นิทานอีสป เรื่อง นกเขาและนกกา

นิทานอีสป เรื่อง นกเขาและนกกา

นกเขาตัวหนึ่งซึ่งถูกขังอยู่ในกรงกำลังแสดงความยินดีกับตัวเองที่สามารถฟักไข่ออกมาเป็นลูกนกได้หลายตัวแล้ว

ขณะนั้นมีนกกาตัวหนึ่งบินผ่านมาเห็นเหตุการณ์นี้ จึงพูดกับนกเขาว่า หยุดพร่ำเพ้อเสียทีสหายของข้า ยิ่งเจ้าฟักไข่ออกมาเป็นลูกนกได้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีทาสเพิ่มจำนวนให้เจ้าร้องไห้คร่ำครวญและเสียใจกับพวกเขามากขึ้นเท่านั้น

นิทานอีสป เรื่อง นกเขาและมด

นิทานอีสป เรื่อง นกเขาและมด

มดตัวหนึ่งไต่ไปที่น้ำพุแห่งหนึ่งเพื่อดื่มน้ำดับกระหาย แต่แล้วก็หกคะเมนลงไปในน้ำและกำลังจะจมน้ำตาย โชคดีที่นกเขาตัวหนึ่งซึ่งเกาะอยู่บนต้นไม้บริเวณนั้นเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวเข้า

นกเขาตัวนั้นจึงใช้ปากจิกใบไม้ใบหนึ่งจากต้นไม้ที่มันเกาะอยู่และทิ้งลงไปในน้ำ มดจึงไต่ขึ้นมาอยู่บนใบไม้นั้นและในไม่ช้าก็สามารถกลับขึ้นมาอยู่บนพื้นดินได้โดยปลอดภัย

หลังจากนั้นสักครู่หนึ่ง นักจับนกคนหนึ่งผ่านมาเห็นนกเขาเข้า จึงเริ่มกางตาข่ายดักนกออกเพื่อจับนกเขาตัวนั้น

ฉับพลันนั้นเอง มดก็กัดส้นเท้าของเขาอย่างแรง นักจับนกส่งเสียงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดและขว้างตาข่ายทิ้งทันที

ส่วนนกซึ่งเพิ่งตระหนักได้ว่ามันกำลังเผชิญหน้ากับความตายก็รีบบินออกจากที่นั่นไปอย่างปลอดภัย

นิทานอีสป เรื่อง เคราะห์ร้ายของนกเขา

นิทานอีสป เรื่อง เคราะห์ร้ายของนกเขา

นกเขาตัวหนึ่งกำลังกระหายน้ำอย่างหนัก เมื่อเห็นเหยือกน้ำใบหนึ่งในรูปภาพ ก็เข้าใจผิดคิดว่านั่นคือเหยือกน้ำจริง ๆ มันรีบบินตรงไปยังเหยือกน้ำที่เห็นอย่างรวดเร็ว ปีกของมันกระทบอากาศเสียงดังหวือหวาราวกับเสียงปีกแมลงปอยามบิน

แต่ปรากฎว่านกเขาตัวนี้บินไปชนรูปภาพนั้นอย่างแรงแล้วก็ตกลงมาบนพื้นดิน ปีกทั้งสองข้างบาดเจ็บสาหัส ในที่สุดมันก็ถูกคนที่เดินผ่านไปมาจับตัวไป

นิทานชาดก เรื่อง เหยี่ยวนกเขา

นิทานชาดก เรื่อง เหยี่ยวนกเขา

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภพระสูตรว่าด้วยโอวาทของนกที่ไม่ควรเที่ยวหากินไกลถิ่นที่อยู่ของตน ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า…

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นนกมูลไถอาศัยหากินอยู่ตามก้อนดินมูลไถ วันหนึ่ง มันบินไปหากินต่างถิ่นถูกเหยี่ยวนกเขาจับได้ จึงพูดขึ้นว่า “วันนี้เราเคราะห์ร้าย เพราะมาหากินต่างถิ่น ถ้าอยู่ในถิ่นของเราแล้ว ท่านไม่มีโอกาสจับเราได้หรอก” เหยี่ยวนกเขาได้ฟังเช่นนั้นจึงปล่อยมันไปพร้อมกับพูดว่า “เจ้านกน้อย ในที่ไหน ๆ เจ้าก็ไม่รอด พ้นกรงเล็บของเราไปได้ดอกให้โอกาสเจ้าแก้ตัว” นกมูลไถพอถูกปล่อยเป็นอิสระก็บินกลับไปถึงที่อยู่ของตน ขึ้นไปจับบนก้อนดินใหญ่แล้วร้องท้าทายเหยี่ยวนกเขาว่า “มาเลยเจ้าเหยี่ยวโง่ แน่จริงมาจับข้าอีกสิ”

เหยี่ยนกเขาเห็นมันร้องท้าเช่นนี้นจึงโถมกำลังปีกโฉบเข้าหามันทันที นกมูลไถรู้ว่าเหยี่ยวนกเขาใกล้จะถึงตัวแล้วก็บินกลับเข้าไปในระหว่างก้อนดินมูลไถ เหยี่ยวมาด้วยความเร็วด้วยหวังจะขย้ำนกมูลไถให้แหลกคากรงเล็บ จึงกระแทกอกเข้ากับก้อนดินตาถลนออกตายคาที่ ณ ตรงนั้นเอง

เมื่อเหยี่ยวตายแล้ว นกมูลไถจึงขึ้นมายืนบนอกของเหยี่ยวด้วยมั่นใจว่าชนะข้าศึกได้แล้ว กล่าวเป็นคาถาว่า “เรานั้นเป็นผู้เพียบพร้อมด้วยอุบาย ยินดีแล้วในที่หากินอันเป็นเขตแห่งบิดา เห็นประโยชน์ของตนอยู่ เป็นผู้หลีกพ้นจากศัตรู ย่อมเบิกบานใจ”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ถิ่นใครถิ่นมันอย่าคิดทำในสิ่งที่ตนเองไม่ถนัดและไม่มีความชำนาญ เพราะจะนำความฉิบหายมาให้มากกว่าสิ่งดี



นิทานอีสป เรื่อง มดกับนกเขา

นิทานอีสป เรื่อง มดกับนกเขา

ขณะที่มดตัวหนึ่งกำลังดื่มน้ำในลำธาร เกิดมีลมพัดแรงหอบเจ้ามดน้อยปลิวลอยละลิ่วตกลงไปในน้ำ มดพยายามกระเสือกกระสนว่ายน้ำเข้าหาจวนใกล้จะหมดแรงนกเขาตัวหนึ่งเกาะอยู่บนต้นไม้ริมลำธารเห็นดังนั้นจึงจิกใบไม้ร่อนลงไปในน้ำให้มดเกาะกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย

ขณะนั้น นายพรานคนหนึ่งย่องเข้ามาเตรียมตาข่ายจะเหวี่ยงจับนกเขา มดจึงตรงเข้ากัดส้นเท้าของนายพรานเต็มแรงจนนายพรานร้องลั่น

โอ๊ย !

นกเขาจึงรู้ตัวและบินหนีไปได้ทัน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
คนทำดีย่อมได้ผลดีตอบแทน



ดู นิทานอีสป เรื่อง มดกับนกเขา บน Youtube ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=H_ot4OKMbLE