นิทานอีสป เรื่อง ความจำเป็นของชายหาปลา

นิทานอีสป เรื่อง ความจำเป็นของชายหาปลา

ชายหาปลาคนหนึ่งไปจับปลาที่แม่น้ำแห่งหนึ่ง เมื่อเอาอวนปากหนึ่งลงขึงในแม่น้ำแล้ว เขาก็เอาก้อนหินไปผูกไว้ที่ปลายปมเชือกทุกปมเพื่อถ่วงให้อวนจมลึกลงไปในน้ำ จากนั้นชายหาปลาก็ตีน้ำทั้งสองด้านของอวนเพื่อทำให้ปลาตื่นตกใจและว่ายหนีเข้าไปติดในช่องตาข่ายของอวนปากนั้น

เพื่อนบ้านคนหนึ่งของชายหาปลาซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณนั้นรู้สึกหงุดหงิดใจในการกระทำของเขายิ่งนัก จึงไปพบชายหาปลาและต่อว่าเขาทำให้น้ำแถวนั้นขุ่นจนชาวบ้านใช้ดื่มไม่ได้

ข้าเสียใจด้วย ชายหาปลาพูด แต่การทำให้น้ำขุ่นเป็นวิธีการเดียวเท่านั้นที่ข้าสามารถใช้เลี้ยงชีพของข้าได้



นิทานอีสป เรื่อง ชายหาปลาและเสียงดนตรี

นิทานอีสป เรื่อง ชายหาปลาและเสียงดนตรี

ชายหาปลาคนหนึ่งรักดนตรีมากกว่าการเอาใจใส่ดูแลแหสำหรับจับปลาของเขา วันหนึ่งเขาเห็นปลาฝูงใหญ่ในแม่น้ำ จึงเริ่มเป่าขลุ่ยเป็นเสียงเพลงอันไพเราะ เขาคิดว่าปลาเหล่านั้นจะกระโดดขึ้นมาบนฝั่งและเต้นตามจังหวะดนตรีเข้าไปอยู่ในแหของเขาเอง

แต่แล้วชายหาปลาก็ต้องผิดหวังเพราะปรากฎว่าปลาทั้งหลายมิได้ทำตามที่เขาปรารถนา เขาจึงตัดสินใจทอดแหลงไปในแม่น้ำและสามารถจับปลาฝูงนั้นไว้ได้มากมายปลายตัว

หลังจากที่ชายหาปลาลากแหขึ้นมาบนฝั่งแล้ว บรรดาปลาที่ติดอยู่ในแหก็เริ่มดิ้นและสะบัดตัวไปมา ชายหาปลาจึงพูดกับพวกมันว่า ในเมื่อพวกเจ้าไม่ยอมเต้นรำเมื่อข้าเป่าขลุ่ย ข้าก็จะไม่ให้โอกาศพวกเจ้าได้มีโอกาศเต้นรำตอนนี้หรอก

นิทานชาดก เรื่อง ปลาเจ้าปัญญา

นิทานชาดก เรื่อง ปลาเจ้าปัญญา

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุผู้เฒ่า ๒ รูป ที่ผลัดวันประกันพรุ่ง เป็นผู้เกียจคร้าน ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า…

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีปลา ๓ ตัว เป็นสหายกันชื่อว่า พหุจินตี อัปปจินตี และมิตจินตี ตามลำดับ พากันว่ายออกจากป่าลึกเข้ามาใกล้ถิ่นมนุษย์หากิน

ปลามิตจินตีบอกกับเพื่อนๆว่า ” ถิ่นมนุษย์เต็มไปด้วยภัย พวกชาวประมงพากันดักข่ายและไซพวกเรา เข้าป่าลึกตามเดิมเถอะเพื่อน ” ปลาอีก ๒ ตัว พูดว่า ” วันพรุ่งนี้ พวกเราค่อยไปเถิด ” เพราะความเกียจคร้านและติดใจในเหยื่อจนเวลาล่วงไปถึง ๓ เดือน

ชาวประมง ได้เริ่มวางข่ายดักปลาในแม่น้ำ ปลาพหุจินตีและอัปปจินตี เมื่อออกหาอาหารพากันว่ายไปข้างหน้าอย่างไม่ระวัง ก็ว่ายเข้าไปในท้องข่ายทันที ส่วนปลามิตจินตี มาทีหลังได้กลิ่นข่ายก็ทราบว่าเพื่อนอีก ๒ ตัว ติดข่ายแล้ว จึงช่วยเพื่อนด้วยการแสดงลวงให้ชาวประมงเข้าใจว่าข่ายขาดปลาหนีไปได้ ด้วยการกระโดดข้ามข่ายไปมา พวกชาวประมงจึงยกข่ายขึ้นด้วยเข้าใจว่าข่ายขาด ปลาอีก ๒ ตัว จึงรอดออกมาได้ ด้วยการช่วยเหลือของปลามิตจินตี

พระพุทธองค์ เมื่อตรัสเล่าอดีตนิทานแล้ว ได้ตรัสพระคาถาว่า ” ปลาชื่อพหุจินตีและปลาชื่ออัปปจินตี ทั้ง ๒ ตัวติดอยู่ในข่าย ปลาชื่อมิตจินตีได้ช่วย ให้หลุดพ้นจากข่าย ปลาทั้ง ๒ ตัว จึงได้มาพร้อมกันกับปลามิตจินตี ในแม่น้ำนั้น ”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ไม่ควรผลัดวันประกันพรุ่ง เพราะจะทำให้เกิดผลร้ายมากกว่าผลดี



ดู นิทานชาดก เรื่อง ปลาเจ้าปัญญา บน Youtube ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=EA6ZF_3Xvpw

นิทานชาดก เรื่อง ปลาขอฝน

นิทานชาดก เรื่อง ปลาขอฝน

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่ที่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี แคว้นโกศล ทรงปรารภการบันดาลให้ฝนตกทั่วเมือง เรื่องมีอยู่ว่า …

ในสมัยนั้น ทั่วทั้งแคว้นโกศลเกิดภัยแล้งฝนไม่ตกหลายเดือน ข้าวกล้าเหี่ยวแห้ง สระน้ำแห้งขอดเหลือแต่โคลนตม ปลาตายเกลื่อนกลาด ฝูงนก ฝูงกาบินว่อน ชาวเมืองสาวัตถีและฝูงสัตว์เกิดเดือดร้อนกันไปทั่ว แม้น้ำในสระวัดเชตวันก็เหือดแห้งเช่นกัน ปลากระเสือกระสนหนีตายเข้าไปในเปลือกตม

รุ่งเช้า พระพุทธองค์ ได้ทรงตรวจดูสรรพสัตว์ ทรงเห็นความเดือดร้อนนั้นแล้ว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อสรรพสัตว์ หลังจากเสด็จกลับมาจากบิณฑบาตแล้ว ได้ประทับยืนอยู่ที่บันไดสระในวัดเชตวัน ตรัสเรียกพระอานนท์ให้นำผ้าอาบน้ำมาถวายพระองค์ ด้วยมีพระประสงค์จะสรงน้ำในสระ แม้พระอานนท์จะทูลว่าน้ำในสระมีแต่ตม ไม่มีน้ำมิใช้หรือ ก็ทรงตรัสว่า ” อานนท์ ธรรมดากำลังของพระพุทธเจ้าใหญ่หลวงนัก เธอจงนำเอาผ้าอาบน้ำมาเถิด ” พระเถระได้นำผ้ามาถวายแล้ว พระพุทธองค์ทรงนุ่งผ้าด้วยชายข้างหนึ่ง ทรงคลุมพระสรีระด้วยชายข้างหนึ่ง ประทับยืนที่บันไดตั้งพระทัยว่า เราจักสรงน้ำในสระ

ทันใดนั้นเอง แท่นศิลาอาสน์ของท้าวสักกะก็แสดงอาการร้อน ท้าวเธอทราบเรื่องนั้นแล้วจึงบัญชาให้วลาหกเทวราชเจ้าแห่งฝน บันดาลฝนให้ตกทั่วแคว้นโกศลโดยไม่ขาดสายครู่เดียวเท่านั้น น้ำก็เต็มสระ ท้วมถึงบันไดสระ พระพุทธองค์ทรงลงสรงน้ำในสระแล้ว ทรงครองผ้าสองชั้นสีแดง คาดรัดประคต ทรงครองสุคตจีวร เฉวียงพระอังสะ เสด็จประทับในพระคันธกุฎี

ในเวลาเย็น พวกภิกษุประชุมกันในธรรมสภายกเรื่องพระพุทธองค์ทรงบันดาลให้ฝนตก ด้วยพระกรุณาในชาวเมืองและสรรพสัตว์ขึ้นมาสนทนากัน พระพุทธองค์จึงได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกดังนี้ว่า…

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ที่ห้วยแห่งหนึ่ง มีเถาวัลย์รกรุงรัง พระโพธิสัตว์เกิดเป็นปลาช่อนตัวหนึ่ง อาศัยอยู่ในห้วยนั้น สมัยนั้น เกิดภัยแล้งฝนไม่ตกเช่นเดียวกัน ฝูงปลาต่างดิ้นรนเอาชีวิตรอดด้วยเปลือกตม ฝูงนกการุมจิกกินหมู่ปลา ปลาช่อนนั้นเห็นความพินาศของหมู่ญาติ จึงทำสัจกิริยาให้ฝนตกด้วยการแหวกออกจากเปลือกตม มองดูอากาศแล้วบันลือเสียงแก่เทวราชปัชชุนนะว่า ” หมู่ปลาเดือดร้อนมาก ข้าพเจ้ารักษาศีลไม่เคยกินปลาด้วยกันตลอดชีวิต ด้วยความสัตย์นี้ขอท่านจงให้ฝนตกลงมาเถิด ”

แล้วกล่าวคาถาว่า ” ปัชชุนนเทพ ท่านจงคำรณคำรามให้ฝนตกมา ทำลายขุมทรัพย์ของฝูงกา ทำฝูงกาให้ได้รับความเศร้าโศก และช่วยปลดเปลื้องข้าพเจ้าและหมู่ญาติ ให้พ้นจากความเศร้าโศกเถิด ”

ฝนห่าใหญ่จึงตกลงมาช่วยชีวิตสัตว์ให้รอดพ้นจากความตายได้

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
คุณของศีลสามารถช่วยเหลือชีวิตของผู้อื่นให้รอดพ้นจากความตายได้

นิทานชาดก เรื่อง บุญที่ให้ทานแก่ปลา

นิทานชาดก เรื่อง บุญที่ให้ทานแก่ปลา

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภพ่อค้าโกงชาวเมืองสาวัตถีคนหนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า…

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นลูกชายของพ่อค้าตระกูลหนึ่งในเมืองพาราณสี มีน้องชายอยู่คนหนึ่ง เมื่อบิดาเสียชีวิตแล้วสองพี่น้องได้ปรึกษาหารือกันเรื่องบริหารกิจการค้าขาย ตกลงกันเดินทางไปสะสางบัญชีการค้าที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ได้เงินพันหนึ่งแล้วก็เดินทางกลับมานั่งกินข้าวห่อรอเรือข้ามฟากที่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา

หลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว พระโพธิสัตว์ได้ให้อาหารที่เหลือแก่ปลาในแม่น้ำแล้วอุทิศส่วนบุญกุศลให้สรรพสัตว์รวมถึงเทวดาที่แม่น้ำนั้นด้วย เทวดาพออนุโมทนารับส่วนบุญเท่านั้น ก็เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยลาภยศอันเป็นทิพย์ เมื่อให้อาหารปลาหมดแล้วเขาก็ลาดผ้าบนหาดทรายล้มตัวลงนอนหลับไป ส่วนน้องชายของเขามีนิสัยเป็นหัวขโมยมาตั้งแต่เด็ก นั่งคิดวางแผนฉกเอาทรัพย์จึงห่อก้อนหินขึ้นห่อหนึ่งขนาดเท่ากับถุงห่อเงินนั้น

เมื่อเรือข้ามฟากมาถึง เขาก็ปลุกพี่ชายแล้วถือถุงสองถุงขึ้นเรือไปก่อน เมื่อเรือไปถึงกลางแม่น้ำ เขาก็ทำให้เรือโครงเครงทำทีเป็นเสียหลักโยนถุงหนึ่งลงน้ำไปพร้อมกับพูดขึ้นว่า ” พี่ ถุงห่อเงินตกน้ำไปแล้ว เราจะทำอย่างไรละทีนี้ ” ” เมื่อมันตกน้ำไปแล้วก็ช่างมันเถอะ อย่าคิดถึงมันเลยหาเอาใหม่ได้มากกว่านี้ ” พี่ชายตอบ

เทวดาประจำแม่น้ำคงคาเห็นเหตุการณ์นั้นตลอดจึงบันดาลให้ปลาปากกว้างตัวหนึ่งมากลืนกินถุงเงินนั้นไป ฝ่ายน้องชายเมื่อกลับถึงบ้านแล้วก็รีบแก้ถุงเงินอีกถุงหนึ่งออกดูด้วยความกระหยิ่มใจ แต่พอแก้ห่อดูกลับเป็นถุงห่อก้อนหินจึงได้แต่นั่งคร่ำครวญเสียใจอยู่คนเดียวที่หลงทิ้งถุงห่อเงินลงน้ำไป ฝ่ายพี่ชายก็กลับไปบ้านของตนโดยไม่คิดอะไร

หลายวันต่อมา พวกชาวประมงไปหาปลาจับได้ปลาปากกว้างตัวนั้น จึงเที่ยวเดินขายปลาอยู่ว่า ” ปลาสดๆ จ้า ตัวนี้ขายตัวละ ๑,๗๐๐ บาท สนไหมครับ ” ชาวบ้านพากันหัวเราะเยาะว่า ” ปลาอะไรจะแพงขนาดนั้นละ ” จึงไม่มีใครซื้อไป พวกเขาเดินขายไปจนถึงประตูร้านบ้านของพระโพธิสัตว์ได้ร้องขายปลาอยู่หน้าร้านนั้น

พระโพธิสัตว์เดินออกมาดูปลา สนใจปลาปากกว้างตัวนั้นจึงถามราคาว่า ” ปลาตัวนี้ราคาเท่าไหร่จ้ะ ” ” ผมขายให้ ๒๘ บาทละกันครับ ” ชาวประมงตอบ

เขาจึงซื้อปลาตัวนั้นไปมอบให้ภรรยาปรุงอาหาร พอภรรยาผ่าท้องปลาเท่านั้นก็พบถุงเงินจึงมอบให้เขา เขาเปิดดูเห็นตราประทับห่อของตนก็จำได้ จึงนั่งคิดแปลกใจอยู่คนเดียวว่า ” แปลกจัง ชาวประมงร้องขายปลาให้คนอื่น ๑,๗๐๐ บาท แต่ขายให้เราเพียง ๒๘ บาท เราได้เงินคืนมาเพราะอะไรหนอ ”

ขณะนั้น เทวดาได้ปรากฏร่างยืนอยู่ในอากาศพูดว่า ” เราเป็นเทวดาประจำแม่น้ำคงคา ท่านให้อาหารปลาวันนั้นแล้วอุทิศส่วนบุญแก่เรา เราจึงขอมอบทรัพย์แก่ท่านคืน ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะแผนการณ์ของน้องชายท่านเอง ชื่อว่าความเจริญย่อมไม่เกิดแก่คนผู้มีจิตคิดร้ายผู้อื่น ”

แล้วได้กล่าวคาถาว่า ” ผู้ใดทำกรรมชั่ว ล่อลวงเอาทรัพย์สมบัติของพี่น้องและของพ่อแม่ ผู้นั้นจัดว่าเป็นผู้มีจิตชั่วร้าย ย่อมไม่มีความเจริญ แม้เทวดาก็ไม่นับถือเขา ”

กล่าวคาถาจบก็หายร่างไป

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ผลบุญกุศลช่วยให้ผู้มีจิตไม่ประทุษร้ายได้รับของคืน แม้เทวดาก็สรรเสริญยกย่อง

นิทานอีสป เรื่อง ปลาน้อยกับคนตกปลา

นิทานอีสป เรื่อง ปลาน้อยกับคนตกปลา

ชายคนหนึ่งนั่งตกปลามาเกือบทั้งวัน แต่ไม่ได้ปลาสักตัวเดียว เขาจึงเลิกล้มความตั้งใจและคิดจะกลับบ้าน ทันใดนั้น ก็มีปลาตัวหนึ่งติดเบ็ด แต่เป็นปลาตัวเล็กนิดเดียวเจ้าปลาน้อยอ้อนวอนขอชีวิต

ปล่อยข้าไปเถอะนะ ถ้าวันนี้ท่านไว้ชีวิตข้า อีกไม่นาน ข้าก็จะเติบโตเป็นปลาตัวใหญ่ เนื้อแน่น ให้ท่านได้จับกินในวันข้างหน้า

คนตกปลาจึงพุดว่า

ที่เจ้าพูดมาก็ถูก แต่ข้าไม่รู้หรอกว่า วันข้างหน้าเจ้าจะหลงมาติดเบ็ดของข้าอย่างวันนี้หรือเปล่าน่ะสิ

คนตกปลาพูดจบก็ปลดเจ้าปลาน้อยใส่กระป๋องแล้วเดินกลับบ้านไป

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
จงพอใจกับสิ่งที่มีอยู่ ดีกว่ามุ่งหวังในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง



ดู นิทานอีสป เรื่อง ปลาน้อยกับคนตกปลา บน Youtube ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=RGcpGveOAtk