นิทานอีสป เรื่อง คำขอของหนูน้อยพระจันทร์

นิทานอีสป เรื่อง คำขอของหนูน้อยพระจันทร์

ครั้งหนึ่งหนูน้อยพระจันทร์วิงวอนขอให้แม่ของเธอตัดเสื้อคลุมตัวน้อย ๆ ให้เธอตัวหนึ่ง เธอบอกแม่พระจันทร์ว่าอยากให้เสื้อคลุมตัวนี้มีขนาดพอเหมาะกับรูปร่างของเธอมากที่สุด

แม่จะตัดเสื้อคลุมให้เหมาะกับรูปร่างของลูกได้อย่างไรกันจ๊ะ ไม่พระจันทร์ถาม ขณะนี้ลูกเป็นพระจันทร์ข้างแรม แต่ในไม่ช้าลูกก็จะกลายเป็นพระจันทร์ข้างขึ้น และต่อไปลูกก็จะไม่เป็นทั้งพระจันทร์ข้างแรมและพระจันทร์ข้างขึ้นนะจ๊ะ

นิทานอีสป เรื่อง คำตอบของพระจันทร์

นิทานอีสป เรื่อง คำตอบของพระจันทร์

พระจันทร์เต็มดวงส่องแสงสุกใสอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน แสงจันทร์สว่างไสวทำให้ทิวเขายาวเหยียดสุดสายตาแลดูสว่างราวกับกลางวัน

นักเดินทางคนหนึ่งกล่าวชื่นชมพระจันทร์ว่า เจ้ายิ่งใหญ่เหลือเกิน เจ้ายิ่งใหญ่กว่าพระอาทิตย์เสียอีก พระอาทิตย์ส่องแสงเพียงในเวลากลางวันขณะที่เจ้าต้องส่องแสงในเวลากลางคืน เจ้าทำให้ความมืดกลายเป็นความสว่าง เจ้าเป็นเทพธิดาใจบุญ เป็นความหวังของมนุษยชาติ หากไม่มีเจ้า โลกนี้จะมีแต่ความมืดมน

ขณะนั้นเอง ขโมยคนหนึ่งซึ่งซุ่มอยู่ที่มุมลานบ้านหลังหนึ่งก็พูดด้วยท่าทางถมึงทึงกับพระจันทร์ว่า จงไปให้พ้น เจ้าผีร้าย หากข้ามีอำนาจสามารถเรียกเมฆดำมาได้ละก็ ข้าจะใช้เมฆดำห่อเจ้าไว้ให้มิดทีเดียว และจะไม่มีวันปล่อยให้เจ้ามีโอกาศอวดใบหน้าซีดเซียวของเจ้าที่คอยกีดขวางการทำงานของข้า ข้าขอสาปแช่งเจ้าร้อยครั้ง พันครั้ง

หลังจากได้ยินความคิดเห็นทั้งสองอย่างซึ่งแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง พระจันทร์ก็พูดค่อย ๆ ว่า ข้าไม่ยิ่งใหญ่ไปกว่าพระอาทิตย์ เพราะข้าขอยืมแสงสว่างจากเขา และข้าก็ไม่ใช่ผีร้าย เพราะข้าไม่กีดขวางคนดี ข้าเป็นตัวข้าเอง ข้าเป็นพระจันทร์



นิทานอีสป เรื่อง พระจันทร์ในบ่อน้ำ

นิทานอีสป เรื่อง พระจันทร์ในบ่อน้ำ

ขณะที่พ่อค้าคนหนึ่งเดินทางไกล เขาก็มาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง นอกหมู่บ้านนั้นมีบ่อน้ำบ่อหนึ่ง รอบบ่อน้ำมีคนกลุ่มใหญ่ยืนอยู่ คนเหล่านั้นถือคราด ไม้กวาด และส้อมสำหรับโกยฟาง พวกเขากำลังจะปีนลงไปในบ่อน้ำ พ่อค้าจึงร้องถามถึงสาเหตุแห่งการกระทำนั้น

ทำไม เรามีเหตุผลพอ คนเหล่านั้นร้องตอบ พระจันทร์หกคะเมนลงไปในบ่อน้ำ และเรายังช่วยกันเอามันขึ้นมาไม่ได้เลย

พ่อค้าระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นและบอกให้พวกเขามองดูพระจันทร์บนท้องฟ้า แล้วอธิบายว่าพระจันทร์ที่พวกเขาเห็นในบ่อน้ำนั้นคือ เงาของพระจันทร์ตัวจริงบนท้องฟ้า

แต่คนเหล่านั้นไม่เชื่อพ่อค้า แถมยังใช้อาวุธที่ถืออยู่ไล่ตีพ่อค้าจนได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกด้วย



นิทานความรัก เรื่อง พระจันทร์สองดวง

นิทานความรัก เรื่อง พระจันทร์สองดวง

นานมาแล้ว สมัยที่โลกมีพระจันทร์ 2 ดวง มีดวงจันทร์ดวงหนึ่งเป็นผู้หญิง ดวงจันทร์ดวงหนึ่งเป็นผู้ชาย และดวงจันทร์สองดวงนี้ต่างก็รักกันมาก ดวงจันทร์ทั้งสองดวงนี้ ไม่เคยแยกห่างจากกัน ทุกคืนที่มองไปบนฟ้า จะเห็นดวงจันทร์ทั้งคู่เคียงข้างกันเสมอ

แต่แล้ววันหนึ่ง ดวงจันทร์ผู้หญิงได้ไปพบดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ผู้หญิงเกิดหลงไหลในแสงเจิดจ้าของดวงอาทิตย์ จึงเลื่อนตัวตามดวงอาทิตย์ไปทีละน้อย ทีละน้อย และก็แยกมาจากอีกดวงนึงในที่สุด

เมื่อค่ำคืนมาถึง จึงมีดวงจันทร์ผุ้ชายเหลืออยู่ดวงเดียว ดวงจันทร์ผู้ชายก็ได้แต่ตามหาดวงจันทร์ผู้หญิงไปทั่งทุกหนทุกแห่ง คืนแล้วคืนเล่าวันเวลาผ่านไป

แต่ดวงจันทร์ผู้ชายไม่สามารถหาดวงจันทร์ผู้หญิงพบ ด้วยความคิดถึงและ อยากพบดวงจันทร์ผู้หญิงให้เร็วที่สุด ทำให้ดวงจันทร์ผู้ชายคิดว่า

“หากเราได้แต่ตามหาแบบนี้คงไม่สามรถได้พบกันอีกแน่ ๆ”

จึงตัดสินใจระเบิดตัวเองเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไปทั่วทั้งจักรวาล เพื่อให้ชิ้นส่วนแต่ละชิ้น ออกตามหาดวงจันทร์อีกดวงหนึ่งนั้น

เมื่อเวลาผ่านไป…

ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงได้เห้นถึงความจริงว่า แม้ดวงอาทิตย์ จะส่องแสงเจิดจ้า สวยงามปานใด แต่ดวงอาทิตย์ก็มิได้ส่องแสงเจิดจ้า แต่เพียงเธอเท่านั้น
ยังส่องแสงสว่างไปยังดาวดวงอื่นๆอีกมากมาย…

..ดวงจันทร์ผู้หญิงจึงหวนกลับมาหาดวงจันทร์ผู้ชายอีกครั้ง แต่หาเท่าไหร่ก็หาดวงจันทร์ผู้ชายไม่พบ ต่อมาจึงได้รู้ว่า ดวงจันทร์ผู้ชายยอมระเบิดตัวเอง เพียงเพื่อตามหาตน จนกระจัดกระจายเป็นเศษเสี้ยวเล็ก ๆ ทำให้ดวงจันทร์ผู้หญิงรู้ว่าไม่มีวันที่จะได้เจอกับดวงจันทร์ผู้ชายอีกต่อไป จึงโศกเศร้า และเสียใจ

แต่ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ของดวงจันทร์ผู้ชาย ที่มีต่อดวงจันทร์ผู้หญิง ทุกคืนจึงพยายามเปล่งประกายแสง ที่ยังเหลือเพียงน้อยนิดของตน ส่งให้ถึงดวงจันทร์ผู้หญิง เกิดเป็นแสงพร่างพรายเต็มฟ้า เคียงข้างดวงจันทร์ จนเกิดเป็นดวงดาวและดวงจันทร์ให้เราเห็นทุกวันนี้

หากเรามองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน วันไหนที่จันทร์สวยสด วันนั้นคุณจะไม่เห็นดวงดาวดวงเล็กดวงน้อยส่องแสง หรือ วันใดที่คุณเห็นกลุ่มดาวเปล่งประกายบนฟากฟ้า วันนั้น คุณก็จะไม่พบดวงจันทร์