นิทานอีสป เรื่อง ศักดิ์ศรีของพ่อค้า

นิทานอีสป เรื่อง ศักดิ์ศรีของพ่อค้า

พ่อค้าคนหนึ่งเป็นคนดีมาก ทั้งขยันขันแข็ง ใจดีมีเมตตาและชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ กิจการค้าของเขาเจริญรุ่งเรืองดี เขาค้าขายได้กำไรมากมายจนกลายเป็นเศรษฐีใหญ่

แต่แล้วการค้าของพ่อค้าก็ตกต่ำลงทุกที ๆ จนในที่สุดเขาก็กลายเป็นคนยากจน ญาติมิตรและเพื่อนฝูงหลายคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพ่อค้าทันที เพราะเห็นว่าเขาเป็นคนดีควรค่าแก่การช่วยเหลือ

แต่พ่อค้าปฏิเสธความช่วยเหลือของคนเหล่านี้โดยสิ้นเชิง เขาให้เหตุผลว่า ข้าจะต้องช่วยตัวเองให้ได้ เพราะไม่มีใครทำให้ข้ายากจน ข้าคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้ตัวเองเป็นเช่นนี้ จึงเป็นหน้าที่ของข้าที่จะต้องทำให้สภาพการณ์ตกต่ำนี้กลับเฟื่องฟูขึ้นเหมือนเดิม เมื่อข้าล้มเอง ก็ควรจะลุกเอง



นิทานอีสป เรื่อง น้ำหนึ่งใจเดียว

นิทานอีสป เรื่อง น้ำหนึ่งใจเดียว

ครั้งหนึ่ง พ่อค้ากลุ่มหนึ่งจำนวน 10 คนนำสินค้าบรรทุกเกวียนเดินทางไปขายยังเมืองไกลด้วยกัน ขณะที่กำลังเดินทางอยู่นั้น วันหนึ่งก็ถูกโจรกลุ่มหนึ่งจำนวน 12 คนเข้าปล้นในเวลากลางวัน

พ่อค้าทุกคนมีอาวุธอย่างดีติดตัวไป ทุกคนต่างร่วมมือร่วมใจกันต่อสู้กับพวกโจรอย่างสุดความสามารถ การต่อสู้สิ้นสุดลงในเวลาไม่นานนัก ปรากฏว่าพวกโจรตายหมด แต่พ่อค้าปลอดภัยกันทุกคน

นิทานอีสป เรื่อง พ่อค้ายอดขี้เหนียว

นิทานอีสป เรื่อง พ่อค้ายอดขี้เหนียว

พ่อค้าชาวอาหรับผู้หนึ่งเอาทองคำไปใส่ถุงใบใหญ่และนำไปบรรทุกไว้บนหลังอูฐ จากนั้นก็ขี่อูฐออกเดินทางนำทองคำไปขาย ครั้งนี้พ่อค้าเดินทางมุ่งไปทางทะเลทรายตามลำพังโดยไม่มีคนคอยนำทางเหมือนอย่างเคย เป็นที่รู้กันทั่วไปว่าพ่อค้าผู้นี้เป็นคนขี้เหนียวและงกเงินมาก เขาไม่เคยยอมเสียเงินทองหรือทรัพย์สิ่งของของเขาไปง่าย ๆ เลย

เนื่องจากพ่อค้าไม่ชำนาญทางสายนั้น จึงหลงทางอยู่กลางทะเลทรายหลายวัน ในที่สุดอาหารและน้ำที่นำติดตัวก็หมดลง พ่อค้ากระหายน้ำจนคอแห้งผากและหมดแรงที่จะขี่อูฐต่อไป

ขณะนั้นเอง มีกองคาราวานค้าอูฐเดินทางผ่านมา เมื่อบรรดาพ่อค้าในกองคาราวานดังกล่าวรู้ว่าพ่อค้าชาวอาหรับขาดน้ำและอาหารก็ยินดีจะสละน้ำและอาหารให้บางส่วนโดยขอทองคำเป็นค่าตอบแทนตามสมควร

ไม่มีทาง ทองของข้ามีค่ามากที่สุดในโลก มีค่ามากกว่าน้ำและอาหารจำนวนเล็กน้อยที่พวกท่านจะแบ่งปันให้ข้า ข้ายอมอดตายเสียดีกว่าที่จะเสียทองของข้าไป

บรรดาพ่อค้าอูฐจึงพากันเดินทางต่อไปโดยไม่สนใจพ่อค้าชาวอาหรับยอดขี้เหนียวผู้นี้อีกเลย

พ่อค้ายอดขี้เหนียวแข็งใจเดินทางต่อไป ในที่สุดก็หมดแรงจนต้องลงจากหลังอูฐมานอนเหยียดยาวรอคอยความตายอยู่บนพื้นทรายท่ามกลางแสงแดดร้อนระอุ

อูฐที่พ่อค้าขี่มามองดูเขาด้วยความเวทนา มันรำพึงว่า มนุษย์ช่างเห็นแก่วัตถุโดยไม่คำนึงถึงแม้แต่ชีวิตตัวเอง ผลสุดท้ายของถุงใหญ่ก็ไม่สามารถทำให้เขารอดชีวิตไปได้เลย

นิทานชาดก เรื่อง พ่อค้าโกง

นิทานชาดก เรื่อง พ่อค้าโกง

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถีปรารภพ่อค้าโกงผู้หนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานชาดกมาสาธก ว่า…

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพ่อค้าอยู่ในเมืองพาราณสี มีชื่อว่า บัณฑิตได้เข้าหุ้นทำการค้ากับพ่อค้าคนหนึ่งชื่อว่า อติบัณฑิต วันหนึ่ง คนทั้งสองชวนกันบรรทุกสินค้าด้วยเกวียน ๕๐๐ เล่มไปขายที่ชายแดนแห่งหนึ่ง ได้กำไรกลับมาอย่างงดงามเมื่อกลับมาถึงเมืองพาราณสีแล้ว ถึงเวลาแบ่งทรัพย์กัน นายอติบัณฑิตจึงเอ่ยปากขึ้นว่า “นี่เพื่อนรัก เราควรจะได้ส่วนแบ่ง ๒ ส่วนนะ” “ทำไมละเพื่อน” พระโพธิสัตว์ถาม “ก็เพราะท่านชื่อบัณฑิตเฉยๆ ควรได้ส่วนเดียว ส่วนเราชื่ออติบัณฑิตจึงควรจะได้ ๒ ส่วนนะสิ” อติบัณฑิตตอบ

พระโพธิสัตว์ไม่ยอมกล่าวอ้างว่า “ทุนซื้อก็ดี พาหนะขนสิ่งของก็ดีมีส่วนเท่าๆ กัน แล้วทำไมเวลาแบ่งจึงต้องแบ่งไม่เท่ากันละ นายอติบัณฑิตก็อ้างแต่ว่าไปหารุขเทวดาเป็นผู้ตัดสินให้

คนทั้งสองเดินไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ซึ่งอติบัณฑิตได้บอกอุบายให้พ่อของตนเองไปแอบอยู่ในโพรงไม่นั่นแล้ว เมื่อไปถึงต้นไม้นั้นแล้ว อติบัณฑิตก็ถามความเห็นของรุกขเทวดาให้ช่วยเป็นผู้ตัดสินใจให้ด้วยทันใดนั่นเองก็มีเสียงเปล่งออกมาจากต้นไม้นั้นว่า “ถ้าเช่นนั้น คนชื่อบัณฑิตควรได้ ๑ ส่วน อติบัณฑิตควรได้ ๒ ส่วน”

พระโพธิสัตว์ฟังคำตัดสินนั้นแล้วคิดว่า “เดี๋ยวเถอะจะได้รู้กันว่าเป็นเทวดาจริง หรือเทวดาปลอมกันแน่” เดินไปหอบฟางมาใส่โพรงไม้แล้วจุดไฟทันที ทันใดนั่นเองพ่อของนายอติบัณฑิตรีบหนีตายขึ้นข้างบนต้นไม้โหนกิ่งไม้แล้วกระโดดลงดินพลางกล่าวเป็นคาถาว่า

“คนชื่อบัณฑิตดีแน่ ส่วนอติบัณฑิตไม่ดีเลย เพราะ เจ้าอติบัณฑิตลูกเราเกือบเผาเราเสียแล้ว”

เมื่อแผนการถูกเปิดโปง นายอติบัณฑิตจึงจำต้องแบ่งส่วนแบ่งเท่า ๆ กัน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน

นิทานอีสป เรื่อง พ่อค้าเกลือกับลาขี้โกง

นิทานอีสป เรื่อง พ่อค้าเกลือกับลาขี้โกง

กาลครั้งหนึ่งพ่อค้าเกลือบรรทุกเกลือไปขายที่เมืองอื่น ๆ อยู่ เนื่อง ๆ ด้วยลา อยู่มาวันหนึ่งลาตัวนั้นเดินข้ามคลอง เหยียบหินพลาดพลัดตกลงไปในน้ำ กว่าที่เจ้าของจะช่วยเหลือลงขึ้นมาจากน้ำได้ก็พอดีเกลือที่บรรทุกมาละลายจนหมดสิ้น เมื่อลาขึ้นมาบนบกรู้สึกเบาหลังจึงนึกว่าหากลงไปในน้ำจะทำให้ของที่บรรทุกหลังเบาลงได้ แต่นั้นมาเมื่อเจ้าของพาลาพาบรรทุกเกลือไปขาย พอถึงครองหนองน้ำ ลาจะลงไปนอนในน้ำทุกครั้ง จนเกลือละลายเสียหายทุกคราวพ่อค้าเกลือเมื่อเห็นลามีนิสัยขี้โกง วันหนึ่งแกล้งเอานุ่นบรรณทุกให้มีน้ำหนักเท่ากับเกลือ

ฝ่ายลาไม่รู้ถึงอุบาย เมื่อไปถึงหนองน้ำ จึงเดินไปนอนในน้ำอย่างเคย เมื่อนุ่นถูกน้ำอุ่มหนักมากขึ้น ลาตัวนั้นรู้สึกหนักยิ่งกว่าครั้งก่อน ๆ เจ้าของได้ทำเช่นนั้นจนลาเช็ด ไม่กล้าไปนอนแว่น้ำอีกเลย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว



ดู นิทานอีสป เรื่อง พ่อค้าเกลือกับลาขี้โกง บน Youtube ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=PmxZ-ori0c0