นิทานอีสป เรื่อง ลูกเหยี่ยวและแม่เหยี่ยว

นิทานอีสป เรื่อง ลูกเหยี่ยวและแม่เหยี่ยว

ลูกเหยี่ยวตัวหนึ่งป่วยมานานแล้ว วันหนึ่งมันพูดกับแม่ของมันว่า อย่าร้องไห้ไปเลยจ้ะแม่ โปรดช่วยลูกทำสิ่งที่ลูกปรารถนาสักอย่างเถอะจ้ะ โปรดช่วยสวดอ้อนวอนขอให้เทพเจ้าทั้งหลายช่วยลูกให้หายป่วยจากโรคร้ายและความเจ็บปวดที่ลูกกำลังทนทุกข์ทรมานอยู่ด้วยเถิด

อนิจจา ลูกของข้า แม่เหยี่ยวพูด เจ้าคิดว่าเทพเจ้าองค์ใดจะเมตตาสงสารเจ้า ยังมีเทพเจ้าที่เจ้ายังไม่ได้ทำให้โกรธด้วยการไปฉกฉวยเอาของบวงสรวงที่แท่นบูชาของท่านมาหลงเหลืออยู่อีกหรือ



นิทานอีสป เรื่อง เหยี่ยวเลียนเสียงม้า

นิทานอีสป เรื่อง เหยี่ยวเลียนเสียงม้า

แต่แรกนั้นบรรดาเหยี่ยวขนาดเล็กชนิดหนึ่งมีเสียงร้องที่ดังชัดเจนและแจ่มใสเหมือนหงส์ทั้งหลาย แต่เมื่อเหยี่ยวเหล่านั้นได้ยินเสียงม้าร้อง ก็รู้สึกริษยาม้ายิ่งนัก จึงพยายามเลียนแบบเสียงร้องของม้าให้เหมือนมากที่สุด

เมื่อเหยี่ยวเหล่านี้พยายามฝึกฝนตัวเองเพื่อให้สามารถร้องอย่างม้าได้ ก็สูญเสียความสามารถในการร้องตามธรรมชาติของตนเองไป

ในที่สุดเหยี่ยวเหล่านี้ก็ไม่สามารถร้องอย่างม้าได้ ยิ่งกว่านั้นยังลืมการร้องตามธรรมชาติแบบเหยี่ยวของตนอีกด้วย

นิทานอีสป เรื่อง กบ หนู และเหยี่ยว

นิทานอีสป เรื่อง กบ หนู และเหยี่ยว

กาลครั้งหนึ่ง กบตัวหนึ่งและหนูตัวหนึ่งทะเลาะกันอย่างรุนแรง เพราะต่างฝ่ายต่างแย่งชิงกันเป็นเจ้าของบึงแห่งหนึ่ง แล้วสัตว์ทั้งสองก็ต่อสู้กันหลายครั้ง

หนูเจ้าเล่ห์ใช้วิธีซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้าและตรงเข้าโจมตีศัตรูของมันอย่างกระทันหัน กบจึงเสียเปรียบหนูในภาวะเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม กบก็แข็งแรงกว่าหนูและต้องการจะยุติสงครามกับหนูเสียที มันจึงท้าให้หนูออกมาสู้กับมันตัวต่อตัวในที่แจ้ง และหนูก็รับคำท้าของกบ

เมื่อถึงวันนัด คู่อริทั้งสองก็มาพบกันที่ท้องนาในบริเวณนั้นต่างฝ่ายต่างใช้แฝกเป็นอาวุธ และต่างมั่นใจว่าตนจะเป็นผู้ชนะ

ขณะที่กบและหนูกำลังจะใช้อาวุธต่อสู้กันนั้นเอง เหยี่ยวตัวหนึ่งก็บินโฉบลงมาใกล้พวกมัน และเมื่อเห็นคู่อริทั้งสองกำลังทะเลาะกันอย่างรุนแรง ก็บินโฉบลงมาต่ำมากขึ้น แล้วใช้อุ้งเล็บจิกตัวสัตว์ทั้งสองไว้และนำไปเป็นอาหารสำหรับลูก ๆ ของมัน

นิทานอีสป เรื่อง แม่งูใจบาป

นิทานอีสป เรื่อง แม่งูใจบาป

ครั้งหนึ่ง สัตว์ป่าทั้งหลายในป่าแห่งหนึ่งได้รับความเดือดร้อนกันทั่วเพราะเมื่อมีลูกอ่อนเมื่อใด ลูก ๆ ก็จะหายไปหมดโดยไม่มีใครรู้สาเหตุ แม้สัตว์เหล่านี้จะพยายามป้องกันสักเพียงใดก็ไม่สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้เลย

แม่เหยี่ยวตัวหนึ่งสูญเสียลูกอ่อนไปหลายสิบตัว นับเป็นการสูญเสียมากกว่าสัตว์ใด ๆ ในป่าเดียวกัน มันจึงพยายามทำทุกอย่างเท่าที่จะสามารถทำได้เพื่อให้ความลับคลี่คลายออกมา

ในที่สุดแม่เหยี่ยวก็ค้นพบว่าแม่งูตัวหนึ่งเป็นผู้ทำการร้ายดังกล่าว มันสะกดรอยตามดูพฤติกรรมของแม่งูตัวนี้จนแน่ใจว่าเป็นฝีมือของแม่งูจริง ๆ

วันหนึ่ง เมื่อถึงเวลาที่แม่งูมีลูกอ่อนหลายตัวด้วยกัน แม่เหยี่ยวจึงกินลูกงูให้แม่งูเห็นเป็นการลงโทษทางจิตใจอย่างแสนสาหัส และเมื่อแม่งูมีลูกอ่อนอีกเมื่อใด แม่เหยี่ยวก็ลงโทษแม่งูด้วยวิธีเดียวกันทุกครั้ง แม่งูจึงต้องทุกข์ทรมานด้วยความโศกเศร้าเสียใจที่สูญเสียลูกไปครั้งแล้วครั้งเล่า ความโศกเศร้านี้มีมากขึ้นทุกทีจนไม่งูไม่สามารถทนทานต่อไปได้ จนถึงแก่ความตายไปในที่สุด

นิทานอีสป เรื่อง นกไนติงเกลและเหยี่ยว

นิทานอีสป เรื่อง นกไนติงเกลและเหยี่ยว

ขณะที่นกไนติงเกลตัวหนึ่งกำลังร้องเพลงอยู่ เหยี่ยวตัวหนึ่งก็ตะครุบมันไว้และพูดกับมันว่า เจ้าร้องเพลงไพเราะมาก ดังนั้นเนื้อของเจ้าจะต้องอร่อยมาก

ชายคนหนึ่งกล่าวถึงผู้หญิงคนหนึ่งว่า สุภาพสตรีผู้นั้นเขียนกวีนิพนต์ได้ไพเราะมาก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอจะต้องสวยมาก

นิทานอีสป เรื่อง นกเหยี่ยวและนกไนติงเกล

นิทานอีสป เรื่อง นกเหยี่ยวและนกไนติงเกล

ขณะที่นกเหยี่ยวตัวหนึ่งบินไปเกาะอยู่ที่คาคบไม้แห่งหนึ่งเพื่อเฝ้ารอจับกระต่ายป่าก็เห็นลูกนกไนติงเกลตัวหนึ่งอยู่ในรังนกบนต้นไม้นั้น

ขณะที่นกเหยี่ยวกำลังจะกินลูกนกไนติงเกลอยู่แล้ว แม่นกไนติงเกลก็บินกลับรังมาพอดี มันขอร้องไม่ให้นกเหยี่ยวกินลูกของมัน

นกเหยี่ยวได้ฟังเช่นนั้นก็พูดว่า ก็ได้ ข้าจะไว้ชีวิตลูกน้อยของเจ้า แต่เจ้าจะต้องร้องเพลงให้ข้าฟัง และต้องร้องให้ไพเราะที่สุด มิฉะนั้นข้าจะกินพวกเจ้าเสียทั้งแม่และลูก

แม่นกไนติงเกลจำใจร้องเพลงด้วยเสียงสั่นเทา แต่แล้วนกเหยี่ยวก็พูดว่า เจ้าร้องเพลงยังไง ไม่เห็นจะได้ความเลยสักนิด ว่าแล้วมันก็ตรงเข้าไปหานกทั้งสองเพื่อหมายจะกินให้สมอยาก

ทันใดนั้น ลูกธนูที่พุ่งมาจากคันธนูของนายพรานผู้หนึ่ง ก็วิ่งมาปักอกของนกเหยี่ยวและทำให้มันสิ้นชีวิตทันที



นิทานชาดก เรื่อง เหยี่ยวนกเขา

นิทานชาดก เรื่อง เหยี่ยวนกเขา

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภพระสูตรว่าด้วยโอวาทของนกที่ไม่ควรเที่ยวหากินไกลถิ่นที่อยู่ของตน ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า…

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นนกมูลไถอาศัยหากินอยู่ตามก้อนดินมูลไถ วันหนึ่ง มันบินไปหากินต่างถิ่นถูกเหยี่ยวนกเขาจับได้ จึงพูดขึ้นว่า “วันนี้เราเคราะห์ร้าย เพราะมาหากินต่างถิ่น ถ้าอยู่ในถิ่นของเราแล้ว ท่านไม่มีโอกาสจับเราได้หรอก” เหยี่ยวนกเขาได้ฟังเช่นนั้นจึงปล่อยมันไปพร้อมกับพูดว่า “เจ้านกน้อย ในที่ไหน ๆ เจ้าก็ไม่รอด พ้นกรงเล็บของเราไปได้ดอกให้โอกาสเจ้าแก้ตัว” นกมูลไถพอถูกปล่อยเป็นอิสระก็บินกลับไปถึงที่อยู่ของตน ขึ้นไปจับบนก้อนดินใหญ่แล้วร้องท้าทายเหยี่ยวนกเขาว่า “มาเลยเจ้าเหยี่ยวโง่ แน่จริงมาจับข้าอีกสิ”

เหยี่ยนกเขาเห็นมันร้องท้าเช่นนี้นจึงโถมกำลังปีกโฉบเข้าหามันทันที นกมูลไถรู้ว่าเหยี่ยวนกเขาใกล้จะถึงตัวแล้วก็บินกลับเข้าไปในระหว่างก้อนดินมูลไถ เหยี่ยวมาด้วยความเร็วด้วยหวังจะขย้ำนกมูลไถให้แหลกคากรงเล็บ จึงกระแทกอกเข้ากับก้อนดินตาถลนออกตายคาที่ ณ ตรงนั้นเอง

เมื่อเหยี่ยวตายแล้ว นกมูลไถจึงขึ้นมายืนบนอกของเหยี่ยวด้วยมั่นใจว่าชนะข้าศึกได้แล้ว กล่าวเป็นคาถาว่า “เรานั้นเป็นผู้เพียบพร้อมด้วยอุบาย ยินดีแล้วในที่หากินอันเป็นเขตแห่งบิดา เห็นประโยชน์ของตนอยู่ เป็นผู้หลีกพ้นจากศัตรู ย่อมเบิกบานใจ”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ถิ่นใครถิ่นมันอย่าคิดทำในสิ่งที่ตนเองไม่ถนัดและไม่มีความชำนาญ เพราะจะนำความฉิบหายมาให้มากกว่าสิ่งดี



นิทานอีสป เรื่อง นกเหยี่ยวกับชาวนา

นิทานอีสป เรื่อง นกเหยี่ยวกับชาวนา

นกเหยี่ยวตัวหนึ่งบินโฉบไล่ล่านกพิราบเป็นอาหาร จนพลาดท่าเข้าไปติดตาข่ายของชาวนา ชาวนาเห็นดังนั้นจึงตรงเข้าจับนกเหยี่ยว นกเหยี่ยวอ้อนวอนขอชีวิตว่า

ข้าไม่เคยทำร้ายท่านเลย โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถอะ

ชาวนาจึงพูดขึ้นว่า

ก็ทีนกพิราบยังไม่เคยทำร้ายเจ้าแต่เจ้าก็ยังไล่จับกินอยู่ทุกวันนี้

ชาวนาพูดจบก็จับนกเหยี่ยวกลับไปยังกระท่อม

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ผู้ไม่มีความเมตตา ย่อมไม่ได้รับความเห็นใจจากผู้อื่นเช่นกัน



ดู นิทานอีสป เรื่อง นกเหยี่ยวกับชาวนา บน Youtube ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=q40gmCbi72I