นิทานอีสป เรื่อง หมูและแกะ

นิทานอีสป เรื่อง หมูและแกะ

หมูหนุ่มตัวหนึ่งต้องการจะรอดชีวิตจากการถูกนำไปฆ่าที่โรงฆ่าสัตว์ จึงหนีไปอยู่ปะปนกับแกะในฝูงแกะฝูงหนึ่ง

วันหนึ่งคนเลี้ยงแกะจับหมูตัวนี้ได้ หมูส่งเสียงร้องดังลั่นและดิ้นคนจนสุดกำลังเพื่อให้หลุดพ้นจากการถูกจับ แกะทั้งหลายต่างตำหนิหมูว่าทำให้พวกมันตื่นตกใจ พวกมันพูดว่า นายของพวกเราจับตัวพวกเราไว้ออกบ่อยไป แต่เจ้าก็เห็นไม่ใช่รึว่าพวกเราไม่เคยส่งเสียงร้องเลย

พวกเจ้าพูดถูก หมูตอบ แต่สภาพการณ์ของพวกเจ้าและของข้าแตกต่างกัน นายของพวกเจ้าจับตัวพวกเจ้าเพื่อตัดขน แต่จับตัวข้าไว้เพื่อเอาไปทำหมูย่าง



นิทานอีสป เรื่อง สุนัขและหมู

นิทานอีสป เรื่อง สุนัขและหมู

ข้าประหลาดใจเหลือเกิน หมูตัวหนึ่งพูดกับสุนัขพันธุ์สแปเนียลตัวหนึ่ง ว่าเหตุใดเจ้าจึงสามารถเลียแข้งเลียขาประจบประแจงนายของเจ้าได้ทั้ง ๆ ที่เขาตีเจ้าและบิดหูเจ้าไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว

อึ่ม สุนัขพูด แต่นายก็ให้เศษอาหารดี ๆ และพูดเพราะ ๆ กับข้า เป็นการทดแทนการตีและการบิดหูข้า เมื่อบวกลบการกระทำสองแบบของนายแล้ว ข้าก็ยังได้กำไรอยู่นั่นแหละ

นิทานอีสป เรื่อง เหตุเกิดเพราะหมูดำ

นิทานอีสป เรื่อง เหตุเกิดเพราะหมูดำ

ชายชาวชนบทคนหนึ่งมีอาชีพเลี้ยงหมูขาย อยู่มาวันหนึ่งหมูสีดำตัวหนึ่งของเขาหนีออกจากเล้าไปในตอน อยู่มาวันหนึ่งหมูสีดำตัวหนึ่งของเขาหนีออกจากเล้าไปในตอนค่ำคืนนั้นเป็นคืนข้างแรม ท้องฟ้าจึงมืดมิดไร้แสงจันทร์

เจ้าของหมูติดตามหมูดำของตนไปทันที การติดตามเป็นไปด้วยความยากลำบากยิ่งนัก เพราะสีของหมูเข้ากับความมืดอย่างดีมันหนีไปทางไหนเขาก็ไม่เห็นมัน

ขณะนั้นมีหมูป่าตัวหนึ่งเดินเปะปะเข้าไปปะทะเจ้าของหมูซึ่งมีร่างกายกำยำใหญ่โต เข้าจึงใช้มือขวาคว้าขาหน้าทั้งสองข้างของมันไว้ ส่วนมือซ้ายก็คว้าขาหลังไว้ทั้งสองข้าง จากนั้นก็แบกใส่บ่าเดินกลับบ้านทันที

เมื่อมาถึงบ้าน เจ้าของหมูก็ปล่อยหมูป่าตัวนี้เข้าไปในเล้าหมูที่มีหมูอยู่มากมาย หมูป่าแสนดุร้ายก็วิ่งตะลุยเข้าไปในเล้า ใช้เขี้ยวแทงหมูทั้งหลายล้มตายลงมากมาย กว่าเจ้าของหมูจะรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น และเอาไฟมาส่องดูก็ไม่มีหมูตัวใดรอดชีวิตอยู่เลย

นิทานอีสป เรื่อง ยึดพื้นที่

นิทานอีสป เรื่อง ยึดพื้นที่

สุนัขป่าตัวเมียตัวหนึ่งขออนุญาตหมูเจ้าของคอกเข้าไปค้างคืนในคอกหมู หมูเจ้าของคอกก็อนุญาตให้มันทำตามที่ขอได้คืนนั้นแม่สุนัขป่าออกลูกมาห้าตัว เช้าวันรุ่งขึ้นหมูก็ทวงสถานที่ของมันคืน

เจ้าก็เห็นกับตาไม่ใช่รึว่าลูก ๆ ของข้ายังเล็กอยู่ แม่สุนัขป่าพูด รออีกหน่อยสิ

ข้าจะรอ หมูคิดในใจ

เมื่อฤดูร้อนผ่านไป หมูก็ทวงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของคอกของมันคืนอีกครั้งหนึ่ง

เจ้ากล้าแตะต้องพวกข้ารึ แม่สุนัขป่าขู่ พวกข้ามีด้วยกันถึงหกตัว พวกข้าจะฉีกเนื้อเจ้าออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและกินเจ้าเสีย

นิทานอีสป เรื่อง แม่หมูและแม่สุนัข

นิทานอีสป เรื่อง แม่หมูและแม่สุนัข

แม่หมูและแม่สุนัขกำลังโต้เถียงกันว่าระหว่างพวกมัน ใครออกลูกง่ายกว่ากัน

แม่สุนัขอวดอ้างว่ามันออกลูกได้เร็วกว่าสัตว์สี่เท้าชนิดใด ๆ

เจ้าดูจะเก่งอาจอยู่ไม่ใช้น้อยนะ แม่หมูพูด แต่โปรดอนุญาตให้ข้าแถลงความจริงสักหน่อยว่าลูก ๆ ของเจ้าออกมาล้วนตาบอดกันหมดทุกตัว



นิทานธรรมะ เรื่อง มากกว่าที่ควรจะเป็น

นิทานธรรมะ เรื่อง มากกว่าที่ควรจะเป็น

ครอบครัวหนึ่งมีอาชีพทำนาสำหรับเลี้ยงชีพ ทำให้บ้านของเขามีสิ่งต่าง ๆ เต็มไปหมด หนึ่งในนั้นก็มีหนูจำนวนมากมาอยู่อาศัยด้วย และมีแนวโน้มว่าจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน เมื่อชาวนาเห็นว่าหนูจะทำให้บ้านมีปัญหา จึงได้คิดวิธีจัดการกับหนู สามีและภรรยาได้ข้อสรุปว่าจะไปซื้อกับดักมาดักหนู

ในขณะที่ชาวนาและภรรยาปรึกษากันถึงเรื่องกำจัดหนูอยู่นั้น เผอิญหนูเกิดได้ยินสิ่งที่เจ้าของบ้านหารือกันพอดี ทำให้เกิดความรู้สึกกังวลใจยิ่งนัก เพราะกลัวจะถูกชาวนาฆ่า

หนูตัวหนึ่งมีความเฉลียวฉลาดกว่าเพื่อน ๆ จึงรีบไปบอกพวกพ้องของตนให้ระวังภัยที่จะเกิดขึ้น แล้วก็รีบไปบอกให้ไก่รับรู้ในเรื่องนี้ พร้อมกับขอคำแนะนำและความช่วยเหลือ แต่ไก่กลับพูดอย่างไม่ใยดีว่า

เจ้าหนูเอย ข้าเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เจ้ากำลังเจอด้วย แต่ข้าก็คงไม่สามารถจะช่วยอะไรได้ ที่สำคัญ กับดักนั้นคงไม่มีผลอะไรกับข้าแน่นอน ขอให้เจ้าโชคดีก็แล้วกัน

หนูได้ฟังดังนั้น ก็ไม่ท้อถอยต่อถ้อยคำที่ไก่พูดแต่อย่างใด มันยังคงวิ่งไปหาหมูที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้น เพื่อขอความช่วยเหลือให้ตนและพวกพ้องพ้นภัย หมูก็พูดตัดกำลังใจเช่นกันว่า

สิ่งที่เจ้าพูดมา ข้าคงช่วยอะไรไม่ได้หรอก อย่างไรก็ตามขอให้เจ้าระวังตัวก็แล้วกัน ข้าอยู่ทางนี้จะสวดมนต์ให้ ที่สำคัญกับดักที่เจ้าว่าอันตรายทั้งต่อเจ้าและผู้อื่นนั้น มันคงไม่มีผลใด ๆ กับข้าแน่นอน

เมื่อขอคำปรึกษาจากหมูแต่ไม่มีความคืบหน้า หนูน้อยก็ยังไม่ยอมลดละความพยายามที่จะหาที่พึ่ง มันได้มุ่งหน้าไปหาวัวที่อยู่อีกที่หนึ่งในบริเวณบ้าน ซึ่งเป็นวัวที่ชาวนานำมาเลี้ยงไว้ใช้งาน เมื่อวัวได้ฟังเรื่องเล่าของหนูก็ได้แต่ส่ายหน้า เพราะไม่รู้จะช่วยอย่างไรดี พร้อมกับพูดว่า

เรื่องที่เจ้าพูดมา จริง ๆ ข้าก็อยากจะช่วยเหมือนกัน แต่ก็จนปัญญาที่จะช่วยได้ ข้าว่าปัญหาของหนู พวกหนูนั่นแหละควรจะช่วยกันแก้ไข วัวอย่างข้าคงได้แต่อวยพรขอให้พวกเจ้าพ้นจากอันตรายก็แล้วกัน

เมื่อหนูได้ปรึกษากับสัตว์ที่อยู่อาศัยร่วมบ้านอย่างไก่ หมู และวัว แต่ไม่มีใครแยแสต่อเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะทุกตัวมองว่าไม่ใช่ธุระอะไรของตนเอง จึงไม่คิดที่จะหาทางออกช่วยกัน

ในที่สุด เมื่อพวกหนูไม่สามารถพึ่งใครได้ สิ่งเดียวที่พวกมันสามารถทำได้ก็คือ การเฝ้าเตือนให้พรรคพวกของตนรู้จักระวังตัวในขณะที่วิ่งไปมา หรือเมื่อต้องออกไปหาอาหาร

อยู่ต่อมาในค่ำคืนหนึ่ง ก็มีบางสิ่งมาติดที่กับดักของชาวนา พวกไก่ หมู และวัว ที่อยู่ใกล้ ๆ ได้ยินเสียงของกับดักก็คิดว่าหนูคงติดกับดักแล้วล่ะ ฝ่ายเจ้าของบ้านก็เข้าใจเช่นนั้นเหมือนกัน

เมื่อภรรยาของชาวนาได้ยินเสียงกับดัก ก็คิดว่าหนูคงติดอยู่ในนั้นแน่นอน จึงเดินเข้าไปในที่วางกับดักไว้ เพื่อจะนำหนูไปทิ้งนอกบ้าน แต่สิ่งที่ติดอยู่ที่กับดักกลับไม่ใช่หนู แต่มันคืองูชนิดหนึ่งที่มีพิษร้ายแรงมาก มันถูกกับดักหนีบเข้าที่หาง จึงไม่สามารถเลื้อยหนีไปไหนได้

เมื่อภรรยาของชาวนาเข้าไปยังที่เกิดเหตุโดยไม่ทันระวังตัว เพราะมีความมืดของเวลากลางคืนปกคลุม งูพิษจึงฉกภรรยาของชาวนา เป็นเหตุให้นางล้มลงทันที

พอชาวนาได้ยินเสียงก็รีบไปดูเหตุการณ์ เขาจึงได้ฆ่างูพิษนั้นเสีย แล้วก็รีบนำภรรยาไปส่งที่โรงพยาบาล โชคยังดีที่หมอสามารถช่วยชีวิตไว้ทัน ทำให้นางรอดจากความตายได้หวุดหวิด แต่ถึงกระนั้นก็ยังอยู่ในขั้นที่ไม่ปลอดภัยเท่าใดนัก เพราะยังต้องรอดูอาการอีกทีหนึ่ง

หมอได้แนะนำให้ชาวนาทำซุปไก่ให้ภรรยารับประทานเพื่อบำรุงให้เธอมีร่างกายที่แข็งแรงในเร็ววัน สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นก็คือ ชาวนาได้นำไก่ที่มีอยู่ในบ้านมาทำเป็นอาหาร เพื่อให้ภรรยาและทุกคนในครอบครัวได้รับประทานกัน สิ่งที่ไก่บอกกับหนูว่าไม่ใช่ธุระของตน ก็กลับกลายเป็นเหตุให้ไก่ต้องตายในที่สุด

ในช่วงที่ภรรยารักษาตัวอยู่ เพื่อนบ้านและญาติ ๆ ได้ทราบข่าวก็มาเยี่ยม ชาวนาไม่รู้จะหาอะไรมาทำกับข้าวให้เพื่อน ๆ ได้รับประทาน จึงตัดสินใจฆ่าหมูที่เคยบอกกับหนูว่า ไม่ใช่กงการอะไรที่จะเข้าไปช่วยหนูให้รอดจากกับดัก จึงทำให้หมูต้องตายตามไก่ไปอีกตัว

ในขณะที่การรักษากำลังดำเนินไปด้วยดี จู่ ๆ ก็มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ภรรยาของชาวนามีไข้ขึ้นสูงมาก จนเป็นเหตุให้เธอถึงกับช็อก และถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา

เมื่อต้องจัดงานศพให้แก่ภรรยา สิ่งที่ต้องเตรียมอย่างหนึ่งก็คืออาหารสำหรับเลี้ยงแขกผู้มาร่วมงาน สุดท้ายชาวนาก็ตัดสินใจฆ่าวัวที่เคยพูดกับหนูว่า การแก้ปัญหาเรื่องกับดักหนูนั้น ก็ควรเป็นหน้าที่ของหนู ไม่ใช่ธุระของวัว

เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น บรรดาหนูที่รอดพ้นจากความตาย ก็ได้แต่มองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความสลดใจ พร้อมกับได้ข้อคิดว่า

หากเราสามัคคีกันไว้ รู้จักช่วยเหลือกัน แม้ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ถูกแก้ไขให้หมดไปได้ แต่อย่างน้อยเพราะความสามัคคีที่เรามีอยู่และที่เราได้ช่วยเหลือกัน ก็คงไม่ทำให้ปัญหาลุกลามได้มากถึงเพียงนี้

นิทานชาดก เรื่อง หมูมุณิกะ

นิทานชาดก เรื่อง หมูมุณิกะ

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภการประเล้าประโลมของเด็กหญิงอ้วนคนหนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า…

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในเมืองพารณาสี ที่บ้านพ่อค้าคนหนึ่ง มีโคหนุ่มสองพี่น้อง โคพี่ชื่อมหาโลหิต(แดงใหญ่) โคน้องชื่อจูฬโลหิต (แดงเล็ก) ได้ช่วยทำงานภาระกิจการของพ่อค้าเป็นอย่างดี และในบ้านนั้นยังมีหมูตัวหนึ่งชื่อมุณิกะ

พ่อค้ามีลูกสาวอยู่คนหนึ่ง ซึ่งมีกำหนดจะเข้าพิธีวิวาห์ในอีกหลายเดือนข้างหน้า พวกเขาจึงให้อาหารบำรุงหมูเพื่อให้เจริญเติบโตทันวันงานวิวาห์ เจ้าโคหนุ่มจูฬโลหิตเห็นเช่นนั้น เกิดความน้อยใจ จึงถามพี่ชายว่า ” ธุระการงานในตระกูล ดำเนินการไปได้ด้วยอาศัยเราสองพี่น้อง ผู้คนให้เพียงหญ้าและใบไม้เท่านั้น กลับไปบำรุงหมูผู้ไม่ได้ทำอะไรเลย ทำไม ? ”

ผู้พี่ชายกล่าวว่า ” เจ้าอย่าไปริษยาอาหารของหมูเลย เพราะหมูกำลังบริโภคอาหารเป็นเหตุตายในวันวิวาห์ของลูกสาวพ่อค้า ”

แล้วกล่าวเป็นคาถาว่า ” เธออย่าริษยาหมูมุณิกะเลย มันกินอาหารอันเป็นเหตุให้เดือดร้อน เธอจงเป็นผู้ขวนขวายน้อย กินแต่แกลบเถิด นี่เป็นลักษณะแห่งความเป็นผู้มีอายุยืน ”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ไม่ควรกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์แก่ร่างกาย



ดู นิทานชาดก เรื่อง หมูมุณิกะ บน Youtube ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=JYc4_UK8nvg

นิทานชาดก เรื่อง หมูท้าชนราชสีห์

นิทานชาดก เรื่อง หมูท้าชนราชสีห์

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภหลวงตารูปหนึ่ง ผู้วิ่งหนีตายไปตกหลุมส้วมเปื้อนอุจจาระเต็มตัว ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า…

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เป็นราชสีห์อาศัยอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง ที่ภูเขาในป่าหิมพานต์ ในที่ไม่ไกลจากภูเขานั้น มีหมูป่าฝูงหนึ่งอาศัยอยู่ริมสระน้ำแห่งหนึ่ง และที่ใกล้ๆ สระน้ำนั้นมีฤาษีกลุ่มหนึ่งบำเพ็ญเพียรอยู่

อยู่มาวันหนึ่ง ราชสีห์เที่ยวหาอาหารกินอิ่มแล้วได้มาดื่มน้ำที่สระนั้น ขณะนั้นมีหมูป่าอ้วนตัวหนึ่งเที่ยวหากินอยู่ริมสระนั้นพอดี ราชสีห์พอเห็นหมูนั้นแล้วก็นึกในใจว่า

“สักวันหนึ่ง เราจะมาจับหมูตัวนี้กิน แต่ถ้ามันเห็นเรา มันจะไม่มาที่นี่อีก”

เพราะกลัวหมูนั้นเห็น จึงหลบไปเสียอีกทางหนึ่ง ฝ่ายเจ้าหมูตัวนั้นพอเห็นราชสีห์แอบไปข้างหนึ่ง กลับคิดว่า

“ราชสีห์ตัวนี้กลัวเรา พอเห็นหน้าเราแล้วก็วิ่งหลบหนีไป วันนี้เราจะต่อสู่กับราชสีห์ตัวนี้ละ”

มันชูหัวร้องเรียกราชสีห์ให้มาต่อสุ้กันว่า

“สหาย เราก็มี ๔ เท้า ท่านก็มี ๔ เท้าเหมือนกัน กลับมาสู้กันก่อนเถิด ท่านกลัวเราหรือจึงวิ่งหนีไป”

ราชสีห์พอได้ฟังคำท้าของหมูป่านั้นก็พูดขึ้นว่า

“เจ้าหมูป่าเพื่อนเกลอ วันนี้เราไม่สู้กับท่านหรอก แต่อีก ๗ วัน เรามาสู้กันที่นี่ก็แล้วกันนะ”

ตกลงกันตามนั้นแล้วก็กลับเข้าป่าไป ฝ่ายเจ้าหมูป่ารู้สึกเบิกบานใจที่จะได้ต่อสู้กับราชสีห์ จึงเรื่องนี้กลับไปเล่าอวดพวกพ้องเป็นการใหญ่ พวกหมูป่าตกใจด่ามันว่า

“เจ้าหมูอ้วนบ้า เจ้าหาเรื่องฉิบหายมาให้พวกเราเสียแล้ว เจ้าไม่เจียมหัวกบาลตัวเอง ไปท้าสู้กับเจ้าไพร ราชสีห์จะมาเขมือบพวกเราก็ครั้งนี้ละ”

มันพอทราบว่าเป็นความผิดร้ายแรงที่ไปท้าสู้กับราชสีห์ก็กลัวตาย ถามว่า

“แล้วทีนี้จะทำอย่างไรดีละท่านทั้งหลาย” พวกหมูป่าจึงแนะนำมันว่า “เพื่อนเอ๋ย เจ้าจงไปที่ถ่ายอุจจาระของพวกฤาษี แล้วเกลือกตัวด้วยอุจจาระ ปล่อยให้แห้งติดตัวสัก ๗ วัน พอถึงวันที่ ๗ ก็เกลือกตัวให้ชุ่มด้วยน้ำค้างตอนเช้า แล้วไปยืนอยู่เหนือลมก่อนราชสีห์จะมา ชีวิตเจ้าจะรอดมาได้”

มันได้ทำตามนั้น

ในวันนัดต่อสู้ ราชสีห์พอมาถึงได้กลิ่นตัวหมูป่านั้นก็พูดขึ้นว่า

“เจ้าหมูป่าเพื่อนเกลอ ท่านช่างคิดหาชั้นเชิงได้ดีมาก หากท่านไม่เปื้อนอุจจาระ เราจะเขมือบท่านเสียตรงนี้แหละ เราขอยอมแพ้ ให้ท่านเป็นฝ่ายชนะก็แล้วกัน”

แล้วกล่าวเป็นคาถาว่า

“สุกร..เจ้าเป็นสัตว์สกปรก มีขนเหม็นเน่า มีกลิ่นเหม็นฟุ้งกระจายไป สหาย… หากท่านประสงค์จะสู้กับเรา เราขอยกชัยชนะแก่ท่าน”

ว่าแล้วก็รีบวิ่งหนีไปเพราะทนกลิ่นเหม็นไม่ไหว เจ้าหมูป่าก็รีบกลับไปบอกถึงชัยชนะของตนแก่พวกพ้อง แล้วก็พากันอพยพหนีไปอยู่ที่อื่น เพราะกลัวราชสีห์จะมารังควาญ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
รู้จักรักษาตัวรอดเป็นยอดดี

นิทานอีสป เรื่อง แม่หมูกับหมาป่า

นิทานอีสป เรื่อง แม่หมูกับหมาป่า

หมาป่าตัวหนึ่งเดินผ่านเล้าหมู เห็นลูกหมูอ้วนท้วมหลายตัววิ่งเล่นไปมาก็น้ำลายไหลอยากกิน จึงคิดอุบายขึ้นแล้วพูดว่า

นี่แม่หมู เจ้าเพิ่งคลอดลูกได้ไม่นาน น่าจะออกไปเดินยืดเส้นยืดสายบ้างนะ ส่วนลูก ๆ ของเจ้า เดี๋ยวข้าจะดูแลให้เองไม่ต้องห่วง

แม่หมูรู้ทันเจ้าหมาป่าจึงพูดว่า

ขอบใจมากที่เป็นห่วงข้า ถ้าเจ้าตั้งใจจะช่วยจริง ๆ ล่ะก็ แค่ออกไปอยู่ให้ไกลจากลูกของข้าเท่านั้น

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ผู้แสร้งเป็นมิตรโดยมุ่งร้ายเป็นอันตรายยิ่งนัก



ดู นิทานอีสป เรื่อง แม่หมูกับหมาป่า บน Youtube ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=pn-dKP6F3Nw

นิทานอีสป เรื่อง ลูกหมูกับฝูงแกะ

นิทานอีสป เรื่อง ลูกหมูกับฝูงแกะ

ลูกหมูอ้วนตัวหนึ่งแอบหลบหนีเข้าไปอยู่ในฝูงแกะ เมื่อคนเลี้ยงแกะมาพบเข้าจึงวิ่งไล่กวดจับ เจ้าลูกหมูวิ่งหนีอุตลุด และส่งเสียงร้อง อู๊ด! อู๊ด! ดังลั่น ทำให้ฝูงแกะแตกกระเจิง

แกะตัวหนึ่งจึงพูดขึ้นว่า

โอ๊ย ! เจ้าจะวิ่งวุ่นวายทำไมนะ ยืนนิ่ง ๆ ให้พวกมนุษย์จับเหมือนพวกข้าสิ

นั่นเขาจับพวกเจ้าไปตัดขน แต่ข้าน่ะเขาจับไปเชือดต่างหากล่ะ ใครจะยืนอยู่นิ่ง ๆ ให้จับ

ลูกหมูตะโกนตอบพร้อมวิ่งหนีสุดชีวิต

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
อย่าตัดสินการกระทำของผู้อื่นจากความคิดของตนเอง



ดู นิทานอีสป เรื่อง ลูกหมูกับฝูงแกะ บน Youtube ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=u2ES9UDgG9s