นิทานอีสป เรื่อง เจ้าหนี้ใจเด็ด

นิทานอีสป เรื่อง เจ้าหนี้ใจเด็ด

ลิงตัวหนึ่งหากินตามชายทะเลแห่งหนึ่งมานานหลายปี มันคุ้นเคยสนิทสนมกับปูทั้งหลายที่หาดทรายแถบนั้นมาก จนกลายเป็นมิตรที่ดีต่อกัน

ต่อมาแม่ปูตัวหนึ่งจ้างลิงให้คอยดูแลลูก ๆ ของมันซึ่งชอบออกจากรูขึ้นมาเล่นบนทรายหาดทุกวัน มันสัญญาว่าจะจ่ายค่าจ้างอย่างงามให้ลิงเป็นรายวัน
ลิงดูแลบรรดาลูกปูจอมซนให้แม่ปูอย่างดี แต่แม่ปูไม่เคยจ่ายค่าจ้างให้มันเลย ลิงก็ไม่ได้ทวง ยังคงทำหน้าที่อย่างยอดเยี่ยมต่อไปอีกหลายวัน แต่แม่ปูก็ยังทำเฉยเมยเหมือนไม่เคยสัญญาอะไรไว้กับลิงเลย

ในที่สุด ลิงก็แน่ใจว่าแม่ปูโกงค่าจ้างแน่ ๆ จึงจับลูกปูทั้งหมดฉีกกินเนื้อไม่เหลือเลยแม้แต่ตัวเดียว

นิทานอีสป เรื่อง ปูและงู

นิทานอีสป เรื่อง ปูและงู

นานมาแล้ว ปูกับงูเคยอยู่ร่วมกัน ปูปฎิบัติตนเป็นมิตรที่ซื่อสัตย์ต่องูเสมอมา แต่งูซึ่งมีนิสัยชั่วร้ายมักทรยศปูอยู่เสมอ ด้วยความรักเพื่อน ปูพยายามตักเตือนงูด้วยความอดทน มันขอให้งูปฏิบัติตัวให้ดีขึ้น แต่งูไม่สนใจ มันกลับทรยศปูอยู่เรื่อยมา

ในที่สุดปูก็หมดความอดทน มันใช้ก้ามที่แข็งแรงหนีบงูจนถึงแก่ความตาย แล้วพูดใส่ซากศพของงูว่า เจ้าอาจไม่พบจุดจบเช่นนี้ หากเจ้าทำตัวให้ซื่อตรงเหมือนกับร่างของเจ้าที่นอนสงบนิ่งไร้ชีวิตอยู่ขณะนี้

นิทานชาดก เรื่อง ปูทอง

นิทานชาดก เรื่อง ปูทอง

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภหญิงชาวเมืองผู้ปกป้องสามีจากพวกโจรคนหนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า…

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีบึงใหญ่ใกล้ป่าหิมพานต์อยู่บึงหนึ่ง ในบึงนั้นมีปูทองตัวขนาดเท่าลานนวดข้าวตัวหนึ่งอาศัยอยู่ มันสามารถจับช้างที่มาดื่มน้ำในบึงเป็นอาหารได้ ฝูงช้างเพราะกลัวปูทองนั่นเองจึงไม่กล้าลงดื่มน้ำในบึงนั้น

สมัยนั้น พระโพธิสัตว์ได้ถือปฏิสนธิในครรภ์ของช้างพังเชือกหนึ่ง เพื่อป้องกันอันตรายจากปูทอง ช้างพังนั้นได้หนีไปอยู่ที่ภูเขาลูกหนึ่ง จนพระโพธิสัตว์เติบโตมีช้างพังเชือกหนึ่งเป็นภรรยาแล้วถึงได้กลับมายังถิ่นที่อยู่เดิม

วันหนึ่ง ช้างโพธิสัตว์ได้เข้าไปพูดกับพญาช้างผู้เป็นบิดาว่า ” พ่อ ฉันจักจับปูทอง ” พญาช้างห้ามไว้ไม่เห็นด้วย แต่สุดท้ายทนคำอ้อนวอนของลูกช้างไม่ได้ก็ต้องใจอ่อน ช้างโพธิสัตว์ได้เรียกประชุมฝูงช้างแล้วเดินไปใกล้บึงนั้นถามว่า ” ท่านทั้งหลาย ปูทองจะจับช้างในเวลาลงไปหรือเวลาขึ้นจากน้ำ ” ได้ฟังว่าปูทองมักจะจับช้างในเวลาขึ้นจากน้ำเท่านั้น จึงบอกช้างทุกตัวลงไปในบึงดื่มน้ำให้อิ่มแล้วค่อยขึ้นมา ส่วนตนจะตามขึ้นมาทีหลัง ช้างทุกตัวได้ลงไปดื่มน้ำในบึงแบบกล้า ๆ กลัว ๆ

ขณะที่ช้างโพธิสัตว์กำลังจะขึ้นจากน้ำตามหลังฝูงช้างนั่นเองก็ถูกปูทองหนีบ ๒ เท้าหลังไว้แน่น ช้างพังผู้ภรรยาไม่ทอดทิ้งสามีได้ยืนดื่มน้ำอยู่เป็นเพื่อนใกล้ ๆ นั่นเอง ช้างโพธิสัตว์พยายามดึงปูทองแต่ปูก็ไม่ขยับเขยื้อน กลับถูกปูดึงไปไว้ตรงปากพร้อมที่จะกิน ช้างโพธิสัตว์กลัวตายจึงร้องขึ้นสุดเสียงว่า ” ข้าพเจ้าขึ้นไม่ได้ ติดก้ามปูแล้ว ” เท่านั้นเองฝูงช้างต่างร้องแตกตื่นวิ่งขี้เยี่ยวราดเข้าป่าไปอย่างรวดเร็ว ช้างพังผู้ภรรยาก็กลัวตายกำลังจะวิ่งหนีไปด้วยเช่นกัน ถูกสามีอ้อนวอนว่า ” น้องรัก ปูทองมีนัยน์ตายาว มีหนังเป็นกระดูก ไม่มีขน ได้หนีบพี่ไว้แล้ว น้องอย่าทิ้งพี่ไปนะ ”

นางช้างจึงหันมาปลอบใจสามีว่า ” พี่ ฉันไม่ละทิ้งพี่ไปหรอก พี่มีกำลังมากกว่าใคร ๆต้องเอาชนะปูได้แน่ พี่เป็นที่รักของฉันยิ่งกว่าแผ่นดินแผ่นฟ้า ” แล้วหันมาพูดอ้อนวอนปูทองเป็นคาถาว่า

” ท่านเป็นสัตว์น้ำที่ประเสริฐกว่าปูทั้งหลายในสมุทร ในแม่น้ำคงคา และในแม่น้ำยมุนา ขอท่านจงปล่อยสามีของฉันผู้ร้องไห้อยู่เถิด ”

ปูทองได้ฟังนางช้างพังแล้วใจอ่อนยอมปล่อยเท้าช้างโพธิสัตว์ แต่หารู้ไม่ว่ากระดองของตนเองได้ถูกช้างโพธิสัตว์กระทืบจนพังทลายและเสียชีวิตไปเวลาต่อมา ช้างโพธิสัตว์ได้ลากปูทองขึ้นไปบนฝั่งเรียกฝูงช้างมาประชุมกันแล้วช่วยกันกระทืบปูทองจนละเอียดเป็นจุณในที่สุด

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ภรรยาที่ดีควรอยู่เคียงข้างสามีจนตราบเท่าชีวิต ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ใด ๆก็ตาม

นิทานชาดก เรื่อง ปูทองผู้ฉลาด

นิทานชาดก เรื่อง ปูทองผู้ฉลาด

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถีทรงปรารภการเสียสละชีพของพระอานนทเถระเพี่อพระองค์ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า…

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิ์สัตว์เกิดเป็นพราหมณ์ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีอาชีพกสิกรรม วันหนึ่งเขาไปนาพร้อมบริวารบอกลูกน้องให้ทำงาน แล้วตนเองก็ไปล้างหน้าที่หนองน้ำปลายนาในหนองน้ำนั้นมีปูตัวหนึ่งอาศัยอยู่ มีสีเหลืองเหมือนสีทอง พอถึงหนองน้ำเขาก็แปรงฟัน ก่อนค่อยลงไปล้างหน้า ขณะนั้นเองปูทองได้มาอยู่ใกล้ ๆ เขา เขาเห็นมันแล้วเกิดความเอ็นดูมันจึงจับมันขึ้นมาวางไว้ที่ผ้าห่มของเขา เมื่อจะกลับไปทำนาต่อก็ปล่อยมันลงน้ำไป

วันต่อมา พอเขามาถึงนาก็จะแวะไปที่หนองน้ำจับปูขึ้นมานอนที่ผ้าห่มก่อนแล้วไปทำนาทั้งวัน ตกเย็นไปปล่อยปูลงน้ำแล้วค่อยกลับบ้านไปเป็นลักษณะเช่นนี้ประจำ เขากับปูทองจึงเกิดความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ดวงตาของพราหมณ์มีลักษณะแปลกอยู่อย่างหนึ่งคือจะเป็นวงกลม ๓ ชั้นใสแจ๋ว ที่ปลายนานั้นมีกาผัวเมียคู่หนึ่งอาศัยอยู่ที่ต้นตาลต้นหนึ่ง นางกาเกิดแพ้ท้องอยากกินดวงตาของพราหมณ์เจ้าของนา “ถ้าไม่ได้กินฉันคงตายแน่ ๆ เลยล่ะ” สามีเอ่ยปากตอบด้วยความเกียจคร้านว่า “น้องจะบ้าเหรอ ใครจะไปบังอาจเอาดวงตาของคนมาได้ อย่าหวังเลยน้อง” นางกาจึงเสนออุบายอย่างหนึ่งว่า “พี่ใต้ต้นตาลนี้มีงูเห่าตัวหนึ่งอาศัยอยู่ถ้าเราใช้ให้งูเห่ากัดเขาตายแล้วค่อยเจาะดวงตาของเขา ความหวังฉันก็เป็นจริงนะสิ” กาสามีเห็นดีด้วย นับแต่วันนันกาทั้งสองเริ่มปรนนิบัติงูเห่าด้วยการนำอาหารมาให้เป็นประจำ

พอข้าวในนาเริ่มตั้งท้อง ปูทองก็เติบโตเต็มที่วันหนึ่งเวลาเช้าตรู่ พราหมณ์ก็ออกมาดูนาตามปกติ เขาแวะไปที่หนองน้ำจับปูมาวางไว้ที่ผ้าห่มแล้ว กำลังจะเดินขึ้นคันนาเลาะดูข้าวเท่านั้น ก็ถูกงูเห่ากัดเข้าที่น่องล้มลงตรงนั้น งูเห่ากัดเข้าก็เลื้อยเข้าจอมปลวกไป พอเขาล้มลงปูทองได้กระโดดขึ้นไปเกาะอยู่บนยอดอกของเขา กาตัวผู้ก็บินมาจับบนร่างของเขาเช่นกัน ขณะที่กากำลังจะจิกดวงตาของเขานั่นเอง ปูทองก็ใช้ก้ามปูหนีบคอกาเอาไว้แน่น แล้วขู่ว่า “เจ้ากาชั่ว เจ้าเรียกงูมาเดี๋ยวนี้นะ มิเช่นนั้น เจ้าคอขาดแน่ ๆ” กากลัวตายจึงร้องเรียกงูว่า “เฮ้ย..งูเห่าเพื่อนรักกลับมาก่อน ข้าถูกปูตาโปนหนึบคอแล้ว กลับมาช่วยกันก่อน” งูเห่าพอได้ยินเสียงเรียกก็เลื้อกลับมาแผ่บังพานหันจะฉกปู ปูจึงใช้กามปูอีกข้างหนึ่งหนีบคองูเอาไว้อีก งูเห่าดิ้นไม่หลุดจึงร้องถามปูทองว่า “เจ้าปูตาโปน ปล่อยพวกข้าเดี๋ยวนี้นะ เจ้าหนีบคอพวกข้าทั้งสองไว้ทำไม” ปูทองตอบว่า “เจ้างูชั่ว ชายคนนี้เป็นที่พึ่งของข้า ถ้าเขาตายไปข้าก็ต้องตายด้วย เพราะไม่มีผู้คุ้มครอง เจ้ามาทำให้เขาตายเสียแล้ว พวกเจ้าต้องตาย” งูฟังแล้วคิดจะล่อลวงปูจึงพูดว่า “เจ้าปูตาโปน ถ้าเช่นนั้น ข้าจะดูดพิษกลับคืนให้เขาฟื้นคืนชีพมา เจ้าปล่อยพวกข้าก่อนสิ ก่อนที่พิษร้ายแรงจะทำให้เขาตาย” ปูรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของงูจึงพูดว่า “เจ้างูชั่ว ข้าจะปล่อยเจ้า ต่อเมื่อเห็นชายคนนี้ลุกขึ้นได้ก่อนแล้ว ข้าถึงจะปล่อยกาไป” ว่าแล้วก็คลายก้ามให้งูเลื้อยไปดูดพิษคืน เมื่อพราหมณ์ได้ลุกขึ้นยืนเป็นปกติแล้ว ปูคิดว่าถ้าขืนปล่อยให้สัตว์ทั้งสองนี้ไป ก็จะกลับมาทำร้ายพราหมณ์เจ้าของนาอีกจนได้ จึงใช้ก้ามปูหนีบคอสัตว์ทั้งสองเสียชีวิตทันที ฝ่ายนางกาที่จับอยู่บนต้นตาลเห็นเหตุการณ์กลับตาลบัตรเช่นนั้น ก็รีบบินหนีไปอยู่ที่อื่น

พราหมณ์เจ้าของนาโยนร่างของกาและงูทิ้งเข้าป่าไป นับตั้งแต่วันนั้น เป็นต้นมาพราหมณ์และปูทองก็ยิ่งสนิทสนมคุ้นเคยกันมากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน ต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกันจนตราบสิ้นชีวิต

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
อย่าคิดทำร้ายคนอื่น เพราะตนเองจะเดือดร้อนในภายหลัง คนและสัตว์ต่างต้องพึ่งพาอาศัยกัน อย่าได้คิดทำลายสัตว์และธรรมชาติเลย

นิทานอีสป เรื่อง ลูกปูกับแม่ปู

นิทานอีสป เรื่อง ลูกปูกับแม่ปู

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ช่วงเวลาน้ำลดงวด แม่ปูพร้อมลูกพากันไต่ลงไปหากินตามชายเลน ขณะเดินไต่ไปนั้น แม่ปูเดินตามหลังลูกปู และสังเกตลูกปูเดินมาตลอด พอเดินไปสักครู่ แม่ปูจึงร้องบอกลูกปูว่า

เจ้าทำไมเดินงุ่มง่ามไปเซมา อย่างนั้น จะเดินให้ตรง ๆ ไม่ได้เชียวรึเจ้าจะได้ไปถึงที่บริเวณอาหารเร็วขึ้นไง มัวเดินคดเคี้ยวอย่านี้น้ำมันจะขึ้นเสียก่อนนะ

ลูกปูจึงย้อนตอบว่า

แม่จะให้ฉันเดินให้ตรง ขอให้แม่ลองเดินให้ฉันดูได้ไหม

แม่ปูได้ฟังดังนั้นก็เดินให้ดู แต่ปรากฏว่า แม่ปูเดินตรงๆไม่ได้ เนื่องจากธรรมชาติของปูเวลาเดินจะต้องคดไปคดมาเป็นธรรมชาติ เพียงแต่แม่ปูไม่รู้สึกตัวเท่านั้นเอง

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
การพูดเพียงอย่างเดียว ไม่อาจสอนใครได้ดีเท่ากับการทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง



ดู นิทานอีสป เรื่อง ลูกปูกับแม่ปู บน Youtube ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=OVcDUVMIX7s

นิทานอีสป เรื่อง ปูทะเลกับหมาจิ้งจอก

นิทานอีสป เรื่อง ปูทะเลกับหมาจิ้งจอก

ปูทะเลตัวหนึ่งเบื่ออาหารใต้ท้องทะเล จึงเดินขึ้นมาหากินบนชายหาด หมาจิ้งจอกหิวโซตัวหนึ่งเดินเลาะเลียบหาดหาเหยื่อมาหลายวัน เมื่อเห็นปูทะเลตัวใหญ่ก็ดีใจตรงเข้าตะปบจับไว้ทันที ปูทะเลโชคร้ายจึงรำพึงอย่างเศร้าใจว่า

โธ่เอ๊ย ! ไม่น่ารนหาที่ขึ้นมาอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่เลยเรา

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
การละทิ้งสิ่งที่ดีงามเหมาะสมกับตนเอง อาจนำภัยมาถึงตัว



ดู นิทานอีสป เรื่อง ปูทะเลกับหมาจิ้งจอก บน Youtube ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=6ypZPSC_sY8

นิทานอีสป เรื่อง ปูกับงู

นิทานอีสป เรื่อง ปูกับงู

ปูกับงูเป็นเพื่อนกันมานาน ปูมีนิสัยซื่อตรงไม่เคยทรยศงูเลย แต่งูกลับมีนิสัยคดโกง มักทรยศหักหลังปูทุกครั้งทำให้ปูได้รับความเดือดร้อนอยู่เสมอ แม้ปูจะพยายามตักเตือนให้งูเปลี่ยนนิสัย แต่เจ้างูก็ไม่เคยคิดกลับตัว

ในที่สุด ปูก็หมดความอดทน ชูก้ามโตแข็งแรง หนีบคองูจนขาดใจตาย แล้วพูดว่า

ถ้าเจ้ามีความซื่อตรงเหมือนตัวเจ้าที่นอนนิ่งเหยียดยาวอยู่ตรงนี้ เจ้าคงไม่พบจุดจบเช่นนี้หรอก

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
แม้ความตายก็ไม่อาจทำให้ผู้คดโกงกลับตัวได้



ดู นิทานอีสป เรื่อง ปูกับงู บน Youtube ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=tmmP-phSg_0

นิทานอีสป เรื่อง แม่ปูกับลูกปู

นิทานอีสป เรื่อง แม่ปูกับลูกปู

เมื่อน้ำทะเลลดลง แม่ปูก็นำขบวนลูกปูออกหากินตามชายหาด แม่ปูเห็นลูก ๆ เดินเฉไปมาวุ่นวายไม่เป็นระเบียบก็พุดขึ้นว่า

ลูกจ๋า ทำไมเดินโย้เย้ไปมาอย่างนั้นล่ะ เดินให้ตรงทางสิ จะได้หากินเร็ว ๆ เดี๋ยวน้ำทะเลขึ้นก็หนีไม่ทันหรอก

ลูกปูจึงพูดว่า

ถ้าอย่างนั้น แม่ช่วยเดินตรง ๆ เป็นตัวอย่างให้พวกเราดูหน่อยสิจ้ะ

เมื่อแม่ปูเดินให้ลูกปูดู แม่ปูเองก็เดินเฉไม่ตรงทาง โย้เย้ไปมาตามธรรมชาติของปู แต่แม่ปูกลับไม่รู้สึกตัวเลย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
จงทำตนให้เป็นตัวอย่างก่อนจะสอนผู้อื่นให้ทำตาม



ดู นิทานอีสป เรื่อง แม่ปูกับลูกปู บน Youtube ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=752dg2VTeRg