นิทานอีสป เรื่อง เฮอร์คิวลีสและพลูตัส

นิทานอีสป เรื่อง เฮอร์คิวลีสและพลูตัส

พระมหาเทพซีอุสทรงพระกรุณาเลื่อนสถานภาพของเฮอร์คิวลีสจากมนุษย์ขึ้นเป็นเทพเจ้า ทั้งยังทรงพระราชทานงานเลี้ยงฉลองเป็นเกียรติแก่เขาด้วย เฮอร์คิวลีสทำความเคารพเทพเจ้าทุกองค์ที่มาร่วมงานอย่างนอบน้อมและสง่างาม

เทพพลูตัสมาร่วมงานเลี้ยงเป็นองค์สุดท้าย เฮอร์คิวลีสก้มศีรษะคำนับเทพพลูตัส แล้วรีบเบือนหน้าไปทางอื่นทันที

พระมหาเทพทรงประหลาดพระทัยในการกระทำของเฮอร์คิวลีสยิ่งนัก จึงตรัสถามเขาถึงสาเหตุแห่งการกระทำนั้น

หม่อมฉันทำเช่นนั้นเพราะเมื่อครั้งที่หม่อมฉันอยู่กับมวลมนุษย์นั้น หม่อมฉันเห็นเขาคบค้าสมาคมกับคนเลวอยู่เสมอ

นิทานอีสป เรื่อง จูปิเตอร์และผึ้ง

นิทานอีสป เรื่อง จูปิเตอร์และผึ้ง

ผึ้งทั้งหลายไม่เต็มใจให้น้ำผึ้งแก่มนุษย์ เพราะเห็นว่าน้ำผึ้งเป็นสมบัติล้ำค่าของตน ด้วยเหตุนี้ พวกมันจึงพากันไปเฝ้าพระมหาเทพจูปิเตอร์และกราบทูลขอให้พระองค์ทรงพระราชทานพรวิเศษให้พวกมันสามารถใช้เหล็กในต่อยผู้ใดก็ตามที่มาเอารวงผึ้งให้ถึงแก่ความตายได้

เมื่อพระมหาเทพทรงสดับคำร้องขอนั้นก็ทรงกริ้วอย่างมากที่บรรดาผึ้งมีจิตใจเลวร้ายเช่นนั้น จึงทรงลงโทษพวกมันโดยทรงสาปว่า เมื่อใดก็ตามที่พวกมันใช้เหล็กในต่อยผู้ใด พวกมันจะต้องสูญเสียเหล็กในนั้นไป ทั้งจะต้องสูญเสียชีวิตเพื่อรับโทษแห่งการกระทำผิดอีกด้วย

นิทานอีสป เรื่อง จูปิเตอร์และโมมัส

นิทานอีสป เรื่อง จูปิเตอร์และโมมัส

พระมหาเทพจูปิเตอร์ทรงปั้นวัวตัวหนึ่ง เทพโพรมีทีอุสปั้นมนุษย์คนหนึ่ง และเทวีอะธีนาปั้นบ้านหลังหนึ่ง เทพยดาทั้งสามได้เลือกเทพโมมัสเป็นผู้ตัดสินความสามารถในงานปั้นของตน

โมมัสรู้สึกริษยาความสามารถในการปั้นของเทพยดาทั้งสามยิ่งนัก จึงเริ่มหาข้อผิดพลาดในงานปั้นเหล่านั้น

โมมัสกล่าวว่าพระมหาเทพไม่ได้ทรงปั้นนัยน์ตาของวัวไว้ที่เขาทั้งสองข้างเพื่อให้มันสามารถมองเห็นได้ในขณะที่ขวิดเหยื่อ มนุษย์ที่เทพโพรมีทีอุสปั้นขึ้นควรเอาหัวใจมาติดไว้นอกร่างกาย เพื่อทุกคนจะได้เห็นความคิดของเขาซึ่งจะทำให้เขาไม่สามารถปิดบังความคิดที่ชั่วร้ายไว้ได้ และเทวีอะธีนาควรปั้นล้อรองรับบ้านไว้ด้วย ทั้งนี้เพื่อผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้จะได้เคลื่อนย้ายไปอย่างง่ายดาย หากมีคนชั่วร้ายมาอาศัยอยู่ใกล้บ้านของตน

เมื่อพระมหาเทพทรงสดับการแกล้งกล่าวหาซึ่งแสดงเจตนาร้ายของโมมัสเช่นนั้นก็ทรงพิโรธยิ่งนัก ในที่สุดก็ทรงเนรเทศโมมัสออกจากวิมานโอลิมปัสไป

นิทานอีสป เรื่อง จูปิเตอร์และมด

นิทานอีสป เรื่อง จูปิเตอร์และมด

เล่ากันว่าแต่เดิมนั้นมดดำรงชีวิตอยู่เหมือนมนุษย์ มดเป็นชาวนาคนหนึ่ง แต่เป็นชาวนาที่ไม่พอใจกับพืชผลที่ปลูกขึ้นมาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตน เขามองดูพืชผลของเพื่อนบ้านใกล้เคียงด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความริษยา และในที่สุดก็ขโมยพืชผลเหล่านั้นมาเก็บสะสมไว้เป็นของตัวเอง

ความโลภของชาวนาผู้นี้ทำให้พระมหาเทพจูปิเตอร์ทรงพระพิโรธยิ่งนัก พระองค์จึงทรงสาปให้เขากลายเป็นแมลงชนิดหนึ่งซึ่งมนุษย์เรียกว่ามด แม้จะกลายเป็นมดแล้วก็ตาม แต่นิสัยของชาวนาผู้โลภมากก็ยังคงเหมือนเดิม

ด้วยเหตุนี้ มดจึงชอบเข้าไปในไร่นาของผู้คนและขนข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ตลอดจนพืชอื่น ๆ มาเก็บสะสมไว้เป็นสมบัติของตน

นิทานอีสป เรื่อง จูปิเตอร์และอูฐ

นิทานอีสป เรื่อง จูปิเตอร์และอูฐ

หลายร้อยปีร่วงมาแล้ว อูฐเคยกราบทูลขอให้พระมหาเทพจูปิเตอร์ทรงพระราชทานเขาให้มัน เพราะเห็นว่าตัวเองไม่มีอาวุธสำหรับป้องกันตัวเหมือนสัตว์อื่น ๆ เลย

วัวกระทิงมีเขา อูฐกราบทูล หมูป่ามีเขี้ยว สิงโตและเสือมีเขี้ยวและอุ้งเล็บแหลมคมซึ่งทำให้พวกมันเป็นที่กลัวเกรงและเคารพของสัตว์ทุกหนทุกแห่ง ส่วนข้านั้นไม่มีอาวุธใด ๆ เลย ข้าต้องอดทนกับการดูถูกของสัตว์อื่นอยู่ตลอดเวลา

พระมหาเทพจูปิเตอร์ตรัสตอบด้วยความโกรธว่า หากอูฐคิดให้ลึกซึ้ง ก็จะเห็นว่าตัวเองมีคุณสมบัติที่เป็นลักษณะพิเศษประจำตัวอยู่หลายอย่างแล้ว

นอกจากพระมหาเทพจูปิเตอร์จะทรงปฏิเสธไม่พระราชทานเขาให้อูฐตามที่มันขอแล้ว ยังทรงตัดหูของมันให้สั้นเพื่อลงโทษความโง่เขลาของมันอีกด้วย

นิทานอีสป เรื่อง จูปิเตอร์และลิงไม่มีหาง

นิทานอีสป เรื่อง จูปิเตอร์และลิงไม่มีหาง

ครั้งหนึ่งพระมหาเทพจูปิเตอร์ทรงเรียกนกและสัตว์ทั้งหลายที่อาศัยอยู่บนสวรรค์ให้มาเข้าเฝ้าพระองค์โดยพร้อมเพรียงกัน พระมหาเทพทรงรับสั่งให้สัตว์เหล่านั้นนำลูก ๆ ของพวกมันมาด้วยเพื่อจะทรงคัดเลือกว่าสัตว์ตัวใดมีลูกที่งดงามมากที่สุด

แม่ลิงไม่มีหางตัวหนึ่งพาลูก ๆ ของมันมาเฝ้าพระมหาเทพก่อนเพื่อน มันนั่งโอบกอดลูก ๆ ของมันไว้ในวงแขนด้วยความรักอันเปี่ยมล้น พระมหาเทพทรงเห็นว่าลิงไม่มีหางครอบครัวนี้งดงามมากที่สุด

นิทานอีสป เรื่อง จูปิเตอร์และความหวัง

นิทานอีสป เรื่อง จูปิเตอร์และความหวัง

พระมหาเทพจูปิเตอร์ทรงบรรจุสิ่งทั้งมวลอันดีงามของชีวิตไว้ในกล่องใบหนึ่ง จากนั้นก็ทรงปิดฝากล่องจนสนิทและทรงมอบให้ชายคนหนึ่งดูแลกล่องใบนั้น

ด้วยความกระหายใคร่รู้ว่ามีสิ่งใดบรรจุอยู่ในกล่อง ชายผู้นั้นจึงเปิดฝากล่องออก ฉับพลันนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในกล่องก็ลอยขึ้นไปในอากาศ แล้วลอยกลับไปสู่สวรรค์ มีเพียง ความหวัง เท่านั้นที่ยังคงอยู่ในกล่อง เพราะขณะที่มันกำลังจะลอยออกจากกล่องไป ชายผู้นั้นก็รีบปิดฝากล่องไว้ตามเดิมทันที

นิทานอีสป เรื่อง โจรกรรมแท่นบูชา

นิทานอีสป เรื่อง โจรกรรมแท่นบูชา

ขโมยคนหนึ่งจุดตะเกียงของตนถวายไว้ที่แท่นบูชาของพระมหาเทพจูปิเตอร์ แล้วอาศัยแสงจากตะเกียงดวงนั้นลักของจากแท่นบูชาไป ขณะที่เขากำลังเดินจากสิ่งเคารพสักการะที่เขาดูหมิ่นไป ก็มีเสียงคนพูดดังมาจากแท่นศักดิ์สิทธิ์นั้นว่า

ตะเกียงดวงนี้เป็นของขวัญจากคนชั่วและเป็นของที่น่ารังเกียจสำหรับข้า ข้าไม่ต้องการมัน เจ้าคนใจทราม เจ้าจะถูกลงโทษถึงชีวิต วันแห่งเคราะห์กรรมจะมาถึงเจ้าในไม่ช้านี้ อย่างไรก็ตาม ไฟที่จุดบูชา ข้าจะใช้เป็นเครื่องมือทำความชั่วไม่ได้ นับแต่นี้ไป ผู้ใดจะนำไฟมาจุดถวายเทพยดาหรือถวายเครื่องเซ่นที่มีไฟเป็นส่วนประกอบแก่เทพยดาไม่ได้

นิทานอีสป เรื่อง เฮอร์มีสใส่สติปัญญาให้คน

นิทานอีสป เรื่อง เฮอร์มีสใส่สติปัญญาให้คน

หลังจากที่พระมหาเทพจูปิเตอร์ทรงรับสั่งให้เทพโพรมีทีอุสปั้นคนขึ้นมาแล้ว ก็ทรงรับสั่งให้เทพเฮอร์มีสใส่สติปัญญาลงไปในร่างกายของคนเหล่านั้น

เทพเฮอร์มีสได้ทำภาชนะอย่างหนึ่งขึ้นมาสำหรับใช้ตวงสติปัญญาที่จะใส่ให้คน แล้วท่านก็ใช้ภาชนะนี้ตวงสติปัญญาใส่ลงไปในร่างกายของคนทุกคนเท่า ๆ กัน

ปรากฏว่าปริมาณสติปัญญาเพียงพอที่จะไหลซึมไปทั่วร่างกายขนาดเล็กของคน แต่ไม่เพียงพอที่จะไหลซึมไปทั่วร่างกายขนาดใหญ่ของคน ด้วยเหตุนี้ คนกลุ่มหลังจึงค่อนข้างโง่เขลา

นิทานอีสป เรื่อง คนโทแห่งสิ่งดีงาม

นิทานอีสป เรื่อง คนโทแห่งสิ่งดีงาม

กาลครั้งหนึ่ง พระมหาเทพจูปิเตอร์ทรงตัดสินพระทัยว่าจะเก็บรักษาสิ่งดีงามทั้งมวลไว้ด้วยกันอย่างปลอดภัย พระองค์จึงทรงใส่สิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ไว้ในคนโทเหล้าองุ่นใบใหญ่ แล้วทรงมอบคนโทใบนั้นให้มนุษย์ผู้หนึ่งเก็บรักษาไว้

มนุษย์ผู้นี้เกิดความอยากรู้อยากเห็นมากว่ามีอะไรอยู่ในคนโท จึงใช้พละกำลังมหาศาลของตนเปิดฝาคนโทศักดิ์สิทธิ์ออก

ทันทีที่ฝาคนโทเปิดออก สิ่งดีงามทั้งหลายที่อยู่ข้างในก็ล่องลอยกลับไปหาพระมหาเทพและสถิตอยู่ในสรวงสวรรค์มาจวบจนทุกวันนี้ ส่วนสิ่งเลวร้ายทั้งหลายยังคงวนเวียนสร้างความหายนะอยู่ในโลกมนุษย์ต่อไป