มีอยู่ในใจได้มากกว่าเดิมหลายเท่าตัว