นิทานธรรมะ เรื่อง ความชัดเจนของเป้าหมาย

นิทานธรรมะ เรื่อง ความชัดเจนของเป้าหมาย

อาจารย์เซนท่านหนึ่งมีความสามารถในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสอนธรรมะ การจัดดอกไม้ การชงชา และการยิงธนู ด้วยเหตุที่ท่านมีศิลปะในด้านต่าง ๆ มากมาย จึงทำให้ผู้คนมาขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของท่านจำนวนมาก

อยู่มาวันหนึ่ง อาจารย์เซนต้องการที่จะสอนลูกศิษย์จึงได้เรียกให้พวกเขามารวมตัวกันที่ลานอันเป็นที่พัก ในวันนี้ท่านจะใช้การยิงธนูเป็นแนวทางในการสอนธรรมะแก่พวกเขา เมื่อลูกศิษย์มาพร้อมกันแล้ว อาจารย์ก็สาธิตการยิงธนูทันที

ลูกศรที่พุ่งออกไปแต่ละครั้ง ล้วนพุ่งไปที่เป้าตรงกลางอย่างแม่นยำ ไม่มีพลาดแม้แต่ลูกเดียว เหล่าลูกศิษย์ที่กำลังดูการสาธิตยิงธนู ต่างก็กล่าวชื่นชมในฝีมือของอาจารย์เป็นอย่างมาก พวกเขาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เคยเห็นใครยิงธนูแม่นเช่นนี้มาก่อนในชีวิต

เมื่อได้ฟังลูกศิษย์กล่าวสรรเสริญต่าง ๆ นา ๆ อาจารย์เซนจึงกล่าวขึ้นว่า

พวกเจ้าเงียบก่อน ต่อไปนี้ข้าจะสอนหลักสูตรพิเศษให้แก่พวกเจ้า โดยจะอาศัยการหลับตาแล้วยิงธนูให้ดู

ผมว่าไม่ว่าจะหลับตา หรืออยู่ในอริยาบถไหน อาจารย์ก็ยิงได้ตรงเป้าอยู่แล้วครับ

บรรดาลูกศิษย์ต่างกล่าวยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน ในความเชื่อมั่นที่มีต่ออาจารย์ของตน

เมื่อลูกศิษย์กล่าวจบลง อาจารย์ก็เตรียมท่าในการยิงธนูอย่างดี ทุกอย่างดูเหมือนเตรียมความพร้อมหมด ท่านยืนในท่าที่สงบนิ่งประหนึ่งว่ากำลังฝึกจิตให้ตั้งมั่น เพื่อที่จะให้ลูกศรวิ่งไปสู้เป้าโดยไม่ผิดพลาด

ในขณะทีทุกอย่างเป็นใจ อาจารย์เซนก็ง้างธนูเต็มกำลัง พร้อมกับความหวังของลูกศิษย์ทุกคนว่า ลูกศรต้องเข้าเป้าตรงกลางเหมือนเดิม แต่เมื่ออาจารย์ปล่อยลูกศรออกไป ปรากฏว่าลูกศรได้วิ่งผ่านเลยเป้าไปอย่างน่าผิดหวัง ไม่เฉียดแม้แต่สิ่งที่ใช้ทำเป็นเป้าด้วยซ้ำ

ลูกศิษย์ทุกคนที่ยืนอยู่ในที่แห่งนั้น ต่างตกตะลึงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะพวกเขาคิดว่าความผิดพลาดเช่นนี้ คงจะไม่เกิดขึ้นกับอาจารย์ของตน ด้วยว่าท่าทางนั้นดูสมบูรณ์แบบจนไม่น่าจะทำให้เป้าหมายของท่านพลาดไป

ฝ่ายอาจาาย์เมื่อปล่อยลูกศรออกไปแล้วก็เปิดผ้าที่ปิดตาทันที พร้อมกับสังเกตดูสีหน้าของความประหลาดใจของแต่ละคน ด้วยความรู้สึกไม่เชื่อสายตาตัวเองของบรรดาลูกศิษย์ ที่ได้เห็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับอาจารย์ของตน

เมื่ออาจารย์เห็นลูกศิษย์มีอาการประหลาดใจเช่นนั้น ก็ยิ้มให้กับพวกเขาเพื่อให้คลายความตกใจ พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า

พวกเจ้ารู้ไหมว่า วันนี้อาจารย์ต้องการให้บทเรียนสำคัญอะไรแก่พวกเจ้า

ไม่รู้ครับ ลูกศิษย์ตอบด้วยอากัปกิริยาที่ยังดูมึนงง

อาจารย์ต้องการสอนเรื่องความไม่แน่นอนแก่พวกเจ้าไงล่ะ อาจารย์ตอบด้วยท่าทางที่ดูจริงจัง

หมายความว่าอย่างไรครับท่านอาจารย์ ลูกศิษย์คนหนึ่งถามด้วยความสงสัยใคร่อยากรู้

เมื่อลูกศิษย์ถามเช่นนี้ ท่านจึงอธิบายให้ลูกศิษย์ได้เข้าใจว่า

การที่อาจารย์ยิงพลาด แท้จริงแล้วอาจารย์ต้องการสอนเรื่องความไม่แน่นอนแก่พวกเธอ เพราะในความคิดเบื้องต้นที่พวกเธอมีต่ออาจารย์นั้น พวกเธอคิดว่าอาจารย์คงยิงไม่พลาดเป้าแน่นอน เพราะดูจากท่าทางที่อาจารย์แสดงออก คงจะทำให้การยิงธนูประสบความสำเร็จเป็นแน่ แต่นั่นพวกเธอกำลังเข้าใจคลาดเคลื่อน

ทุกอย่างที่ตาเราเห็นนั้น ไม่สามารถเชื่อถือได้ทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าเราจะเห็นอะไร ก็จงมองด้วยสายตาที่พยายามจะเข้าใจเพียงครึ่งหนึ่งก็พอ ส่วนที่เหลืออีกครึ่ง ขอให้ใช้สติปัญญาในการพิจารณาด้วย ที่สำคัญ ไม่ว่าจะทำสิ่งใด สิ่งที่พวกเธอควรใส่ใจทุกขณะก็คือ การจ้องมองไปที่เป้าหมายด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จ ขณะเดียวกัน ก็ให้เรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจในสิ่งนั้นให้ชัด ๆ เพื่อให้เห็นรายละเอียดในทุก ๆ ด้าน อันเป็นตัวแปรที่ซ่อนอยู่ในความคาดหวังนั้น เมื่อทำได้เช่นนี้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็จะมอบความฉลาดให้แก่พวกเธอตลอดไป

พวกผมเข้าใจในสิ่งที่อาจารย์ต้องการสอนแล้วครับ

บรรดาลูกศิษย์ต่างกล่าวขอบคุณในสิ่งที่อาจารย์ได้สอนผ่านการยิงธนู พวกเขาได้เข้าใจว่าเป้าหมายที่พึงทำความเข้าใจให้มากนั้น ไม่ใช่แค่ใช้เพียงสายตามองให้เห็น แล้วตัดสินด้วยความรู้สึกของตนเท่านั้น แต่ต้องทำความเข้าใจให้รอบด้านในทุกรายละเอียดที่จะตามมา รวมทั้งความไม่แน่นอนที่เป็นจุดผันแปรของสิ่งต่าง ๆ ด้วย