นิทานอีสป เรื่อง มดและแมลงวัน

นิทานอีสป เรื่อง มดและแมลงวัน

มดตัวหนึ่งและแมลงวันตัวหนึ่งกำลังโต้เถียงกันอย่างดุเดือดว่าใครสำคัญกว่าใคร แมลงวันเริ่มต้นก่อนโดยพูดว่า เจ้ามีอะไรเปรียบเทียบข้าได้บ้าง เมื่อมีคนเอาเครื่องเซ่นมาถวายเทพเจ้า ข้าเป็นรายแรกที่ได้ลิ้มรสเครื่องเซ่นเหล่านั้นกับเทพเจ้า ข้าใช้เวลาบินไปมาอยู่ท่ามกลางแท่นบูชาอย่างแสนสำราญ ข้าท่องเที่ยวไปทั่วทุกวัด ข้าบินขึ้นไปนั่งอยู่บนเศียรของพระราชา ข้าไม่ต้องทำงาน แต่ก็ได้รับความสุขสำราญใจจากสิ่งงดงามที่สุดมากมายหลายอย่าง เจ้ามีโอกาสอย่างนี้บ้างไหม เจ้ามดไร้โอกาส

เจ้าคุยโวว่าได้กินเครื่องเซ่นร่วมกับเทพเจ้ารึ มดพูด เจ้าได้กินก็เพราะลักกินน่ะสิ ไม่ใช่ ได้รับเชิญไปกินอย่างมีเกียรติ เจ้าพูดถึงพระราชา พูดถึงสิ่งงดงามที่สุด ข้าจำได้ว่าขณะที่ข้าคาบเมล็ดข้าวมาสะสมไว้สำหรับกินในฤดูหนาว ข้าเห็นเจ้าตอมของสกปรกกินอยู่บริเวณกำแพง จริงอยู่ที่เจ้าไปที่แท่นบูชาบ่อย ๆ แต่ก็ถูกไล่ตะเพิดเปิดเปิงออกมาบ่อย ๆ เหมือนกันมิใช่รึ เจ้าไม่ทำงาน ดังนั้นจึงไม่ได้อะไรเมื่อเจ้าต้องการมัน เจ้าหัวเราะเยาะข้าในฤดูร้อน แต่ก็ต้องปิดปากเงียบในฤดูหนาว ในขณะที่ความหนาวเย็นทรมานเจ้าและจะทำให้เจ้าสิ้นชีวิตเพราะความหิว ข้ากลับได้กินอาหารแสนอร่อยที่ข้าขยันสะสมไว้ในฤดูร้อน ข้าดูหมิ่นศักดิ์ศรีเจ้ามามากพอสมควรแล้วใช่ไหม เจ้าแมลงวันจอมโว

นิทานอีสป เรื่อง จูปิเตอร์และมด

นิทานอีสป เรื่อง จูปิเตอร์และมด

เล่ากันว่าแต่เดิมนั้นมดดำรงชีวิตอยู่เหมือนมนุษย์ มดเป็นชาวนาคนหนึ่ง แต่เป็นชาวนาที่ไม่พอใจกับพืชผลที่ปลูกขึ้นมาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตน เขามองดูพืชผลของเพื่อนบ้านใกล้เคียงด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความริษยา และในที่สุดก็ขโมยพืชผลเหล่านั้นมาเก็บสะสมไว้เป็นของตัวเอง

ความโลภของชาวนาผู้นี้ทำให้พระมหาเทพจูปิเตอร์ทรงพระพิโรธยิ่งนัก พระองค์จึงทรงสาปให้เขากลายเป็นแมลงชนิดหนึ่งซึ่งมนุษย์เรียกว่ามด แม้จะกลายเป็นมดแล้วก็ตาม แต่นิสัยของชาวนาผู้โลภมากก็ยังคงเหมือนเดิม

ด้วยเหตุนี้ มดจึงชอบเข้าไปในไร่นาของผู้คนและขนข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ตลอดจนพืชอื่น ๆ มาเก็บสะสมไว้เป็นสมบัติของตน

นิทานอีสป เรื่อง มดและตั๊กแตน

นิทานอีสป เรื่อง มดและตั๊กแตน

ในวันที่อากาศหนาวเย็นจัดจนมีน้ำค้างแข็งปกคลุมไปทั่วพื้นดิน วันหนึ่งมดฝูงหนึ่งกำลังขนเมล็ดข้าวจำนวนหนึ่งซึ่งพวกมันเก็บสะสมไว้ในระหว่างฤดูร้อนออกมาเพื่อใช้กินเป็นอาหารในระหว่างฤดูหนาว

ตั๊กแตนตัวหนึ่งซึ่งกำลังหิวโหยอย่างที่สุดผ่านมาพบเข้าจึงวิงวอนขอให้มดเหล่านั้นแบ่งเมล็ดข้าวให้มันกินสักเล็กน้อยพอประทังชีวิตไม่ให้ถึงแก่ความตาย

เจ้ามัวแต่ทำอะไรอยู่ในฤดูร้อนที่ผ่านมา มดทั้งหลายถาม

ข้ามัวแต่ร้องเพลงอยู่ทั้งวันทั้งคืน ตั๊กแตนตอบ

ดีแล้ว ถ้าเช่นนั้น มดทั้งหลายพูดพรางหัวเราะ แล้วปิดประตูที่เก็บอาหารของมัน ในเมื่อเจ้ามัวแต่ร้องเพลงตลอดฤดูร้อน เจ้าก็น่าจะเต้นรำเสียตลอดฤดูหนาวนะ

นิทานอีสป เรื่อง มดขี้เกียจ

นิทานอีสป เรื่อง มดขี้เกียจ

ขณะที่มดทั้งหลายกำลังทำงานกันอย่างขยันขันแข็งนั้นเอง มดขี้เกียจตัวหนึ่งได้หลบเลี่ยงออกจากรังใต้ดินของมันแล้วไต่ขึ้นไปนอนอยู่บนต้นไม้ใกล้ ๆ ในไม่ช้ามันก็สึกรำคาญที่ต้องนอนนิ่งเงียบอยู่ตลอดเวลา มันเกียจคร้านในการทำงานเท่านั้น แต่มิได้เกียจคร้านในการหาความสนุกสนาน จึงไต้ต้นไม้ขึ้นไปเรื่อย ๆ

ในที่สุดมดขี้เกียจก็เห็นลูกนกเกิดใหม่หลายตัวกำลังนอนหลับสบายอยู่ในรัง มันรู้สึกสนุกสนานขึ้นมาทันที จึงคิดจะกัดลูกนกเหล่านั้นให้ตื่นขึ้นมาและพากันร้องลั่น ทั้ง ๆ ที่พ่อแม่ของมันเคยพร่ำสอนอย่างมากมายว่าอย่าได้เข้าไปใกล้ลูกนกเกิดใหม่เพราะอาจถูกพ่อนกแม่นกทำอันตรายถึงชีวิตได้

ฉับพลันที่นกขี้เกียจกัดลูกนกตัวแรกจนตกใจร้อง แม่นกซึ่งกำลังบินไปจากต้นไม้ก็พุ่งตัวกลับมาที่รังของมัน แต่เมื่อเห็นว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นกับลูกนก ก็จิกมดกินเสียในพริบตา

นิทานอีสป เรื่อง นกเขาและมด

นิทานอีสป เรื่อง นกเขาและมด

มดตัวหนึ่งไต่ไปที่น้ำพุแห่งหนึ่งเพื่อดื่มน้ำดับกระหาย แต่แล้วก็หกคะเมนลงไปในน้ำและกำลังจะจมน้ำตาย โชคดีที่นกเขาตัวหนึ่งซึ่งเกาะอยู่บนต้นไม้บริเวณนั้นเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวเข้า

นกเขาตัวนั้นจึงใช้ปากจิกใบไม้ใบหนึ่งจากต้นไม้ที่มันเกาะอยู่และทิ้งลงไปในน้ำ มดจึงไต่ขึ้นมาอยู่บนใบไม้นั้นและในไม่ช้าก็สามารถกลับขึ้นมาอยู่บนพื้นดินได้โดยปลอดภัย

หลังจากนั้นสักครู่หนึ่ง นักจับนกคนหนึ่งผ่านมาเห็นนกเขาเข้า จึงเริ่มกางตาข่ายดักนกออกเพื่อจับนกเขาตัวนั้น

ฉับพลันนั้นเอง มดก็กัดส้นเท้าของเขาอย่างแรง นักจับนกส่งเสียงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดและขว้างตาข่ายทิ้งทันที

ส่วนนกซึ่งเพิ่งตระหนักได้ว่ามันกำลังเผชิญหน้ากับความตายก็รีบบินออกจากที่นั่นไปอย่างปลอดภัย

นิทานอีสป เรื่อง มดรวมพลัง

นิทานอีสป เรื่อง มดรวมพลัง

เมื่อแมลงตัวหนึ่งซึ่งมีร่างกายใหญ่กว่ามดหลายสิบเท่าตกลงไปท่ามกลางฝูงมดประมาณ 10 ตัว ก็ถูกมดเหล่านั้นรุมกัดทันที มันพยายามดิ้นรนอย่างหนักจนสามารถสะบัดให้มดหลุดจากตัวไปได้บ้าง ขณะที่ยังมีมดติดตัวมันอยู่อีกสี่ห้าตัว ก็มีมดฝูงใหญ่ไม่น้อยกว่า 100 ตัวพากันมารุมกัดมัน แมลงเคราะห์ร้ายจึงไม่มีทางรักษาชีวิตตัวเองไว้ได้เลย

แล้วมดฝูงนั้นก็ช่วยกันขนเหยื่อของมันไปที่รัง ระหว่างที่ขนนั้น มดตัวหนึ่งเกิดอยากอวดดีอวดเด่นขึ้นมา เมื่อเห็นหนวดครึ่งเส้นของแมลงตกอยู่บนพื้นดินก็ตรงเข้าไปจัดการแบกทันที แต่หนวดครึ่งเส้นนั้นก็หนักเกินกว่าที่มันจะแบกไปตามลำพังได้ ครั้นพยายามลากไปก็ลากไม่ไหว

เมื่อมดอวดดีมองไปที่เพื่อน ๆ ของมันก็เห็นพวกมันทั้งหมดกำลังช่วยกันแบกแมลงขนาดมหึมาตัวนั้นและพากันเดินไปอย่างสบายไปที่รัง มันจึงตะโกนเรียกพรรคพวกเสียงดังลั่นให้มาช่วยกันแบกหนวดครึ่งเส้นนั้นไปด้วย เมื่อพวกของมันประมาณ 10 ตัวมาช่วยก็สามารถวิ่งแบกหนวดครึ่งเส้นนั้นไปได้เหมือนกับไม่มีน้ำหนักเลย

นิทานอีสป เรื่อง มดกับตั๊กแตน

นิทานอีสป เรื่อง มดกับตั๊กแตน

ในฤดูร้อน ตั๊กแตนตัวหนึ่งกำลังร้องเพลงอย่างสบายใจ มันเห็นฝูงมดกุลีกุจอขนอาหารเดินมาเป็นขบวนยางเหยียด จึงร้องทักขึ้นว่า

พวกเจ้าน่าจะหยุดพัก แล้วมาร้องเพลงกับข้าดีกว่านะ

แต่ฝูงมดกลับไม่สนใจ ยังคงมุ่งหน้าทำงานต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน เมื่อถึงฤดูหนาวอันแร้นแค้น เจ้าตั๊กแตนก็เดินโซซัดโซเซมายังรังมดแล้ววิงวอนว่า

มดเพื่อนรัก ข้าหิวเหลือเกินขอเศษอาหารให้ข้ากินประทังชีวิตสักหน่อยสิ

มดจึงพูดว่า

พวกเราอดทนทำงานกันตลอดฤดูร้อน เพื่อเก็บอาหารสำรองไว้กินในฤดูหนาว แต่เจ้ากลับเอาแต่ร้องเพลงเพลิดเพลิน ข้าว่าฤดูหนาวนี้เจ้าก็ควรจะร้องเพลงและเต้นรำให้สนุกเหมือนกัน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
จงหมั่นเก็บออมเพื่อสำรองไว้ยามขัดสน



ดู นิทานอีสป เรื่อง มดกับตั๊กแตน บน Youtube ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=nG3cKvxqFV0

นิทานอีสป เรื่อง มดกับนกเขา

นิทานอีสป เรื่อง มดกับนกเขา

ขณะที่มดตัวหนึ่งกำลังดื่มน้ำในลำธาร เกิดมีลมพัดแรงหอบเจ้ามดน้อยปลิวลอยละลิ่วตกลงไปในน้ำ มดพยายามกระเสือกกระสนว่ายน้ำเข้าหาจวนใกล้จะหมดแรงนกเขาตัวหนึ่งเกาะอยู่บนต้นไม้ริมลำธารเห็นดังนั้นจึงจิกใบไม้ร่อนลงไปในน้ำให้มดเกาะกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย

ขณะนั้น นายพรานคนหนึ่งย่องเข้ามาเตรียมตาข่ายจะเหวี่ยงจับนกเขา มดจึงตรงเข้ากัดส้นเท้าของนายพรานเต็มแรงจนนายพรานร้องลั่น

โอ๊ย !

นกเขาจึงรู้ตัวและบินหนีไปได้ทัน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
คนทำดีย่อมได้ผลดีตอบแทน



ดู นิทานอีสป เรื่อง มดกับนกเขา บน Youtube ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=H_ot4OKMbLE

นิทานอีสป เรื่อง มดง่ามกับจักจั่น

นิทานอีสป เรื่อง มดง่ามกับจักจั่น

กาลครั้งหนึ่งในฤดูฝน เช้าวันที่มีแสงแดดสดใส มดง่ามกลุ่มหนึ่งกุลีกุจอช่วยกันขนอาหารที่หามาได้ในฤดูร้อนออกผึ่งแดด ขณะนั้นมีจักจั่นผอมโซเดินมาโซเซผ่านมาเห็นเข้า จึงเดินไปหากลุ่มมดง่ามแล้วพูดว่า

ข้าพเจ้าขาดอาหารมาตั้งหลายวัน ขออาหารให้ข้าพเจ้ากินประทังความหิวหน่อยได้หรือไม่

มดง่ามจึงถามขึ้นมาว่า

ในฤดูร้อนมีออาหารอุดมสมบูรณ์ ท่านไปทำอะไรมาจึงไม่หาอาหารมาเก็บใว้เล่า

จักจั่นตอบว่า

ข้าพเจ้าหาเวลาว่างไม่ได้เลย ในฤดูร้อนข้าพเจ้าเที่ยวเดินร้องเพลงเพลิดเพลินไปทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจรดค่ำจนสินฤดูครั้นถึงฤดูฝน ก็ไม่มีอาหารเหลือเลยให้เก็บใว้

ฝ่ายมดง่ามได้ยินดังนั้นจึงพูดเย้ยขึ้นมาว่า

ในเมื่อฤดูร้อน ท่านเอาแต่ร้องเพลงไปวัน ๆ ในฤดูฝนทำไมท่านไม่ใช้เวลาหัดเต้นรำไปด้วยละ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ขณะยังแข็งแรงดีอยู่ หากไม่ทำงานหาทรัพย์สมบัติเอาใว้ เมื่อถึงเวลาเจ็บไข้ จะได้รับความลำบากยากแค้นยิ่งนัก



ดู นิทานอีสป เรื่อง มดง่ามกับจักจั่น บน Youtube ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=T6SEXwMbgcg