นิทานอีสป เรื่อง ม้าและคนเลี้ยงม้า

นิทานอีสป เรื่อง ม้าและคนเลี้ยงม้า

คนเลี้ยงม้าเจ้าเล่ห์คนหนึ่งขโมยข้าวโอ๊ตและอาหารม้าอื่น ๆ ไปขายอยู่เป็นประจำ อย่างไรก็ตาม เขาก็ใช้เวลาหลายชั่วโมงแต่งตัวและแปลงขนให้ม้า เพื่อให้มันแลดูสวยงามอยู่เสมอ

มัาตัวนั้นไม่พอใจการกระทำของคนเลี้ยงม้า จึงพูดกับเขาว่า หากท่านต้องการให้ข้าแลดูสวยงามอยู่เสมอ จงแต่งตัวให้ข้าน้อยลง แต่จงให้อาหารข้าให้มากขึ้น



นิทานอีสป เรื่อง ม้าและวัว

นิทานอีสป เรื่อง ม้าและวัว

เด็กหนุ่มผู้กล้าหาญคนหนึ่งกำลังควบม้าอย่างคล่องแคล่วว่องไวและสง่างาม ม้าตัวนั้นมีความกล้าหาญมากเช่นเดียวกับนายของมัน

วัวป่าตัวหนึ่งตะโกนบอกม้าว่า น่าละอายเหลือเกิน ข้าจะไม่มีวันยอมอยู่ใต้การปกครองของเด็กชายคนหนึ่งอย่างเจ้าเลย

แต่ข้ายอม ม้าร้องตอบ เพราะข้าจะได้รับเกียรติยศอะไรหากข้าสลัดเขาทิ้งไป

นิทานอีสป เรื่อง จูปิเตอร์และม้า

นิทานอีสป เรื่อง จูปิเตอร์และม้า

ข้าแด่พระบิดาแห่งมนุษย์และสัตว์ทั้งมวล ม้าพูดพลางเดินเข้าไปใกล้ราชบัลลังก์ของพระมหาเทพจูปิเตอร์ มีเสียงกล่าวกันว่าข้าเป็นสิ่งประดิษฐ์งามสง่าที่สุดอย่างหนึ่งที่ท่านสร้างขึ้นมาประดับโลก และข้าก็เชื่อว่าเป็นเช่นนั้น แต่ท่านไม่คิดบ้างเลยรึ ว่ารูปร่างหน้าตาของข้ายังสามารถตกแต่งให้งดงามขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ได้อีก

แล้วเจ้าคิดว่าข้าควรเพิ่มเติมความงดงามอะไรให้เจ้าอีกบ้างล่ะ พูดมาสิ ข้ายินดีฟังเจ้า พระมหาเทพผู้สง่างามตรัสด้วยพระพักตร์ยิ้มแย้ม

บางที ม้ากราบทูลต่อ หากขาของข้ายาวเรียวกว่านี้ ข้าจะวิ่งได้เร็วกว่าที่ทำอยู่ ความสวยงามของข้าจะเพิ่มขึ้นหากข้ามีลำคอยาวคล้ายหงส์ หน้าอกที่กว้างกว่านี้จะทำให้ข้าดูแข็งแรงขึ้น และเหนือสิ่งอื่นใด เนื่องจากท่านสั่งให้ข้าแบกผู้ที่ท่านโปรดปรานทั้งหลายไปโน่นมานี่เสมอ คงจะเป็นการดีหากอานม้าที่คนขี่ม้าผู้เมตตากรุณาวางไว้บนตัวข้าอยู่เสมอจะกลายเป็นเครื่องประดับถาวรชิ้นหนึ่งสำหรับข้า

ดีแล้ว พระมหาเทพตรัส อดทนรอข้าสักประเดี๋ยวนะ จากนั้นพระองค์ก็ทรงท่องเวทมนตร์อันศักดิ์สิทธิ์ แล้วก็มีฝุ่นลอยฟุ้งขึ้นมาเป็นลำยาว และเมื่อธาตุทั้งหลายที่ใช้ในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ชิ้นใหม่รวมตัวกันดีแล้ว ฉับพลันก็มีอูฐท่าทางน่ากลัวตัวหนึ่งยืนอยู่หน้าราชบัลลังก์

ม้ามองดูอูฐ แล้วก็ทำหน้าแบะและตัวสั่นเทาด้วยความขยะแขยง

นี่คือขาที่ยาวเรียวกว่า พระมหาเทพตรัส นี่คือลำคอยาวคล้ายหงส์ และนี่ก็หน้าอกที่กว้างกว่า และอานม้าที่ติดตัวเจ้าอยู่ตลอดกาล เจ้าต้องการตกแต่งรูปร่างหน้าตาของเจ้าให้งดงามขึ้นอย่างนี้ใช่ไหม

ม้ายังคงตัวสั่นเทาอยู่

ออกไปได้แล้ว พระมหาเทพตรัสด้วยพระสุรเสียงดังลั่น

ครั้งนี้ข้าเพียงแต่ตักเตือนเจ้าโดยไม่มีการลงโทษ อย่างไรก็ตาม เพื่อระลึกถึงความกล้าหาญที่เจ้าเข้ามาขอให้ข้าทำสิ่งที่เจ้าปรารถนาครั้งนี้ จ้าจะให้สัตว์ที่ข้าสร้างขึ้นใหม่ตัวนี้คงอยู่ในโลกมนุษย์ต่อไป แล้วพระมหาเทพก็ทรงชำเลืองมองดูอูฐและตรัสต่อไปว่า และเมื่อม้าเห็นอูฐคราใดก็จะมองด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นทุกครั้งไป

นิทานอีสป เรื่อง เหยี่ยวเลียนเสียงม้า

นิทานอีสป เรื่อง เหยี่ยวเลียนเสียงม้า

แต่แรกนั้นบรรดาเหยี่ยวขนาดเล็กชนิดหนึ่งมีเสียงร้องที่ดังชัดเจนและแจ่มใสเหมือนหงส์ทั้งหลาย แต่เมื่อเหยี่ยวเหล่านั้นได้ยินเสียงม้าร้อง ก็รู้สึกริษยาม้ายิ่งนัก จึงพยายามเลียนแบบเสียงร้องของม้าให้เหมือนมากที่สุด

เมื่อเหยี่ยวเหล่านี้พยายามฝึกฝนตัวเองเพื่อให้สามารถร้องอย่างม้าได้ ก็สูญเสียความสามารถในการร้องตามธรรมชาติของตนเองไป

ในที่สุดเหยี่ยวเหล่านี้ก็ไม่สามารถร้องอย่างม้าได้ ยิ่งกว่านั้นยังลืมการร้องตามธรรมชาติแบบเหยี่ยวของตนอีกด้วย

นิทานอีสป เรื่อง ม้าประท้วง

นิทานอีสป เรื่อง ม้าประท้วง

ทหารคนหนึ่งมีม้าตัวหนึ่ง ตลอดเวลาที่เขารบในสงคราม ม้าตัวนี้ได้รวมชีวิตผจญภัยกับฝ่าภยันอันตรายทั้งปวงกับเขา ขณะนั้นเขาให้ข้าวบาร์เลย์มันกินอย่างอิ่มหมีพีมัน

แต่เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ม้าตัวนี้ก็ถูกใช้ให้ทำงานเยี่ยงทาส มันต้องแบกของหนักและไม่ได้กินสิ่งใดนอกจากแกลบ

แล้วสงครามก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเสียงแตรศึกดังขึ้น ทหารผู้นี้ก็เอาบังเหียนไปผูกกับม้า หยิบอาวุธมาถือไว้ และปีนขึ้นไปนั่งบนหลังม้า แต่ม้าไม่มีกำลัง มันวิ่งกระโผลกกระเผลกไปด้วยความอ่อนเพลีย

นายน่าจะไปอยู่กับกองทหารราบ ม้าพูดกับทหาร เพราะขณะนี้ข้าไม่สมควรถูกเรียกว่าม้าอีกต่อไป นายได้ทำให้ข้ากลายเป็นลาไปแล้ว แล้วนายจะหวังให้ข้ากลับไปเป็นม้าอีกได้อย่างไร

นิทานอีสป เรื่อง บทเรียนของม้า

นิทานอีสป เรื่อง บทเรียนของม้า

ชายคนหนึ่งมีม้าตัวหนึ่งและลาตัวหนึ่ง เมื่อใดก็ตามที่เขาเดินทาง เขามักปล่อยให้ม้าเดินไปตัวเปล่าและให้ลาบรรทุกสัมภาระหนักอึ้งเพียงตัวเดียว

วันหนึ่งลาเกิดรู้สึกไม่สบาย จึงขอร้องให้ม้าช่วยแบ่งสัมภาระบนหลังของมันไปแบกบ้าง

หากเจ้าช่วยแบ่งสัมภาระไปแบกบ้าง ลาพูด ในไม่ช้าข้าก็จะหายเป็นปรกติอีกครั้งหนึ่ง แต่หากเจ้าไม่ช่วยข้า สัมภาระหนักอึ้งนี้จะทำให้ข้าตายในไม่ช้า

แต่ม้ากลับบอกให้ลาก้มหน้าก้มตาแบกสัมภาระเหล่านั้นต่อไปทั้งยังขอให้ลาหยุดบ่นเสียที ลาจึงจำใจเดินแบกสัมภาระต่อไปเงียบ ๆ

แต่ในไม่ช้า ลาก็ไม่สามารถทนแบกน้ำหนักสัมภาระเหล่านั้นได้อีกต่อไป มันล้มลงขาดใจตายคาที่เหมือนกับที่มันทำนายชะตาตัวเองไว้ไม่มีผิด

ด้วยเหตุนี้ เจ้าของจึงย้ายสัมภาระบนหลังลามาใส่บนหลังม้าทั้งยังให้ม้าบรรทุกซากลาไปด้วย

นั่นคือสิ่งที่ข้าได้รับจากการมีจิตใจชั่วร้ายของข้า ม้าร้องคร่ำครวญ ข้าไม่ยอมช่วยลาแบกสัมภาระที่ข้าควรแบก แต่ขณะที่ข้ากลับต้องแบกสัมภาระทั้งหมด รวมทั้งแบกซากลาด้วย

นิทานอีสป เรื่อง ม้าเลือกนาย

นิทานอีสป เรื่อง ม้าเลือกนาย

ชาวสวนคนหนึ่งมีม้าตัวหนึ่ง เขาใช้งานมันหนักมากแต่ให้อาหารมันกินเพียงนิดเดียว มัาจึงอ้อนวอนขอให้พระผู้เป็นเจ้าช่วยส่งนายมาให้มันใหม่ แล้วม้าก็ได้นายใหม่สมใจนึก เพราะชาวสวยผู้นั้นขายมันให้คนทำหม้อไป

ม้าใจดีเป็นล้นพ้น แต่ปรากฎว่าคนทำหม้อยิ่งใช้งานมันหนักยิ่งกว่าชาวสวนเสียอีก มันจึงเริ่มคร่ำครวญถึงชะตากรรมของมันอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็อ้อนวอนขอให้พระผู้เป็นเจ้าส่งนายที่ดีกว่าเก่ามาให้มันอีก แล้วความปรารถนาของมันก็เป็นจริงเพราะคนทำหม้อขายมันให้กับคนฟอกหนัง

เมื่อม้าเห็นหนังม้าจำนวนมากมายที่ลานบ้านคนฟอกหนังก็คร่ำครวญอย่างขมขื่นว่า

ทำไมข้าจึงช่างเลือกนายเช่นนี้ ทำไมข้าจึงไม่อยู่กับนายคนก่อน ๆ ของข้า คราวนี้ข้าไม่ได้ถูกขายมาเพื่อใช้แรงงาน แต่ถูกขายมาเพื่อถูกฆ่าเอาหนัง

นิทานอีสป เรื่อง รางวัลสำหรับคนขี้โม้

นิทานอีสป เรื่อง รางวัลสำหรับคนขี้โม้

สุนัขป่าตัวหนึ่งกำลังจับตาดูลูกม้าตัวหนึ่งในฝูง แล้วมันก็เดินไปที่ม้าฝูงนั้นและพูดกับบรรดาแม่ม้าว่า

ทำไมลูกม้าตัวหนึ่งในฝูงนี้จึงเดินกระโผลกกระเผลก พวกเจ้าไม่รู้จักวิธีรักษามันรึ พวกเราเหล่าสุนัขป่ามียาซึ่งใช้รักษาการเดินกระโผลกกระเผลกได้อย่างยอดเยี่ยม

ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็สามารถรักษาโรคเดินกระโผลกกระเผลกได้นะซี แม่ม้าตัวหนึ่งถาม

แน่นอน ข้าสามารถทำได้

ถ้าเช่นนั้นจงรักษาขาข้างขวาของข้าที ข้ารู้สึกปวดที่กลีบเท้าเหลือเกิน

สุนัขป่าจึงเดินเข้าไปหาแม่ม้าตัวนั้น และเมื่อมันมายืนอยู่ข้างหลังแม่ม้าแล้ว แม่ม้าก็ใช้ขาหลังข้างขวาเตะสุนัขป่าจนฟันของสุนัขป่าแตกละเอียดหมด



นิทานอีสป เรื่อง ม้าและคนขี่ม้า

นิทานอีสป เรื่อง ม้าและคนขี่ม้า

ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งคิดฝันว่าตนเองเป็นคนขี่ม้ากระโดดขึ้นไปนั่งบนหลังม้าขณะที่ม้ายังไม่พร้อมจะให้ขึ้นขี่ ม้าจึงอยู่ในสภาพยากที่จะควบคุม ในไม่ช้า เมื่อม้ารู้สึกว่ามีของหนักอยู่ที่อาน ก็วิ่งเตลิดเปิดเปิงไปโดยไม่มีอะไรสามารถหยุดยั้งมันได้

เพื่อนคนหนึ่งของคนขี่ม้ามือใหม่ผ่านมาพบเข้าจึงร้องถามว่า คุณกำลังรีบร้อนไปไหน

คนขี่ม้าชี้ไปที่ม้าและตอบว่า ผมไม่รู้ ถามเขาดูสิ



นิทานอีสป เรื่อง คาดผิด

นิทานอีสป เรื่อง คาดผิด

เมื่อวัวและม้ารู้ข่าวว่าขุนศึกนายของพวกมันกำลังเตรียมตัวไปรบ ม้าก็กลุ้มใจมากเพราะคิดถึงภยันอันตรายนานาประการที่มันต้องเผชิญในสนามรบ ส่วนวัวนั้นมีความสุขมากเพราะเชื่อว่าเมื่อขุนศึกไม่อยู่บ้าน มันก็จะทำงานน้อยลง

แต่แล้วเหตุการณ์กลับกลายเป็นตรงกันข้ามเพราะขุนศึกได้รับแจ้งว่ากองทัพศัตรูยอมจำนนแล้ว เขาดีใจเป็นล้นพ้น จึงจัดงานเลี้ยงฉลองชัยชนะขึ้นอย่างใหญ่โตมโหฬาร และอาหารจานเด็ดอย่างหนึ่งในงานเลี้ยงก็คือเนื้อวัวย่างนั่นเอง