นิทานอีสป เรื่อง ริ้นและวัว

นิทานอีสป เรื่อง ริ้นและวัว

ริ้นตัวหนึ่งถามวัวตัวหนึ่งว่า เจ้าเพียนไปรึไง ทั้ง ๆ ที่ร่างกายเจ้าแข็งแรงและใหญ่โตอย่างนี้ เจ้ายังยอมให้มนุษย์ทำอะไรผิด ๆ กับเจ้าได้ตามใจชอบ และทำตัวเป็นทาสมนุษย์ตลอดกาล ดูตัวอย่างข้าสิ แม้จ้าจะเป็นเพียงสัตว์ตัวเล็กกระจิดริด ข้าก็ยังหากินบนเนื้อหนังมนุษย์อย่างไม่ปรานี ข้าสูบเลือดมนุษย์กินอย่างไม่อั้นจนตัวเป็นสีชมพูสดสวยแล้ว เจ้าเห็นไหม

วัวตอบว่า ข้าไม่ต้องการทำตัวอกตัญญู เพราะมนุษย์รักและเอาใจใส่ดูแลข้าอย่างดี พวกเขามักตบหัวและไหล่ข้าด้วยความรักความเอ็นดูอยู่บ่อย ๆ

โอ ช่างตรงข้ามกับข้าเหลือเกิน ริ้นพูด เมื่อใดที่การตบของมนุษย์ซึ่งเจ้าชอบนักหนาเกิดขึ้นกับข้า มันจะนำความหายนะมาให้ข้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย



นิทานอีสป เรื่อง ม้าและวัว

นิทานอีสป เรื่อง ม้าและวัว

เด็กหนุ่มผู้กล้าหาญคนหนึ่งกำลังควบม้าอย่างคล่องแคล่วว่องไวและสง่างาม ม้าตัวนั้นมีความกล้าหาญมากเช่นเดียวกับนายของมัน

วัวป่าตัวหนึ่งตะโกนบอกม้าว่า น่าละอายเหลือเกิน ข้าจะไม่มีวันยอมอยู่ใต้การปกครองของเด็กชายคนหนึ่งอย่างเจ้าเลย

แต่ข้ายอม ม้าร้องตอบ เพราะข้าจะได้รับเกียรติยศอะไรหากข้าสลัดเขาทิ้งไป

นิทานอีสป เรื่อง อานุภาพแห่งความโกรธ

นิทานอีสป เรื่อง อานุภาพแห่งความโกรธ

วัวป่าฝูงหนึ่งพากันหากินไปทั่วโดยมิได้หวาดกลัวสัตว์ร้ายใด ๆ เลย วัวหัวหน้าฝูงมีรูปร่างใหญ่โตและโมโหร้าย บริวารทั้งหลายต่างรู้นิสัยดังกล่าวดีและพากันระวังตัวอยู่ตลอดเวลา ที่จะไม่ทำอะไรให้หัวหน้าเกิดเดือดดาลขึ้นมาได้ เพราะหากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น พวกมันจะพากันเดือดร้อนไปหมดเนื่องจากหัวหน้าจะขวิดบริวารทุกตัวไม่เลือกหน้า ไม่ว่าจะเป็นตัวที่ทำให้มันโกรธหรือไม่ก็ตาม ทั้งจะขวิดจนกว่าความโกรธจะหมดไป

วันหนึ่ง ขณะที่วัวหัวหน้าฝูงเดินเข้าไปในทางแคบระหว่างเทือกเขาสูงชัน บริวารตัวหนึ่งแจ้งให้มันรู้ว่าเมียสาวตัวหนึ่งของมันและบริเวารหนุ่มตัวหนึ่งได้พากันหนีไปแล้ว

ทันทีที่รู้ว่าบริวารทรยศ วัวหัวหน้าฝูงก็โกรธสุดขีด มันขวิดหล่าบริวารแตกกระจายหนีเอาตัวรอดไปหมด แทนที่จะหายโกรธมันกลับเดือดดาลยิ่งขึ้นและกระโดดเข้าขวิดทุกอย่างที่เห็น ยิ่งโกรธมากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งใช้กำลังกายรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น

ในที่สุดความโกรธถึงขีดสุดก็ผลักดันให้วัวหัวหน้าฝูงเผ่นเข้าขวิดหินมหึมาก้อนหนึ่งจนถึงแก่คอหักตายในพริบตา

นิทานอีสป เรื่อง ลูกวัวขี้เกียจ

นิทานอีสป เรื่อง ลูกวัวขี้เกียจ

ลูกวัวตัวหนึ่งชอบเลี่ยงงานไปเที่ยวเล่นตลอดวันโดยไม่สนใจทำงานใด ๆ มันเห็นว่างานเป็นเรื่องลำบากยากเย็น จึงไม่ควรทำ เมื่อเห็นวัวเฒ่าตัวหนึ่งทำงานอย่างขยันขันแข็งก็พูดจากเยาะเย้ยต่าง ๆ นานาว่าให้ฉลาดทำตัวอย่างมันเสียบ้าง จะได้มีชีวิตสุขสบาย ตัวมันเองจะกินจะนอนเวลาใดก็ได้โดยไม่มีใครมาคอยสั่งงาน ชีวิตของวัวเฒ่านั้นแสนอับเฉาเพราะความโง่เขลาของวัวเฒ่าเอง

วัวเฒ่าลากค้นไถต่อไปโดยไม่พูดจาโต้ตอบแต่อย่างใด มันรู้สึกสงสารลูกวัวที่ไร้ความรับผิดชอบและคิดว่าการทำงานเป็นเรื่องยากลำบาก วันหนึ่งลูกวัวจะสำนึกที่คิดผิดเช่นนั้น

แล้ววันหนึ่งเจ้าของวัวก็เห็นว่าลูกวัวไม่ได้ทำตัวให้เป็นประโยชน์อะไรเลย เพราะเอาแต่วิ่งเล่นไปวัน ๆ เขาจึงตัดสินใจฆ่ามันเพื่อนำไปทำเครื่องเซ่นเทพยดาที่แท่นบูชา

วัวเฒ่าน้ำตานองหน้าด้วยความสงสารลูกวัวที่ต้องประสบชะตากรรมเช่นนั้นเพราะความเกียจคร้านของมันนั่นเอง

นิทานอีสป เรื่อง เสียงครวญครางจากล้อเกวียน

นิทานอีสป เรื่อง เสียงครวญครางจากล้อเกวียน

ขณะที่วัวหลายตัวกำลังลากเกวียนเล่มหนึ่งไปตามถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ บรรดาล้อเกวียนก็เริ่มส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดและยิ่งดังมากขึ้นทุก ๆ ที

คนขับเกวียนจึงตะคอกใส่ล้อเกวียนเหล่านั้นว่า เจ้าล้อขี้เกียจทั้งหลาย เหตุใดเจ้าจึงร้องครวญครางในเมื่อวัวเหล่านั้นที่กำลังทำงานแสนหนักกลับก้มหน้าก้มตาลากเกวียนไปอย่างเงียบกริบตลอดเวลา

นิทานอีสป เรื่อง จูปิเตอร์และคนเลี้ยงวัว

นิทานอีสป เรื่อง จูปิเตอร์และคนเลี้ยงวัว

ลูกวัวตัวหนึ่งหายไปจากฝูงขณะที่คนเลี้ยงวัวปล่อยให้ฝูงวัวกินหญ้าอยู่ในทุ่ง คนเลี้ยงวัวพยายามตามหาลูกวัวตัวนั้นทุกหนทุกแห่ง แต่ก็หาไม่พบ

คนเลี้ยงวัวจึงกราบทูลอ้อนวอนขอให้พระมหาจูปิเตอร์ทรงช่วยเขา โดยสัญญาว่าจะถวายลูกวัวเป็นเครื่องบรวงสรวงหากทำให้เขาพบผู้ที่ขโมยลูกวัวของเขาไป

เมื่อคนเลี้ยงวัวเดินหาลูกวัวเข้าไปในป่าก็เห็นสิงโตตัวหนึ่งกำลังกินลูกวัวตัวที่หายไปอยู่ เขารีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นไปทางท้องฟ้าแล้วร้องด้วยความหวาดกลัวว่า ข้าแด่พระมหาจูปิเตอร์ ข้าสัญญาไว้ว่าจะถวายลูกวัวหนึ่งตัวที่แท่นบูชาของท่านหากข้าพบขโมยที่เอาลูกวัวของข้าไป แต่ขณะนี้ข้าขอสัญญาว่าจะถวายพ่อวัวให้ท่านอีกตัวหนึ่ง หากท่านช่วยให้ข้ามีชีวิตรอดจากกรงเล็บของขโมยที่แสนน่ากลัวตัวนี้ไปได้

นิทานอีสป เรื่อง คาดผิด

นิทานอีสป เรื่อง คาดผิด

เมื่อวัวและม้ารู้ข่าวว่าขุนศึกนายของพวกมันกำลังเตรียมตัวไปรบ ม้าก็กลุ้มใจมากเพราะคิดถึงภยันอันตรายนานาประการที่มันต้องเผชิญในสนามรบ ส่วนวัวนั้นมีความสุขมากเพราะเชื่อว่าเมื่อขุนศึกไม่อยู่บ้าน มันก็จะทำงานน้อยลง

แต่แล้วเหตุการณ์กลับกลายเป็นตรงกันข้ามเพราะขุนศึกได้รับแจ้งว่ากองทัพศัตรูยอมจำนนแล้ว เขาดีใจเป็นล้นพ้น จึงจัดงานเลี้ยงฉลองชัยชนะขึ้นอย่างใหญ่โตมโหฬาร และอาหารจานเด็ดอย่างหนึ่งในงานเลี้ยงก็คือเนื้อวัวย่างนั่นเอง



นิทานธรรมะ เรื่อง มากกว่าที่ควรจะเป็น

นิทานธรรมะ เรื่อง มากกว่าที่ควรจะเป็น

ครอบครัวหนึ่งมีอาชีพทำนาสำหรับเลี้ยงชีพ ทำให้บ้านของเขามีสิ่งต่าง ๆ เต็มไปหมด หนึ่งในนั้นก็มีหนูจำนวนมากมาอยู่อาศัยด้วย และมีแนวโน้มว่าจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน เมื่อชาวนาเห็นว่าหนูจะทำให้บ้านมีปัญหา จึงได้คิดวิธีจัดการกับหนู สามีและภรรยาได้ข้อสรุปว่าจะไปซื้อกับดักมาดักหนู

ในขณะที่ชาวนาและภรรยาปรึกษากันถึงเรื่องกำจัดหนูอยู่นั้น เผอิญหนูเกิดได้ยินสิ่งที่เจ้าของบ้านหารือกันพอดี ทำให้เกิดความรู้สึกกังวลใจยิ่งนัก เพราะกลัวจะถูกชาวนาฆ่า

หนูตัวหนึ่งมีความเฉลียวฉลาดกว่าเพื่อน ๆ จึงรีบไปบอกพวกพ้องของตนให้ระวังภัยที่จะเกิดขึ้น แล้วก็รีบไปบอกให้ไก่รับรู้ในเรื่องนี้ พร้อมกับขอคำแนะนำและความช่วยเหลือ แต่ไก่กลับพูดอย่างไม่ใยดีว่า

เจ้าหนูเอย ข้าเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เจ้ากำลังเจอด้วย แต่ข้าก็คงไม่สามารถจะช่วยอะไรได้ ที่สำคัญ กับดักนั้นคงไม่มีผลอะไรกับข้าแน่นอน ขอให้เจ้าโชคดีก็แล้วกัน

หนูได้ฟังดังนั้น ก็ไม่ท้อถอยต่อถ้อยคำที่ไก่พูดแต่อย่างใด มันยังคงวิ่งไปหาหมูที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้น เพื่อขอความช่วยเหลือให้ตนและพวกพ้องพ้นภัย หมูก็พูดตัดกำลังใจเช่นกันว่า

สิ่งที่เจ้าพูดมา ข้าคงช่วยอะไรไม่ได้หรอก อย่างไรก็ตามขอให้เจ้าระวังตัวก็แล้วกัน ข้าอยู่ทางนี้จะสวดมนต์ให้ ที่สำคัญกับดักที่เจ้าว่าอันตรายทั้งต่อเจ้าและผู้อื่นนั้น มันคงไม่มีผลใด ๆ กับข้าแน่นอน

เมื่อขอคำปรึกษาจากหมูแต่ไม่มีความคืบหน้า หนูน้อยก็ยังไม่ยอมลดละความพยายามที่จะหาที่พึ่ง มันได้มุ่งหน้าไปหาวัวที่อยู่อีกที่หนึ่งในบริเวณบ้าน ซึ่งเป็นวัวที่ชาวนานำมาเลี้ยงไว้ใช้งาน เมื่อวัวได้ฟังเรื่องเล่าของหนูก็ได้แต่ส่ายหน้า เพราะไม่รู้จะช่วยอย่างไรดี พร้อมกับพูดว่า

เรื่องที่เจ้าพูดมา จริง ๆ ข้าก็อยากจะช่วยเหมือนกัน แต่ก็จนปัญญาที่จะช่วยได้ ข้าว่าปัญหาของหนู พวกหนูนั่นแหละควรจะช่วยกันแก้ไข วัวอย่างข้าคงได้แต่อวยพรขอให้พวกเจ้าพ้นจากอันตรายก็แล้วกัน

เมื่อหนูได้ปรึกษากับสัตว์ที่อยู่อาศัยร่วมบ้านอย่างไก่ หมู และวัว แต่ไม่มีใครแยแสต่อเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะทุกตัวมองว่าไม่ใช่ธุระอะไรของตนเอง จึงไม่คิดที่จะหาทางออกช่วยกัน

ในที่สุด เมื่อพวกหนูไม่สามารถพึ่งใครได้ สิ่งเดียวที่พวกมันสามารถทำได้ก็คือ การเฝ้าเตือนให้พรรคพวกของตนรู้จักระวังตัวในขณะที่วิ่งไปมา หรือเมื่อต้องออกไปหาอาหาร

อยู่ต่อมาในค่ำคืนหนึ่ง ก็มีบางสิ่งมาติดที่กับดักของชาวนา พวกไก่ หมู และวัว ที่อยู่ใกล้ ๆ ได้ยินเสียงของกับดักก็คิดว่าหนูคงติดกับดักแล้วล่ะ ฝ่ายเจ้าของบ้านก็เข้าใจเช่นนั้นเหมือนกัน

เมื่อภรรยาของชาวนาได้ยินเสียงกับดัก ก็คิดว่าหนูคงติดอยู่ในนั้นแน่นอน จึงเดินเข้าไปในที่วางกับดักไว้ เพื่อจะนำหนูไปทิ้งนอกบ้าน แต่สิ่งที่ติดอยู่ที่กับดักกลับไม่ใช่หนู แต่มันคืองูชนิดหนึ่งที่มีพิษร้ายแรงมาก มันถูกกับดักหนีบเข้าที่หาง จึงไม่สามารถเลื้อยหนีไปไหนได้

เมื่อภรรยาของชาวนาเข้าไปยังที่เกิดเหตุโดยไม่ทันระวังตัว เพราะมีความมืดของเวลากลางคืนปกคลุม งูพิษจึงฉกภรรยาของชาวนา เป็นเหตุให้นางล้มลงทันที

พอชาวนาได้ยินเสียงก็รีบไปดูเหตุการณ์ เขาจึงได้ฆ่างูพิษนั้นเสีย แล้วก็รีบนำภรรยาไปส่งที่โรงพยาบาล โชคยังดีที่หมอสามารถช่วยชีวิตไว้ทัน ทำให้นางรอดจากความตายได้หวุดหวิด แต่ถึงกระนั้นก็ยังอยู่ในขั้นที่ไม่ปลอดภัยเท่าใดนัก เพราะยังต้องรอดูอาการอีกทีหนึ่ง

หมอได้แนะนำให้ชาวนาทำซุปไก่ให้ภรรยารับประทานเพื่อบำรุงให้เธอมีร่างกายที่แข็งแรงในเร็ววัน สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นก็คือ ชาวนาได้นำไก่ที่มีอยู่ในบ้านมาทำเป็นอาหาร เพื่อให้ภรรยาและทุกคนในครอบครัวได้รับประทานกัน สิ่งที่ไก่บอกกับหนูว่าไม่ใช่ธุระของตน ก็กลับกลายเป็นเหตุให้ไก่ต้องตายในที่สุด

ในช่วงที่ภรรยารักษาตัวอยู่ เพื่อนบ้านและญาติ ๆ ได้ทราบข่าวก็มาเยี่ยม ชาวนาไม่รู้จะหาอะไรมาทำกับข้าวให้เพื่อน ๆ ได้รับประทาน จึงตัดสินใจฆ่าหมูที่เคยบอกกับหนูว่า ไม่ใช่กงการอะไรที่จะเข้าไปช่วยหนูให้รอดจากกับดัก จึงทำให้หมูต้องตายตามไก่ไปอีกตัว

ในขณะที่การรักษากำลังดำเนินไปด้วยดี จู่ ๆ ก็มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ภรรยาของชาวนามีไข้ขึ้นสูงมาก จนเป็นเหตุให้เธอถึงกับช็อก และถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา

เมื่อต้องจัดงานศพให้แก่ภรรยา สิ่งที่ต้องเตรียมอย่างหนึ่งก็คืออาหารสำหรับเลี้ยงแขกผู้มาร่วมงาน สุดท้ายชาวนาก็ตัดสินใจฆ่าวัวที่เคยพูดกับหนูว่า การแก้ปัญหาเรื่องกับดักหนูนั้น ก็ควรเป็นหน้าที่ของหนู ไม่ใช่ธุระของวัว

เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น บรรดาหนูที่รอดพ้นจากความตาย ก็ได้แต่มองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความสลดใจ พร้อมกับได้ข้อคิดว่า

หากเราสามัคคีกันไว้ รู้จักช่วยเหลือกัน แม้ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ถูกแก้ไขให้หมดไปได้ แต่อย่างน้อยเพราะความสามัคคีที่เรามีอยู่และที่เราได้ช่วยเหลือกัน ก็คงไม่ทำให้ปัญหาลุกลามได้มากถึงเพียงนี้

นิทานอีสป เรื่อง อึ่งอ่างกับวัว

นิทานอีสป เรื่อง อึ่งอ่างกับวัว

ณ หนองน้ำริมทุ่งนา วัวตัวหนึ่งเดินมากินน้ำและเหยียบโดนลูกอึ่งอ่างตายไปหลายตัว เมื่อแม่อึ่งอ่างกลับมา ลูก ๆ ก็รีบเล่าให้แม่ฟังด้วยความตื่นกลัวว่า

แม่จ่าเมื่อกี้มีตัวอะไรไม่รู้ สูงใหญ่ทะมึนเหยียบพวกเราตายไปตั้งหลายตัว น่ากลัวมาเลยจ้ะ

แม่อึ่งอ่างได้ฟังก็สูดลมพองตัวให้ใหญ่ขึ้นแล้วถามด้วยความอยากรู้ว่า

ตัวใหญ่เท่านี้ไหม ?

ลูกอึ่งอ่างบอกว่า

ใหญ่กว่านี้อีกจ้ะแม่

แม่อึ่งอ่างจึงพองตัวขึ้นอีก ลุก ๆ ก็ตอบว่า

ยังใหญ่ไม่ถึงครึ่งเลยแม่

แม้ว่าแม่อึ่งอ่างจะพยายามพองตัวขึ้นเท่าไหร่ แต่ลูก ๆ ก็ยังส่ายหน้าว่ายังใหญ่ไม่ถึงครึ่ง แม่อึ่งอ่างนึกฉุนเฉียวจึงพองตัวขึ้นสุดแรงเกิดจนตัวเองทนไม่ไหว ท้องแตกตายที่ริมหนองน้ำแห่งนั้น

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
เมื่อทำสิ่งใดควรรู้จักประมาณตนให้เหมาะสม



ดู นิทานอีสป เรื่อง อึ่งอ่างกับวัว บน Youtube ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=iuA5R1VlGAA

นิทานอีสป เรื่อง กวางในคอกวัว

นิทานอีสป เรื่อง กวางในคอกวัว

กวางตัวหนึ่งวิ่งหนีนายพรานจนมาถึงโรงนาแห่งหนึ่งก็รีบเข้าไปซ่อนตัวใต้กองหญ้าแห้งในคอกวัว วัวจึงร้องเตือนว่า

เจ้ารีบไปซ่อนที่อื่นเถอะ คนเลี้ยงวัวกำลังจะเข้ามาแล้ว เขาต้องเจอเจ้าแน่ ๆ

แต่เจ้ากวางดื้อรั้นไม่ยอมออกไป เมื่อคนเลี้ยงวัวหอบหญ้ามากองไว้เรียบร้อยแล้ว ก็กลับออกไปโดยไม่ทันสังเกตเห็นเจ้ากวาง แต่วัวก็เตือนขึ้นอีก

ข้าว่าเจ้ารีบไปตอนนี้จะดีกว่า ถ้าเจ้านายของข้าเข้ามาค้นดู ต้องเจอเจ้าแน่ ๆ

กวางยังคงดื้อดึงไม่ฟังคำเตือน มั่นใจว่าตนซ่อนตัวมิดชิดดีแล้ว ไม่นานนัก เจ้าของก็เดินเข้ามาตรวจคอกวัวอย่างละเอียดจนพบเจ้ากวางใต้กองหญ้า แล้วเรียกคนงานมาช่วยกันจับกวางไปในที่สุด

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
แม้จะพ้นภัยไปได้ครั้งหนึ่ง ก็อย่าตกอยู่ในความประมาท



ดู นิทานอีสป เรื่อง กวางในคอกวัว บน Youtube ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=lKn548fzMDM