นิทานอีสป เรื่อง หนูเมืองและหนูชนบท

นิทานอีสป เรื่อง หนูเมืองและหนูชนบท

หนูเมืองมาเยี่ยมหนูชนบทที่รังของมัน หนูชนบทอาศัยอยู่ในท้องทุ่งแห่งหนึ่ง มันนำอาหารทุกอย่างที่มีอยู่ออกมาต้อนรับแขก มีทั้งถั่วและข้าวสาลี หนูเมืองแทะเล็มอาหารเหล่านั้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดกับหนูชนบทว่า

เจ้าผอมมากเพราะต้องกินอาหารแย่ ๆ พวกนี้ ลองไปดูว่าพวกเราในเมืองอยู่กันอย่างไรบ้างสิ

ดังนั้นหนูชนบทจึงไปเยี่ยมเยียนหนูเมือง หนูทั้งสองรออยู่จนถึงเวลากลางคืน แล้วหนูเมืองก็นำแขกของมันไปยังห้องอาหารแห่งหนึ่งโดยใช้วิธีลอดตัวขึ้นไปตามร่องแตกในพื้นกระดาน สัตว์ทั้งสองปีนขึ้นไปบนโต๊ะอาหารซึ่งมีอาหารอยู่เต็ม หนูชนบทไม่เคยเห็นอาหารที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามเช่นนั้นมาก่อนเลย

เจ้าพูดถูก หนูชนบทกล่าว อาหารของพวกเราแย่มาก ข้าจะย้ายมาอยู่ในเมืองกับเจ้า

แต่แล้วก็มีชายคนหนึ่งเดินถือเทียนเข้ามาในห้องอาหารและวิ่งไล่ตามหนูเมืองและหนูชนบทมาอย่างกระชั้นชิดจนหนูทั้งสองแทบจะหนีลงไปทางร่องในพื้นกระดานไม่ทัน

ข้าคิดว่า รังของข้าที่ท้องทุ่งนั้นดีกว่า ข้าอาจจะไม่ได้กินเนื้อสัตว์หวาน ๆ อย่างพวกเจ้า แต่ก็ไม่เคยต้องตกใจกลัวอย่างเมื่อกี้นี้มาก่อนเลย



นิทานอีสป เรื่อง มาตรฐานการเลือก

นิทานอีสป เรื่อง มาตรฐานการเลือก

วันหนึ่ง สิงโต กระต่าย และหนูพากันไปหาที่อยู่ในภูเขาใหญ่มหึมาลูกหนึ่ง เมื่อไปถึง หนูก็หาที่อยู่ได้ทันทีเพราะมีรูเล็ก ๆ ลึกเข้าไปในภูเขาพอที่ตัวมันจะเข้าไปอาศัยอยู่ได้อย่างง่ายดาย ส่วนกระต่ายก็พบโพรงหินลึกที่เชิงเขา โพรงนั้นใหญ่พอที่มันจะเข้าได้อย่างสบาย มันจึงได้ที่อยู่เช่นเดียวกับหนู

ส่วนสิงโตพบถ้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในภูเขาใหญ่มหึมาลูกนั้นแต่ยังไม่พอใจเพราะคิดว่าเล็กเกินไป จึงเดินหาต่อไป เมื่อพบถ้ำที่ใหญ่กว่าเดิม ก็ยังติว่าเล็กเกินไปอีก แล้วก็เดินหาต่อไปอีก และไม่ว่าจะพบถ้ำใหญ่กว่าที่ผ่านมาสักกี่แห่งก็ไม่เคยพอใจ ในที่สุด เมื่อเดินหาจนทั่วภูเขาแล้ว มันก็ต้องจำใจเลือกถ้ำที่ใหญ่กว่าถ้ำใด ๆ ทั้งหมดในภูเขาใหญ่มหึมานั้นเป็นที่อยู่ของมัน



นิทานอีสป เรื่อง ดูไม่เป็น

นิทานอีสป เรื่อง ดูไม่เป็น

ลูกหนูตัวหนึ่งเข้าไปในลานบ้านแห่งหนึ่ง มันวิ่งดูสิ่งต่าง ๆ ไปรอบลานบ้านนั้น จากนั้นก็วิ่งกลับไปหาแม่ของมัน โอ แม่จ๊ะ ข้าเห็นสัตว์สองตัว ตัวหนึ่งน่าสะพรึงกลัวมาก ส่วนตัวอีกตัวหนึ่งสวยงามมาก

บอกแม่ซิว่าสัตว์สองตัวนั้นมีรูปร่างลักษณะอย่างไรบ้าง แม่หนูพูด

ได้จ๊ะแม่ สัตว์ตัวที่น่ากลัวกำลังเดินอาด ๆ อยู่ในลานบ้าน ลูกหนูรายงาน มันมีขาสีดำ มีหวีสีแดงบนหัว มีดวงตาที่กลอกกลิ้งไปมา และมีจมูกโค้งงอ เมื่อข้าเดินผ่านมัน มันก็อ้าปาก ยกขาขึ้นข้างหนึ่ง และส่งเสียงดังมากจนทำให้ข้ายืนตัวแข็งอยู่กับที่เพราะความกลัว

นั่นคือพ่อไก่ แม่หนูผู้ชราอธิบาย มันไม่เคยทำร้ายผู้ใด ลูกอย่ากลัวมันไปเลย และสัตว์อีกตัวหนึ่งล่ะเป็นอย่างไร

สัตว์อีกตัวกำลังนอนอาบแดดอยู่ มันมีคอสีขาวและเท้าสีเทาอันราบเรียบ มันเลียหน้าอกสีขาวของมันและโบกหางไปมาเบา ๆ ขณะที่มองดูข้า

เจ้าลูกโง่ แม่หนูร้องด้วยความตกใจ เจ้ารู้ไหมว่า นั่นคือแมว



นิทานอีสป เรื่อง นกเตือนสติหนู

นิทานอีสป เรื่อง นกเตือนสติหนู

วันหนึ่ง งูพิษตัวหนึ่งเลื้อยเข้าไปในบริเวณรูหนูที่โคนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง หนูทั้งหลายในที่นั้นตกใจและหวาดกลัวยิ่งนัก ต่างพากันเอะอะโวยวายและวิ่งชุลมุนไปมาพลางร้องว่า

มันมาจากไหน งูพิษตัวนี้มาจากไหน ใครรู้บ้างว่ามันมาจากไหน

ขณะที่เกิดความโกลาหลวุ่นวายกันอยู่นั้นเอง งูก็ได้โอกาสกัดหนูกินอย่างง่ายดายทันที นกตัวหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่บนต้นไม้นั้นเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น จึงร้องตะโกนบอกพวกหนูลงมาว่า

มันมาจากไหนไม่สำคัญ ไม่ว่ามันมาจากไหน มันก็คืองูร้ายจะเป็นอะไรอื่นไปไม่ได้ สิ่งที่พวกเจ้าควรสนใจและเห็นว่าสำคัญก็คือทันทีที่เห็นงูร้ายมา พวกเจ้าควรพากันหนีไป แทนที่จะมัวเอะอะโวยวายและวิ่งชุลมุนอยู่ให้งูจับกิน

เมื่อหนูทั้งหลายได้ฟังเช่นนั้นก็ได้สติ จึงพากันเผ่นหนีไปทุกทิศทุกทาง

นิทานอีสป เรื่อง กบ หนู และเหยี่ยว

นิทานอีสป เรื่อง กบ หนู และเหยี่ยว

กาลครั้งหนึ่ง กบตัวหนึ่งและหนูตัวหนึ่งทะเลาะกันอย่างรุนแรง เพราะต่างฝ่ายต่างแย่งชิงกันเป็นเจ้าของบึงแห่งหนึ่ง แล้วสัตว์ทั้งสองก็ต่อสู้กันหลายครั้ง

หนูเจ้าเล่ห์ใช้วิธีซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้าและตรงเข้าโจมตีศัตรูของมันอย่างกระทันหัน กบจึงเสียเปรียบหนูในภาวะเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม กบก็แข็งแรงกว่าหนูและต้องการจะยุติสงครามกับหนูเสียที มันจึงท้าให้หนูออกมาสู้กับมันตัวต่อตัวในที่แจ้ง และหนูก็รับคำท้าของกบ

เมื่อถึงวันนัด คู่อริทั้งสองก็มาพบกันที่ท้องนาในบริเวณนั้นต่างฝ่ายต่างใช้แฝกเป็นอาวุธ และต่างมั่นใจว่าตนจะเป็นผู้ชนะ

ขณะที่กบและหนูกำลังจะใช้อาวุธต่อสู้กันนั้นเอง เหยี่ยวตัวหนึ่งก็บินโฉบลงมาใกล้พวกมัน และเมื่อเห็นคู่อริทั้งสองกำลังทะเลาะกันอย่างรุนแรง ก็บินโฉบลงมาต่ำมากขึ้น แล้วใช้อุ้งเล็บจิกตัวสัตว์ทั้งสองไว้และนำไปเป็นอาหารสำหรับลูก ๆ ของมัน

นิทานอีสป เรื่อง หนูสามตัว

นิทานอีสป เรื่อง หนูสามตัว

หนูสามตัวพากันออกไปขโมยน้ำมันกิน แต่พบว่ามีน้ำมันเหลืออยู่ในโอ่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งโอ่งน้ำมันก็สูงเกินกว่าที่จะไต่ลงไปดื่มน้ำมันได้

หนูทั้งสามตัวจึงคิดหาวิธีแก้ปัญหา นั่นคือ หนูตัวหนึ่งจะใช้ฟันคาบหางของหนูอีกตัวหนึ่งไว้ วิธีการนี้จะทำให้หนูตัวหนึ่งสามารถดื่มน้ำมันได้ แล้วหนูแต่ละตัวก็จะผลัดกันดื่มน้ำมัน พวกมันต่างสาบานกันว่าจะไม่เห็นแก่ตัวหรือเอาเปรียบพวกพ้อง

หนูตัวที่ได้ดื่มน้ำมันเป็นตัวแรกคิดว่า มีน้ำมันอยู่เพียงนิดเดียว และข้าก็โชคดีได้ดื่มน้ำเป็นคนแรก ดังนั้นข้าจะดื่มให้สมกับความต้องการของข้า

หนูตัวที่อยู่ตรงกลางพูดกับตัวเองว่า มีน้ำมันอยู่ไม่มากนักหากหนูตัวแรกดื่มจนหมด ข้าจะไม่มีน้ำมันดื่ม ข้าควรปล่อยหางมันเสีย แล้วข้าก็จะสามารถกระโดดลงไปดื่มน้ำมันได้

หนูตัวที่สามซึ่งใช้ขาหลังทั้งสองเหนี่ยวขอบโอ่งไว้คิดว่า ในเมื่อมีน้ำมันอยู่เพียงนิดเดียวและข้าจะได้ดื่มน้ำมันเป็นตัวสุดท้าย ข้าจะได้ดื่มน้ำมันที่เหลืออยู่หลังจากที่เพื่อนทั้งสองของข้าดื่มแล้ว ข้าควรปล่อยหางของเพื่อนที่ข้าคาบอยู่เพื่อจะได้กระโดดลงไปดื่มน้ำมัน

ดังนั้นหนูตัวที่สองจึงปล่อยหางหนูตัวแรก และหนูตัวที่สามก็ปล่อยหางหนูตัวที่สอง แล้วหนูทั้งสองตัวนี้ก็กระโดดลงไปในน้ำมัน

ผลที่ได้รับก็คือ หนูทั้งสามตัวติดกับอยู่ในโอ่งน้ำมันและไม่สามารถหนีรอดชีวิตขึ้นมาได้

นิทานอีสป เรื่อง นายพลหนู

นิทานอีสป เรื่อง นายพลหนู

หนูฝูงหนึ่งซึ่งทำสงครามกับแมวฝูงหนึ่งต้องประสบความพ่ายแพ้อยู่เสมอ พวกมันจึงมาประชุมกันเพื่อหาวิธีแก้ไขวิกฤติการณ์ดังกล่าว ในที่สุดหนูทั้งหลายก็ลงความเห็นว่าสาเหตุของปัญหาอยู่ที่การขาดผู้นำ

ด้วยเหตุนี้ หนูทั้งหลายจึงเลือกหนูจำนวนหนึ่งขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายพลของฝูงหนู และเพื่อให้พลหนูเหล่านี้ดูโดดเด่นกว่าหนูตัวอื่น ๆ พวกมันจึงทำเขาไปติดที่หัวของนายพลหนูทั้งหลาย ตัวละสองข้าง

เมื่อหนูฝูงนี้ต่อสู้กับแมวเหล่านั้นในครั้งต่อมา พวกมันก็ถูกฝูงแมวตีกองทัพจนแตกพ่ายและต้องรีบวิ่งหนีเอาตัวรอดไปคนละทิศละทาง ปรากฏว่าหนูทั้งหมดสามารถวิ่งหนีลงไปในรูของพวกมันได้อย่างปลอดภัย ยกเว้นนายพลหนูทั้งหลายซึ่งไม่สามารถวิ่งหนีลงไปในรูได้ทันเพราะเขาทั้งสองข้างติดอยู่บนหัวเป็นอุปสรรคสำคัญ

ผลสุดท้าย นายผลหนูทุกตัวก็ถูกฝูงแมวฝูงนั้นจับตัวไว้และถูกพวกแมวกินอย่างเอ็ดอร่อย

นิทานอีสป เรื่อง หนูคิดปราบแมว

นิทานอีสป เรื่อง หนูคิดปราบแมว

กาลครั้งหนึ่ง หนูทั้งหลายถูกแมวตัวหนึ่งคุกคามเอาชีวิตอย่างหนัก จึงตัดสินใจมาประชุมกันเพื่อหาวิธีที่ดีที่สุดมากำจัดปัญหาที่รบกวนใจพวกมันจนไม่เป็นอันกินอันนอนนี้เสีย

หนูเหล่านี้ได้พิจารณาและอภิปรายแผนการกำจัดแมวหลายอย่าง แต่ก็ไม่สามารถหาแผนการที่มีประสิทธิภาพได้ ในที่สุด หนูหนุ่มตัวหนึ่งก็ลุกขึ้นยืนและเสนอต่อที่ประชุมว่า พวกมันควรเอาลูกกระพรวนไปผูกคอแมวเพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ล่วงหน้าว่าเมื่อใดแมวจะมา แล้วพวกมันก็จะได้หนีแมวทัน

หนูทั้งหลายต่างปรบมือแสดงความชื่นชมและยอมรับข้อเสนอของหนูหนุ่มตัวนี้ทันที แต่แล้วหนูเฒ่าตัวหนึ่งซึ่งนั่งเงียบอยู่ตลอดเวลาประชุมก็ลุกขึ้นยืนและกล่าวว่ามันเห็นว่าแผนการดังกล่าวเป็นแผนการที่ฉลาดและจะประสบความสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัย แต่มันมีคำถามสั้น ๆ ข้อหนึ่งที่อยากจะถามในที่ประชุม นั่นคือ

หนูตัวไหนจะขันอาสานำลูกกระพรวนไปผูกคอแมว



นิทานอีสป เรื่อง เข็ดแล้วจ้า

นิทานอีสป เรื่อง เข็ดแล้วจ้า

หนูตัวหนึ่งเดินทางไปเยี่ยมกบตัวหนึ่ง กบออกมารับหนูที่ริมแม่น้ำและเชิญหนูไปที่บ้านของมันซึ่งอยู่ใต้น้ำ หนูจึงดำน้ำตามกบลงไป กว่าหนูจะขี้นมาบนบกได้อีกครั้งหนึ่งก็สำลักน้ำอย่างหนักจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

ข้าจะไม่มีวันไปเยี่ยมเยียนสัตว์ประหลาดตัวใดอีกเลย หนูพูดอย่างเคร่งเครียด



นิทานอีสป เรื่อง หนูในหีบ

นิทานอีสป เรื่อง หนูในหีบ

หนูตัวหนึ่งเกิดในหีบใส่ของใบหนึ่งและอาศัยอยู่ในนั้นมาตลอด มันกินอาหารที่แม่บ้านนำมาเก็บไว้ในหีบใบนี้

ครั้งหนึ่งหนูตัวนี้เกิดหงายท้องตกลงมาจากหีบ ขณะที่กำลังวิ่งพล่านไปมาเพื่อหาทางเข้าไปในหีบอีกครั้งหนึ่ง มันก็วิ่งไปสะดุดเศษอาหารแสนอร่อยชิ้นหนึ่งเข้า

ทันทีที่ลิ้นของมันได้ชิมรสเศษอาหารนั้น หนูก็ร้องตะโกนออกมาเสียงดังลั่นว่า

ข้านี่โง่เง่ามานานทีเดียวที่เข้าใจว่าไม่มีความสุขอยู่ที่ใดในโลก นอกจากในหีบใบนี้